CHEWA กางแผนปี 68 ปรับกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืนพร้อมพันธมิตร วางแผนเติบโตด้านรายได้และลดหนี้ต่อเนื่อง แย้มเตรียมทุ่มงบกว่า 500 ล้าน ซื้อที่ดินรองรับการพัฒนา 4 โครงการใหม่ ราคาจับต้องได้ แบรนด์ Chewathai Hallmark มูลค่ารวม 2,395 ล้าน พร้อมตั้งเป้าโกยรายได้ปีนี้ 2,000 ล้านบาท
นายบุญ ชุน เกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) หรือ CHEWA กล่าวถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมว่า หลังจากตลาดชะลอตัวลงตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 ปี 2567 สถานการณ์ได้กลับมาดีขึ้นตั้งแต่กลางเดือนมกราคม ปี 2568 เป็นต้นมา โดยปัจจัยที่ทำให้ตลาดชะลอตัวได้แก่ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ประกอบกับผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเนื่องจากกังวลกับภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันกันลดราคาสินค้าเพื่อแย่ชิงดีมานด์ที่น้อยลงเพื่อระบายสต๊อกสินค้าที่มีอยู่ในมือจนกลายเป็นสงครามราคา อย่างไรก็ตาม พบว่าโครงการคอนโดมิเนียมยังขายได้ดีในบางทำเล ขณะที่โครงการแนวราบยังคงชะลอตัว ส่วนตลาดเช่าพบว่าเติบโตมากขึ้น เนื่องจากผู้ที่ยังซื้อที่อยู่อาศัยไม่ได้จากการถูกปฏิเสธสินเชื่อจะใช้วิธีการเช่าไปก่อน จนกระทั่งสภาวะการเงินดีขึ้นจึงจะซื้อที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ เชื่อว่าในปี 2569 สถานการณ์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์น่าจะดีขึ้น
สำหรับในปี 2568 ชีวาทัยจะเดินหน้าศึกษาเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยบนทำเลศักยภาพทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมุ่งเน้นเซ็กเมนต์ที่บริษัทถนัดและได้รับผลตอบรับที่ดีมาตลอด ได้แก่ โครงการคอนโดมิเนียม Low-Rise สูง 8 ชั้น ราคาจับต้องได้ ในช่วงราคา 2-4 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 60,000-90,000 บาท/ตร.ม. ผ่านแบรนด์หลัก Chewathai Hallmark โดยจะใช้งบกว่า 500 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินใหม่รองรับการพัฒนา 4 โครงการ มูลค่ารวม 2,395 ล้านบาท ในทำเลที่มีผู้อยู่อาศัยหนาแน่นและน่าสนใจ อาทิ แจ้งวัฒนะ งามวงศ์วาน ห้วยขวาง พระราม 2 บางนา ลาดกระบัง ลาดพร้าว และพหลโยธิน นอกจากนี้ ยังมีการเจรจาเพื่อเข้าซื้อคอนโดระหว่างก่อสร้างเพื่อการรับรู้รายได้ที่เร็วขึ้นอีก 1-2 โครงการ และบริษัทยังขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income) โดยเน้นลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพและเชื่อมโยงกับธุรกิจเดิมของบริษัท ได้แก่ ธุรกิจบ้านมือสอง ภายใต้แบรนด์ Chewa Renue และธุรกิจนิติบุคคล พร้อมศึกษาธุรกิจอื่นๆ ที่จะส่งเสริมและสร้างรายได้ให้บริษัทอย่างต่อเนื่อง
“กลยุทธที่จะนำมาใช้ในปีนี้ มีการต่อยอดนโยบายด้านการขายที่ได้รับผลตอบรับที่ดี คือโปรโมชัน “อยากซื้อต้องได้ซื้อ” ที่มาในรูปแบบของการให้บริการ financial consultant เข้าดูแลลูกค้าที่มีปัญหาด้านการจัดการเอกสารการกู้สินเชื่อ การบริหารภาระหนี้ หรือปัญหาด้านวินัยทางการเงิน จนไม่สามารถกู้ได้ ชีวาทัยจะเข้าไปดูแลให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าในระยะยาวต่อเนื่องจนสามารถกู้ผ่านและโอนได้ ทำให้มี backlog ส่วนหนึ่งที่อยู่กับเรานานมาก บางรายมากกว่า 6 เดือน และค่อยๆ ปรับปรุงวินัยทางการเงินจนสามารถกู้ได้สำเร็จ นอกจากนี้กลยุทธ์เพื่อส่งเสริมด้านการแข่งขัน จะมีการจัดโปรโมชันใหญ่ของชีวาทัย “MEGA SALES” เพื่อคืนกำไรแก่ลูกค้าตลอดปี คาดว่าจะได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
