ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ชี้โควิด-19 ส่งผลกระทบตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม ขณะที่แนวราบกระทบน้อย แจงไตรมาส 4 ปีนี้ตลาดเริ่มฟื้นตัว พร้อมเผยโฉมบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมภายใต้แบรนด์ ‘บ้านลลิล The Prestige’ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Beyond Luxury เหนือทุกระดับ ด้วยบ้านคุณภาพดีไซน์สไตล์ฝรั่งเศส ‘French Colonial Style’ ประเดิมโครงการแรก ‘บ้านลลิล The Prestige’ ประชาอุทิศ – สุขสวัสดิ์ ราคา 5-8 ล้านบาท ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการขยายครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น
นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ (LALIN) เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมได้รับผลกระทบพอสมควร โดยเฉพาะในส่วนของตลาดคอนโดมิเนียมซึ่งมีการหดตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยข้อมูลที่อยู่อาศัยใหม่จดทะเบียนในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ พบว่า ในช่วงระยะเวลา 8 เดือน (มกราคม-สิงหาคม) ของปี 2564 มีคอนโดมิเนียมใหม่จดทะเบียนจำนวน 26,055 หน่วย ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมีคอนโดมิเนียมใหม่จดทะเบียนจำนวน 46,144 หน่วย ขณะที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ ในช่วงระยะเวลา 8 เดือนของปี 2564 อยู่ที่ 28,262 หน่วย ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งตัวเลขอยู่ที่ 42,793 หน่วย ขณะที่ตลาดแนวราบ พบว่าได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากเป็นตลาดเรียลดีมานด์ ซึ่งผู้ซื้อต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง โดยในส่วนตลาดทาวน์ ในช่วงระยะเวลา 8 เดือนของปี 2564 มีทาวน์เฮาส์ใหม่จดทะเบียนจำนวน 7,220 หน่วย ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมีทาวน์เฮาส์ใหม่จดทะเบียนจำนวน 9,733 หน่วย ขณะมีการโอนกรรมสิทธิ์ 16,338 หน่วย ลดลงจากช่วงเลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่ตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์อยู่ที่ 18,833 หน่วย ขณะที่อยูอาศัยในกลุ่มบ้านเดี่ยว พบว่าในช่วงระยะเวลา 8 เดือนของปี 2564 มีบ้านเดี่ยวใหม่จดทะเบียนจำนวน 7,162 หน่วย เพิ่มขึ้นเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมีบ้านเดี่ยวใหม่จดทะเบียนจำนวน 6,807 หน่วย ในส่วนของการโอนกรรมสิทธิ์พบว่าลดลงเล็กน้อย โดยในช่วงระยะเวลา 8 เดือนของปี 2564 มีการโอนกรรมสิทธิ์บ้านเดี่ยว 7,984 หน่วย ขณะที่ในช่วงใวลาเดียวกันของปี 2563 มีการโอนกรรมสิทธิ์บ้านเดี่ยว 8,615 หน่วย
ทั้งนี้ จากภาพรวมของตลาดที่มีการหดตัวลง ในฝั่งของผู้พัฒนาโครงการอสังหทาริมทรัพย์ก็มีการปรับตัวโดยลดการพัฒนาโครงการใหม่ลงเช่นกัน โดยพบว่าตัวเลขของใบอนุญาตจัดสรรในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ในช่วงระยะเวลา 8 เดือนของปี 2564 ลดลงอย่างชัดเจนทั้งในส่วนของคอนโดมิเนียมและที่อยู่อาศัยแนวราบ ดังนั้น ตลาดจึงเหมือนอยู่ในช่วงปรับสมดุลใหม่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของทุกปีจะเป็นช่วงที่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ กันมากที่สุด และในปีนี้ก็เช่นเดียวกันที่จะเห็นการเปิดตัวโครงการใหม่มากกว่าไตรมาส 3 ที่ตลาดชะลอตัวลงไป และคาดว่าช่วงปลายปีนี้จะเป็นช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวขึ้นมา
นายชูรัชฏ์ กล่าวอีกว่า จากผลสำรวจของผู้บริโภคในปัจจุบันพบว่าบ้านระดับราคา 5-8 ล้านบาท ยังคงเป็นที่ต้องการอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการขยายครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น บ้านขนาดใหญ่จึงตอบโจทย์ เพราะมีห้องอเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานตามที่ต้องการ อาทิ work from home การเรียนออนไลน์ หรือแม้กระทั่งปรับเป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ บ้านยังคงตอบรับกับชีวิตวิถีใหม่ในยุค New Normal เพราะมีพื้นที่บริเวณโดยรอบบ้านรองรับกับการใช้ชีวิตที่ยังคงความเป็นส่วนตัว มีพื้นที่สีเขียวในการผ่อนคลาย รายล้อมไปด้วยสังคมคุณภาพ ล่าสุด