“บมจ. เคหะสุขประชา” แต่งตั้ง บล.ทรีนีตี้ จก. นั่งที่ปรึกษาทางการเงิน เตรียมการระดมทุนระยะที่ 1 วงเงิน 20,000 ล้านบาท พัฒนา “โครงการบ้านเช่าพร้อมอาชีพ” 20,000 หน่วยทั่วประเทศในปี 65 พร้อมตั้งเป้าผุดโครงการ 100,000 หน่วย ใน 5 ปี

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ประธานกรรมการ บริษัท เคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน) หรือ K-HA เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติมีเป้าหมายพัฒนา “โครงการบ้านเช่าพร้อมอาชีพ” โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้ได้เข้าถึงโอกาสในการมีที่อยู่อาศัยที่มีมาตรฐานในราคาเหมาะสม และสามารถพัฒนาทักษะอาชีพภายในชุมชนเพื่อสร้างรายได้ และได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน จำนวน 100,000 หน่วยทั่วประเทศภายใน 5 ปี (2565-2569) ภายใต้กรอบวงเงิน 60,000 ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อลดภาระด้านงบประมาณของภาครัฐ การเคหะแห่งชาติจึงเสนอให้มีการจัดตั้งบริษัทลูกในรูปแบบบมจ. โดยได้จดทะเบียนจัดตั้ง บมจ. เคหะสุขประชา ในเดือนมีนาคม พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา ปัจจุบันบริษัทอยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อมในด้านการจัดหาพื้นที่สำหรับการพัฒนาโครงการในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อทำแผนการพัฒนาโครงการโดยรวม และประเมินมูลค่าโครงการ ตลอดจนเตรียมร่างข้อเสนอการร่วมลงทุน (PPP) กับการเคหะแห่งชาติ ซึ่งมีความจำเป็นต้องมีบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินมาร่วมให้คำปรึกษาในการพัฒนาโครงการให้ได้สอดคล้องกับแผนการลงทุนทั้งหมด

ทั้งนี้ บริษัทได้แต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน สำหรับรองรับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ร่วมกับการเคหะแห่งชาติ โดยเฉพาะ “โครงการบ้านเช่าพร้อมอาชีพ” จำนวน 100,000 หน่วยทั่วประเทศ โดยในปี 2565 มีเป้าหมายพัฒนาโครงการทั้งหมด 20,000 หน่วย วงเงินลงทุน 20,000 ล้านบาท 

“เคหะสุขประชาในโครงการเคหะแห่งชาติได้ เริ่มสร้างโครงการนำร่องบ้านเคหะสุขประชาฉลองกรุง จำนวน 302 หน่วย พร้อมตลาด และเคหะสุขประชาร่มเกล้า จำนวน 270 หน่วย พร้อมคอมมูนิตี้มอลล์ โดยได้มีการจับสลากผู้ได้สิทธิเช่าครบทั้งสองโครงการแล้ว และจะสามารถเข้าอยู่ได้ในเร็วๆ นี้” นายทวีพงษ์ กล่าว

ทางด้าน นายชาญชัย กงทองลักษณ์ กรรมการอำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติ และภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีส่วนและมีบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ให้กับ บมจ. เคหะสุขประชา ในการศึกษาแนวทางการจัดหาแหล่งเงินทุนตามแผนธุรกิจ ซึ่งถือว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ และมีประโยชน์เป็นอย่างมากต่อประชาชน บริษัทจะใช้ประสบการณ์ผนวกกับความเป็นมืออาชีพ ทำหน้าที่ที่ปรึกษาทางการเงินอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้บริษัทสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพิ่มศักยภาพและต่อยอดธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาโครงการเคหะสุขประชาให้เติบโตอย่างยั่งยืน

“เรามีประสบการณ์ในการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับการเคหะแห่งชาติมาแล้วหลายโครงการ สำหรับในครั้งนี้แผนโปรเจกต์ไฟแนนซ์ในระยะแรกจะอยู่ประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งอาจจะมีการระดมทุนทั้งในรูปแบบของการกู้เงินจากสถาบันการเงิน การออกหุ้นกู้ การนำสินทรัพย์มาแปลงเป็นหลักทรัพย์ และการลงทุนในตราสารหุ้น โดยความน่าสนในในการลงทุนใน บมจ. เคหะสุขประชา อยู่ที่การมีทำเลในการพัฒนาโครงการที่หลากหลาย ประกอบกับเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว ขณะที่ยังไม่มีดีเวลล็อปเปอร์รายใดพัฒนาบ้านเช่าพร้อมอาชีพในตลาด และแผนพัฒนาโครงการของบมจ. เคหะสุขประชา ก็มีทั้งแผนระยะสั้น พัฒนาโครงการ 20,000 หน่วย ในปี 2565 และพัฒนาโครงการ จำนวน 100,000 หน่วยภายใน 5 ปี ขณะที่ระยะยาวก็มีแผนพัฒนาโครงการ 200,000 หน่วย ใน 10 ปี” นายชาญชัย กล่าว

ทั้งนี้ บมจ. เคหะสุขประชา มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นดังนี้ การเคหะแห่งชาติ สัดส่วน 49.0% บริษัท ออมสุข วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด บริษัทในเศรือ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 25.0% บริษัท วินโคว์ เอเชีย จำกัด สัดส่วน 11.0%  บริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด สัดส่วน 5.0% บริษัท แฟคซิลิตี้ แมนเนจเมนท์ จำกัด สัดส่วน 5.0% บริษัท มหาจักร อิเล็คทริค (ประเทศไทย) จำกัด สัดส่วน 2.5% และบริษัท แอดวานซ์ แมททีเรียลส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด สัดส่วน 2.5%