นายแสนผิน สุขี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลเด้นแลนด์เรสซิเดนซ์ จำกัด / บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘โกลเด้นแลนด์’ เผยว่า ในปีที่ผ่านมา ‘โกลเด้นแลนด์’ เติบโตด้วยยอดรายได้รวม 17,168 ล้านบาท  ตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้ 19,000 ล้านบาท ยอดขาย 33,000 ล้านบาท เตรียมผุด 19 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 25,000 ล้านบาท พร้อมขยายธุรกิจสู่ตลาดคอนโดมิเนียม

“ในปี 2562 บริษัทมีรายได้รวม 17,168 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบกับปี 2561 โดยรายได้หลักมาจากการขายอสังหาริมทรัพย์ 15,305 ล้านบาท คิดเป็น 89% ของรายได้ทั้งหมด สำหรับในปีนี้ตั้งเป้ารับรู้รายได้รวม 19,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 11 % จากปี 2562 ซึ่งเป็นรายได้จากอสังหาริมทรัพย์แนวราบ 17,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11% จากปีที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นทาวน์โฮม 8,800 ล้านบาท (52%) บ้านเดี่ยว 3,000 ล้านบาท (18%) บ้านแฝด 3,000 ล้านบาท (17%) ต่างจังหวัด 2,200 ล้านบาท (13%) และได้วางแผนจัดซื้อที่ดิน 17 แปลง มูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้มี1 แปลงที่จะนำไปพัฒนาคอนโดมิเนียม” นายแสนผิน กล่าว

นายแสนผิน เปิดเผยต่อไปอีกว่า ในปี 2562 ยอดขายทุกประเภทสินค้าในตลาดอสังหาริมทรัพย์ลดลง 21% เมื่อเทียบกับปี 2561 โดยยอดขายที่ลดลงมากที่สุดคือกลุ่มแนวสูง ซึ่งลดลง 29% ส่วนแนวราบลดลง 11% โดยแบ่งเป็นบ้านแฝดลดลง25% บ้านเดี่ยวลดลง 9% และทาวน์เฮ้าส์ลดลง 8% ตามลำดับ ทั้งนี้ เป็นผลมาจากผลกระทบจากมาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ที่ยังส่งผลต่อลูกค้าที่ซื้อบ้านหลังที่ 2 และ 3 มาตรการเข้มงวดเรื่อง DSR (Debt Service Ratio) หรือ อัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ เป็นอัตราส่วนที่แสดงถึงสัดส่วนรายจ่ายในการชำระหนี้ต่อรายได้ของครัวเรือน ซึ่งทำให้ลูกค้ากู้ได้ยากขึ้น ขณะที่หนี้สินครัวเรือนยังสูงอยู่ และค่าเงินบาทแข็ง ทำให้ลูกค้าต่างชาติชะลอการตัดสินใจซื้อ ตลอดจนสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน และยอดการส่งออกรถยนต์ที่ต่ำสุดในรอบ 24 เดือน และขณะอุปสงค์มีแนวโน้มลดลง มูลค่าอุปทานสะสมกลับเพิ่มขึ้นทุกประเภทสินค้า โดยกลุ่มที่เพิ่มมากที่สุดคือแนวสูง ส่วนแนวราบ บ้านแฝดเพิ่มมากสุด รองลงมาคือบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมตามลำดับ โดยอุปทานสะสมรวมทุกประเภทสินค้าในปี 2562 เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปี 2561 ซึ่งเมื่ออุปสงค์ลดลงแต่อุปทานในตลาดเพิ่มขึ้น ก็จะเกิดของเหลือในตลาดต่อเนื่องมากในปี 2563 อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจ อาทิ อัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ราคาวัสดุก่อสร้างที่มีแนวโน้มคงตัวและลดลง และแรงงานในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็มีมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปีนี้เป็นปีทองของบ้านหลังแรก กำลังซื้อของกลุ่มระดับกลาง-ล่าง ยังมีมากกว่าสินค้าราคาสูง (10 ล้านบาทขึ้นไป) สำหรับทิศทางการดำเนินงานของ‘โกลเด้นแลนด์’ ก็จะหันไปจับตลาดเรียลดีมานด์ที่ต้องการซื้อบ้านหลังแรก นั่นคือทาวน์โฮมทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด และนีโอโฮม โดยปีนี้บริษัทเตรียมเปิด 19 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 25,000 ล้านบาท แบ่งเป็นทาวน์โฮม 9 โครงการ มูลค่า 11,000 ล้านบาท บ้านแฝด 6 โครงการ มูลค่า 8,500 ล้านบาท ต่างจังหวัด 2 โครงการ มูลค่า 3,500 ล้านบาท และบ้านเดี่ยว 1 โครงการ มูลค่า 2,000 ล้านบาท

“สำหรับองค์กร ใช้รูปแบบที่เรียกว่า Classic Model คือจับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเรียลดีมานด์ เป็นกลุ่มที่มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจริง โดยวางระดับราคาสินค้าแต่ละประเภทให้เหมาะกับกำลังซื้อ ได้แก่ กลุ่มทาวน์โฮม 2-5 ล้านบาท บ้านแฝด 5-8 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 8-15 ล้านบาท นอกจากนี้ยังต้องบริหารงานก่อสร้างให้สอดคล้องกับสถานะขายและโอน ควบคุมค่าใช้จ่ายการขายและการบริหารให้ลดลง 3% เลือกใช้วัสดุที่ควบคุมต้นทุนได้ หรือสินค้าที่มีแนวโน้มราคาที่ลดลง เช่นสุขภัณฑ์ หรือค่าถมดิน เป็นต้น”

