เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้  โฮม (ประเทศไทย) แจงแผนปี 65 มุ่งรักษาตำแหน่งผู้นำนวัตกรรมทาวน์โฮม พร้อมรุกตลาดบ้านเดี่ยว/บ้านแฝดเต็มสูบ พร้อมตั้งเป้ารายได้ 13,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 13% จากปี 64 เผยเตรียมปั้นโครงการคอนโดมิเนียม คาดปี 68 โกยรายได้ 20% ของพอร์ตรวม

นายแสนผิน สุขี  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า  เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮม เป็นบริษัทอสังหาริมททรัพย์ซึ่งเป็นผู้นำนวัตกรรมทาวน์โฮมมาจนถึงปัจจุบัน โดยกลุ่มลูกค้าหลักคือลูกค้าที่มีรายได้ระดับกลาง ทั้งนี้ในปี 2563-2564  เนื่องจากภาวะวิกฤตโควิด-19 ทำให้กลุ่มฐานลูกค้าหลักได้รับผลกระทบเรื่องรายได้ บริษัทจึงมีการปรับแผนการดำเนินการด้วยการรุกตลาดบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดมากขึ้น

 “ปี 2564 ที่ผ่านมา เป็นอีกปีที่ท้าทาย ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจในหลายเซกเตอร์ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ต้องหยุดชะงัก ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อจีดีพีของประเทศไทย รวมถึงอีกหลายกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทำให้สัดส่วนภาระหนี้สินครัวเรือนปรับเพิ่มขึ้น พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อลดลง ซึ่งส่งผลต่อเนื่องมายังธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารปฏิเสธสินเชื่อ ตลาดแนวราบมีการแข่งขันที่สูงขึ้นกว่าเดิม”

“อย่างไรก็ตามหากสำรวจความต้องการในตลาดที่อยู่อาศัยกลับพบว่าคนยังต้องการบ้าน โดยเฉพาะบ้านแนวราบ จากความท้าทายของปัจจัยต่างๆ ประกอบกับความต้องการที่ยังมีในตลาด ในปี 2565 บริษัทจึงปรับกลยุทธ์ใหม่ด้วยการเพิ่มสัดส่วนสินค้าบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดมากขึ้น สำหรับแผนธุรกิจในปี 2565 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 25 โครงการ ในทำเลกรุงเทพฯ และปริมณฑล มูลค่ารวม 29,500 ล้านบาท ประกอบด้วย ทาวน์โฮม 10 โครงการ, นีโอ โฮม บ้านแฝด 2 โครงการ, บ้านเดี่ยว 10 โครงการ และโครงการในต่างจังหวัด 3 โครงการ โดยบริษัทมีโครงการที่ยังเปิดขายรวม 79 โครงการ มูลค่า 96,500 ล้านบาท ทั้งนี้ ในปี 2565 บริษัทตั้งเป้ารายได้ 13,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 13% จากปี 2564 ซึ่งบริษัทมีรายได้ 11,500 ล้านบาท”

“กลยุทธ์ของบริษัทในปี 2565 คือการกระจายพอร์ตสินค้า เพิ่มแบรนด์ให้หลากหลาย โดยการปรับสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นการกระจายรายได้และส่วนแบ่งของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัท ซึ่งสำหรับบ้านเดี่ยวและCity Home จะพัฒนาแบบบ้านเดี่ยวรุ่นใหม่ให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ามากขึ้น ยกระดับการใช้ชีวิตในสังคมการอยู่อาศัย ทั้งดีไซน์ ฟังก์ชั่น บนทำเลศักยภาพสูง และเพิ่มสินค้าระดับบน Super Luxury พร้อมรักษาตลาดทาวน์โฮม ในการเป็นผู้นำนวัตกรรมทาวน์โฮมที่มีคุณภาพ โดนเด่นด้วยฟังก์ชั่น ที่ครองใจกลุ่มลูกค้า บนทำเลศักยภาพสูง ขณะที่บ้านแฝดจะเน้นที่เน้นสไตล์หรูหรา เทียบเท่าบ้านเดี่ยว เน้นทำเลใกล้เมือง ด้วยราคาที่จับต้องได้ ส่วนตลาดต่างจังหวัดจะบุกตลาดใหม่ ในจังหวัดที่มีศักยภาพ และรักษากลุ่มลูกค้าฐานจังหวัดเดิม โดยเปิดโครงการใหม่เพื่อทดแทนโครงการเดิมที่ใกล้จะหมด ด้วยแบบบ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต นอกจากนั้นในส่วนของคอนโดมิเนียม ก็มีแผนพิจารณาซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ โดยเน้นกลุ่มลูกค้า Real Demand ในทำเลที่เดินทางสะดวก ซึ่งในปี 2568 บริษัทตั้งเป้าทำรายได้จากการขายโครงการคอนโดมิเนียมในสัดส่วน 20% ของรายได้ทั้งหมด ทั้งนี้ ในด้านการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์บริษัทมีความได้เปรียบในเรื่องการนำที่ดินเดิมที่ซื้อไว้แล้วมาพัฒนา เพื่อลดความเสี่ยงในการที่มูลค่าของที่ดินเพิ่มสูงขึ้นทุกปี จึงทำให้ได้เปรียบในเรื่องของการควบคุมต้นทุน” นายแสนผิน กล่าว

 “ในปัจจุบันยอดขายไม่ได้สำคัญมากนัก เพราะก็ไม่สามารถประมาณการรายได้ แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่า คือความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของลูกค้าในการซื้อบ้าน ที่จะทำให้บริษัทก้าวไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง จึงเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญมาตลอดในการพัฒนาบ้านให้เป็นบ้านในฝันของลูกค้าทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ที่โดดเด่นสวยหรูถูกใจ ทำเลที่มีศักยภาพสูง พร้อมฟังก์ชั่นครบคุ้มโดนใจ ที่นับเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า” นายแสนผิน กล่าวทิ้งท้าย