“สุนทร สถาพร” ได้รับความไว้วางใจนั่งเก้าอื้นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร (HBA) ต่ออีกวาระปี 2569–2571 ประกาศเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยไทย ชูแผน 3 ระยะ ประคับประคองตลาด–เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ–ผลักดัน Digital Filing สู่ One Stop Service พร้อมเปลี่ยนผ่าน Green สู่ Net Zero รับตลาดปี 2570 ฟื้นตัวแบบ Selective เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ
ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร (HBA) มีมติเลือก นายสุนทร สถาพร ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรต่ออีกหนึ่งวาระ ระหว่างปี 2569–2571 โดยภายหลังรับตำแหน่ง นายสุนทรได้ประกาศทิศทางการทำงานในวาระที่ 2 มุ่งยกระดับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการทุกขนาด ควบคู่กับการประสานความร่วมมือภาครัฐ ภาคการเงิน และภาคธุรกิจ เพื่อฟื้นตลาดที่อยู่อาศัยและวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว
นายสุนทรกล่าวว่า ตลอดวาระแรก HBA ทำงานร่วมกับภาครัฐอย่างใกล้ชิดในการเสนอและผลักดันมาตรการเพื่อประคับประคองภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการรณรงค์ Greener Thai Home เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย พร้อมพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ
สำหรับวาระที่ 2 HBA จะขยับบทบาทจากการแก้ปัญหาระยะสั้นไปสู่การสร้างรากฐานให้อุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยไทยสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับ Digital Transformation และ Green Transformation เป็นกลไกสำคัญของการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม
>>>ชูแผน 3 ระยะ ปลดล็อกตลาด–ยกระดับผู้ประกอบการ
นโยบายการทำงานในวาระที่ 2 แบ่งออกเป็น 3 ระยะ เริ่มจาก ระยะสั้น มุ่งประคับประคองตลาดและปลดล็อกอุปสรรค โดย HBA จะติดตามผลของมาตรการภาครัฐ ทั้งมาตรการ LTV การลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการเข้าถึงสินเชื่อ เพื่อให้มาตรการสามารถส่งผ่านไปถึงประชาชนและผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ HBA จะร่วมกับภาครัฐผลักดันการจัดระเบียบการอยู่อาศัยของชาวต่างชาติให้มีความชัดเจนและโปร่งใส รวมถึงพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ์ เพื่อให้การลงทุนและการอยู่อาศัยของชาวต่างชาติอยู่บนระบบที่ถูกต้องและสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย
ส่วน ระยะกลาง จะเน้นเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อและลดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ประกอบการ โดย HBA เตรียมเสนอแนวทางปรับโครงสร้างสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อให้ประชาชนในทุก Segment สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ตามศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้
พร้อมกันนี้จะผลักดันการ Upskill และ Reskill ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถนำ Technology, Digital และ Green Innovation มาเพิ่ม Productivity และยกระดับความสามารถในการแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ได้อย่างเป็นธรรม
ขณะที่ ระยะยาว HBA จะผลักดันการใช้ Electronic/Digital Filing เพื่อเป็นฐานสู่ระบบ One Stop Service ลดขั้นตอน ลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็วและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ
อีกด้านหนึ่งคือการผลักดัน Digital Transformation จาก Green สู่ Net Zero โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดการใช้พลังงานและ Carbon Footprint ของบ้านและโครงการที่อยู่อาศัย รวมถึงร่วมมือกับภาครัฐในการพัฒนากฎหมายและมาตรฐานใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและมาตรฐานที่อยู่อาศัยของไทย
>>>ตลาด Q4/69 ฟื้นแบบ Selective ไม่ใช่ Boom
สำหรับทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงที่เหลือของปี 2569 นายสุนทรประเมินว่า ตลาดเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ แต่ยังเป็นการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปและเลือกซื้อ ไม่ใช่การกลับมาเติบโตในลักษณะบูม
ข้อมูลจาก REIC ระบุว่า ช่วงครึ่งแรกปี 2569 การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศอยู่ที่ 167,665 หน่วย เพิ่มขึ้น 17.6% ขณะที่มูลค่าการโอนอยู่ที่ 429,839 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% โดยบ้านจัดสรรยังเป็นตลาดหลัก คิดเป็นประมาณ 70% ของมูลค่าการโอน ขณะที่คอนโดมิเนียมมีอัตราการเติบโตสูงกว่าในเชิงจำนวนและมูลค่า
อย่างไรก็ตาม ตลาดมือสองมีสัดส่วนถึง 63% สะท้อนว่าความต้องการที่อยู่อาศัยจริง (Real Demand) ยังคงมีอยู่ แต่ผู้ซื้อให้ความสำคัญกับราคา ความคุ้มค่า และทำเลมากขึ้น ขณะที่ตลาดต่างชาติยังชะลอตัว โดยครึ่งแรกปี 2569 การโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติลดลง 8.8% ทำให้ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของ Demand” มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณ
สำหรับปี 2570 REIC คาดการณ์ว่ามูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์จะเพิ่มขึ้น 3.1% อยู่ที่ 908,358 ล้านบาท แต่จำนวนหน่วยจะลดลง 0.9% เหลือ 320,617 หน่วย ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2% อยู่ที่ 582,688 ล้านบาท
นายสุนทรมองว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพตลาดปี 2570 ที่จะเติบโตจากมูลค่าและระดับราคาที่อยู่อาศัยมากกว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนหน่วย โดยกลุ่ม Mass–Middle และ Real Demand จะยังเป็นตลาดหลัก ส่วนตลาด Luxury และตลาดต่างชาติจะให้ความสำคัญกับ Product และทำเลที่มีคุณภาพมากขึ้น
>>>เปลี่ยนจาก Quantity สู่ Quality of Growth
นายสุนทรกล่าวว่า ภาพตลาดปี 2570 ทำให้อุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยจำเป็นต้องปรับมุมมองจากการเติบโตด้านจำนวนไปสู่ “Quality of Growth” โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้า ความสามารถในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย คุณภาพชีวิต และความยั่งยืนควบคู่กัน
“เป้าหมายของ HBA ไม่ใช่เพียงทำให้ธุรกิจบ้านจัดสรรเติบโต แต่ต้องการสร้างอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยไทยให้แข็งแรง มีนวัตกรรม ยั่งยืน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้ประชาชน”
ทั้งนี้ ทิศทางการทำงานของ HBA ในวาระที่ 2 จึงมุ่งเชื่อมโยง การติดตามมาตรการรัฐและจัดระบบการอยู่อาศัยของต่างชาติ ในระยะสั้น การปรับโครงสร้างสินเชื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ตามศักยภาพ และ Upskill ผู้ประกอบการทุกขนาดในระยะกลาง และระยะยาว กับการผลักดัน Digital Filing ไปสู่ One Stop Service พร้อม Digital Transformation จาก Green สู่ Net Zero และร่วมกับภาครัฐยกระดับกฎหมายและมาตรฐานที่อยู่อาศัยไทย