บริษัทได้มีการปรับโฉมแบรนด์บ้านเดี่ยว จาก ‘บ้านลลิล’ สู่ ‘บ้านลลิล The Prestige’ เพื่อเป็นการเติมเต็มกลุ่มบ้านระดับราคา 5-8 ล้านบาท เพื่อให้ครอบคลุมทุก segment โดยมุ่งพัฒนาบ้านที่ตอบโจทย์กำลังซื้อกลุ่มนี้ และเพิ่มโอกาสทางการตลาดสู่การเติบโตที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยได้เปิดตัวโครงการแรก ‘บ้านลลิล The Prestige’ ประชาอุทิศ – สุขสวัสดิ์ บนพื้นที่ 39 ไร่ มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท รวม 181 ยูนิต ท่ามกลางกระแสตอบรับในช่วง soft opening ที่ดีเกินคาด ด้วยศักยภาพของทำเลในย่านประชาอุทิศ – สุขสวัสดิ์ ที่สะดวกในเรื่องของการเดินทางและระบบคมนาคมแบบ freeway ที่ใช้สัญจรเข้าเมืองอย่างสะดวกสบาย ประกอบกับประสบการณ์จากช่วงโควิด-19 ที่ทำให้คนส่วนใหญ่เปลี่ยนจากการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมมาเป็นบ้านเดี่ยวเพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้พื้นที่ส่วนรวม
สำหรับ บ้านลลิล The Prestige ได้รับการออกแบบในสไตล์ French Colonial ผ่านแรงบันดาลใจจากพระราชวังแวร์ซายและสวนโพรวองซ์ (Provence) ที่พัฒนาให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ หรูหรา มีระดับ รายล้อมไปด้วย Green Space ที่ได้แรงบันดาลใจจากพระราชวังแวร์ซาย บ้านระดับพรีเมียมที่มาพร้อมนวัตกรรมประหยัดพลังงานเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเป็นบ้านเดี่ยวขนาด 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ บนทำเลคุณภาพ ที่มีให้เลือก 4 แบบบ้าน ประกอบไปด้วย
- แบบบ้าน IMPERIAL พื้นที่ใช้สอย 174 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 2 ที่จอดรถในร่ม
- แบบบ้าน GORGEOUS A พื้นที่ใช้สอย 154 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 2 ที่จอดรถในร่ม
- แบบบ้าน GORGEOUS B พื้นที่ใช้สอย 154 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 2 ที่จอดรถในร่ม
- แบบบ้าน GARISH พื้นที่ใช้สอย 154 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 2 ที่จอดรถในร่ม
นอกจากนี้ยังครบครันด้วยคลับเฮ้าส์สุดหรู ที่มาพร้อมฟิตเนสและสระว่ายน้ำ ติดตั้งระบบไฟแสงสว่างในพื้นที่ส่วนกลางแบบ LED ด้วยระบบโซล่าร์เซล พร้อมระบบหมุนเวียนน้ำเพื่อดูแลสวนส่วนกลาง กล้องวงจรปิดบริเวณโครงการพร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ที่เข้าออกโครงการด้วยระบบ keycard access ให้อุ่นใจในการใช้ชีวิตตลอดวัน
“หนึ่งในการพัฒนาที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของ บ้านลลิล The Prestige คือการนำนวัตกรรมประหยัดพลังงานเข้ามาใช้ในการพัฒนาบ้านและพื้นที่ส่วนกลางของโครงการเพิ่มมากขึ้น เพื่อลดการใช้พลังงานและเป็นบ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” นายชูรัชฏ์ กล่าวเสริม “Exquisite Design Function แนวคิดการออกแบบที่พิถีพิถันผ่านการคิดและการคัดสรรวัสดุตกแต่งต่างๆ เริ่มตั้งแต่การออกแบบภายในบ้านให้สูงโปร่งสบาย มีการหมุนเวียนระบายอากาศภายในบ้าน สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างลงตัวโดยไม่มีเหลี่ยมเสา เพิ่มพื้นที่ห้องเก็บของให้มีขนาดใหญ่ขึ้น รวมทั้งเลือกใช้วัสดุที่พรั่งพร้อมไปด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อโลกสีเขียว อาทิ แผ่นสะท้อนกันความร้อน สีสะท้อนความร้อนออกจากตัวบ้าน และยังมีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ตลอดจนการติดตั้งสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำและกำจัดแบคทีเรีย เพิ่มความสะดวกด้วยเก้าอี้อาบน้ำและที่นั่งอาบน้ำเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยภายในบ้านลลิล The Prestige”
นายชูรัชฏ์ กล่าวอีกว่า ปีนี้ลลิลตั้งเป้าเปิดตัวโครงการเอาไว้ 9-11 โครงการ โดยปัจจุบันได้เปิดตัวไปแล้ว 9 โครงการ มูลค่า 6,000 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดขายเอาไว้ 7,000 ล้านบาท โดย 10 เดือนที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายได้แล้ว 6,200-6,300 ล้านบาท เติบโตขึ้น 11-12% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563 ซึ่งคาดว่าปีนี้จะสามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งเป้าเอาไว้แน่นอน