“บริษัทมีแผนลดภาระหนี้หุ้นกู้รวม 470 ล้านบาท โดยปีนี้สามารถลดภาระหนี้ลงได้แล้ว 250 ล้านบาท จากการชำระคืนหุ้นกู้ ภายในปี 2568 ยังตั้งเป้าจะเร่งลดหนี้ลงอย่างต่อเนื่องอีก 220 ล้านบาท การลดภาระหนี้ลงตามแผนจะทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนทางการเงินของบริษัท และยังทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง มีสภาพคล่องทางการเงินสูงขึ้น ที่สำคัญยังจะมีผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทลดลงด้วย” นายบุญ ชุน เกียรติ กล่าว
ในด้านผลการดำเนินงานของบริษัท นายบุญ ชุน เกียรติ เปิดเผยว่า ในปี 2567 ที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,927.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 28.79 ล้านบาท คิดเป็น 1.52% โดยเป็นรายได้จากโครงการคอนโดมิเนียม 1,236 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 12.30% และเป็นรายได้จากโครงการแนวราบ 549 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 12.30% นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากโครงการบ้านมือสอง 53 ล้านบาท และมีรายได้อื่นๆ 112.68 ล้านบาท คิดเป็น 5.8% ของรายได้รวม สำหรับรายได้จากโครงการบ้านเดี่ยวที่มีการเติบโตลดลง สืบเนื่องมาจากปัญหาการถูกปฏิเสธสินเชื่อของลูกค้า ทำให้ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามเป้า แม้ว่าทางบริษัทจะมียอดสะสมจากการทำสัญญาเพิ่มขึ้นก็ตาม ทำให้การดำเนินงานทั้งปี บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 356.37 ล้านบาท สาเหตุหลักเกิดจากการการตั้งสำรองค่าเผื่อผลขาดทุนจากการลดลงของมูลค่าโครงการ
นายบุญ ชุน เกียรติ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ปัจจุบัน บริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ( ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567) มูลค่ารวม 949 ล้านบาท นอกจากรายได้ด้านการขายอสังหาริมทรัพย์เดิมของชีวาทัยแล้ว ยังเร่งสร้างรายได้จากโครงการร่วมทุนกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการหลักที่จะรับรู้รายได้ภายในปีนี้ ได้แก่ โครงการคอนโดมิเนียม “ชีวาทัย ฮอลล์มาร์ค เอกมัย-รามอินทรา” มูลค่าโครงการ 1,014 ล้านบาท ภายใต้การร่วมทุนกับบริษัท นิปปอน สตีล โควะ เรียล เอสเตท จำกัด (NIPPON STEEL KOWA REAL ESTATE) หรือ NSKRE ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าในพื้นที่เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ ยังมีธุรกิจโรงงานสำเร็จรูปให้เช่า ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ระยอง ภายใต้การร่วมทุนกับบริษัท ยูเวิร์ค 999 และ Neo727 ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มีความแข็งแกร่งและมีประสบการณ์ที่ได้รับการยอมรับ โดยในปี 2568 บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายเอาไว้ที่ 2,500 ล้านบาท ยอดรับรู้รายได้ 2,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้มาจากรายได้ประจำ 20 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจบ้านมือสอง ภายใต้แบรนด์ Chewa Renue อีก 70 ล้านบาท