นายแสนผิน ยังเปิดเผยถึงกลยุทธ์ด้านสินค้าของ ‘โกลเด้นแลนด์’ ในปีนี้ด้วยว่า  

ทาวน์โฮม เน้นกระจายสินค้าในทุกทำเล โซนเหนือตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว โซนตะวันออกและใต้ จับทำเลที่ Supply เหลือน้อย แต่ยังมีความต้องการสูง พร้อมฟังก์ชั่นพิเศษ อาทิ ห้องพระโรงหนังส่วนตัว และนวัตกรรมครัวไทย ในมาตรฐานวัสดุเทียบเท่าบ้านเดี่ยว แบบบ้านในสไตล์อิตาลีและอังกฤษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่มากกว่า อาทิ คลับเฮาส์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ

บ้านแฝด มาพร้อมแนวคิด ‘สวย ครบ คุ้ม และใกล้เมือง’ จับกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงกลางบน ที่ต้องการทำเลใกล้เมือง เดินทางสะดวก ได้ฟังก์ชั่นเหมือนบ้านเดี่ยว ทั้งนี้ ตลาดบ้านแฝดมีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปีที่ผ่านมา ‘โกลเด้นแลนด์’ มียอดรับรู้รายได้จาก บ้านแฝด 3,114 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ถึง 92%

บ้านเดี่ยว ออกแบบภายใต้แนวคิด Big Home บรรยากาศหรู อยู่ใกล้เมือง บ้านใหญ่ ดีไซน์ภูมิฐานสไตล์ยุโรป ฟังก์ชั่นครบ ประโยชน์ใช้สอยเต็มพื้นที่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางระดับ Luxury ในทำเลที่เดินทางสะดวก ใกล้เมือง ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง ใกล้ทางด่วน ใ

ต่างจังหวัด ยังคงปักธงขยายตลาดหัวเมืองต่างจังหวัด เน้นจุดเด่น ทำเลเมือง ฟังก์ชั่นครบ แบบบ้านสวย และแนวคิดโครงการที่ชัดเจนไม่เหมือนใคร เช่น ทะเลสาบแห่งแรกในเชียงราย บ้านสไตล์อังกฤษพร้อมสวนน้ำพุสไตล์อังกฤษ ที่อยุธยา เป็นต้น โดยในปีนี้มีแผนเปิดโครงการเพิ่มอีก 2 แห่ง ที่เชียงใหม่-กาดรวมโชค เป็นทาวน์โฮมในทำเลคอนโดมิเนียม และ อ่างศิลา เพื่อรองรับการขยายตัวของจังหวัดชลบุรี โดยวางแผนขยายตลาดให้ครอบคลุมหัวเมืองให้มากขึ้น อาทิ ขอนแก่น อุดรธานี ภูเก็ต และหาดใหญ่

คอนโดมิเนียม ในปี 2563 บริษัทมีแผนในการขยายตลาดคอนโดมิเนียม โดยการเข้าไปลงทุนในโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมขาย แล้วนำมาพัฒนาต่อ เพื่อรับรู้รายได้ได้ทันที เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา ลูกค้าชาวต่างชาติในตลาดคอนโดมิเนียมได้หายไปบางส่วน และมีสินค้าที่ยังเหลือในตลาดอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่มีความเสี่ยงในการซื้อที่ดินและการออกแบบ โดยตลาดคอนโดมิเนียมยังมีเรียลดีมานด์อยู่ ซึ่งเป็นกลุ่มคนทำงานในเมืองที่ต้องการหลีกเลี่ยงปัญหารถติด ซึ่งโครงการที่จะเข้าไปลงทุน จะอยู่ในระดับราคา 150,000-200,000 บาท/ตร.ม. ทำเลดี ใช้ระบบขนส่งสาธารณะได้ โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาเลือกโครงการที่จะเข้าไปลงทุน ซึ่งทางบริษัทจะเลือกโครงการที่มียอดขายไม่ถึง 50%  และจะทำการซื้อห้องชุดในโครงการมากกว่า 50% เมื่อซื้อแล้วจะใช้แบรนด์ของโกลเด้นแลนด์ ซึ่งโมเดลนี้จะได้เห็นในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 โดยมีการวางงบการลงทุนในส่วนนี้ 2,000 ล้านบาท และยังมีแผนซื้อที่ดินเพื่อนำมาพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเองด้วย ซึ่งน่าจะได้เห็นในปี 2564

“การที่จะสร้างยอดขายฝ่ากระแสการตลาดในปีนี้ เป็นเรื่องของ Skill ความชำนาญแบบมืออาชีพ ราคาเป็นเรื่องสำคัญ ทำราคาได้ตรง ก็ไปได้ดี ทำเล ราคา สินค้า ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญ ต้องชั่ง ตวง วัด ให้ดี เหมือนเชฟปรุงอาหาร ทุกคนสามารถหาส่วนผสมได้เหมือนๆ กัน รู้เหมือนกันใช่ว่าจะทำได้เหมือนกัน อยู่ที่ใครจะใช้สูตรอะไรมาปรุงได้อร่อยถูกใจกว่ากัน มืออาชีพที่ทำมานาน ก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน และนี่คือความแตกต่าง ที่ทำให้บ้าน‘โกลเด้นแลนด์’ไม่เหมือนใคร” นายแสนผิน กล่าวทิ้งท้าย