แอสเซทไวส์ เดินหน้าบุกหนักตลาดบ้านลักชัวรี หลังประกาศปีนี้ลุยเสริมแกร่งพอร์ตด้วยการพัฒนาโครงการบ้านแนวราบครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ชี้ปี 67 ตลาดบ้านระดับบนยังโตต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศความคืบหน้าโครงการบ้านหรูระดับแฟล็กชิป “ดิ ออเนอร์ โยธินพัฒนา”เผยโฉม 2 คลับเฮาส์สุดอลังการบนพื้นที่กว่า 2,000 ตร.ม. โชว์ยอดจองเฟสแรกกว่า 30% คาดรับรู้รายได้ปีนี้ 650 ล้าน ดันยอดขายโครงการแนวราบตามเป้า 1,000 ล้าน

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าจากแผนของบริษัทในการเพิ่มพอร์ตโครงการบ้านแนวราบมากขึ้น ในปี 2565-2566 บริษัทได้เปิดตัวโครงการแนวราบไปแล้ว 3 โครงการ ได้แก่ เอสต้า รังสิต – คลอง 2 มูลค่าโครงการ 680 ล้านบาท ดิ อาเบอร์ ดอนเมือง-แจ้งวัฒนะ มูลค่าโครงการ 1,050 ล้านบาท และดิ ออเนอร์ โยธินพัฒนา มูลค่าโครงการ 4,200 ล้านบาท นอกจากนี้ ในปี 2567 จะมีการเปิดโครงการแนวราบเพิ่มอีก 3 โครงการ ได้แก่ เอสต้า ซีรีนิตี้ มูลค่าโครงการ 800 ล้านบาท ดิ อาเบอร์ รามอินทรา-วัชรพล มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท และ ฌาน เดอะ ริเวอร์ไซด์ บรมราชชนนี มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท ทำให้ในปี 2567 บริษัทจะมีโครงการแนวรวม 6 โครงการ มูลค่ารวม 10,030 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายรายได้จากโครงการแนวราบในปีนี้เอาไว้ที่ 1,000 ล้านบาท หรือประมาณ 10% กว่าๆ  จากเป้าหมายรายได้รวมของบริษัท 8,700 ล้านบาท และในอีก 3 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าว่าบริษัทจะมีรายได้จากโครงการแนวราบในสัดส่วน 30% ของรายได้รวมทั้งหมดของบริษัท

ทั้งนี้ ล่าสุดแอสเซทไวส์ได้ออกมาเผยถึงความคืบหน้าโครงการบ้านหรูระดับแฟล็กชิป “ดิ ออเนอร์ โยธินพัฒนา” พร้อมเผยโฉม 2 คลับเฮาส์สุดอลังการบนพื้นที่กว่า 2,000 ตร.ม. และโชว์ยอดขายโครงการในเฟสแรก จำนวน 8 ยูนิต ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 32% ของการเปิดขายบ้านในเฟสแรก จำนวน 25 ยูนิต

“ตลาดบ้านหรูยังคงเติบโตสวนทางตลาดอย่างต่อเนื่อง เพราะกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อยกว่า ประกอบกับซัพพลายในตลาดยังมีไม่มากเท่าโครงการในเซกเมนต์อื่น โดยลูกค้ากลุ่มผู้มีรายได้สูงหรือ Wealth ให้ความสำคัญกับหลายปัจจัยที่มากกว่าแค่เรื่องดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้งที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าออกเมืองได้สะดวก ทั้งยังต้องแวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์สำคัญ นอกจากนี้ การออกแบบทุกพื้นที่ในบ้าน ยังต้องตอบโจทย์การอยู่ร่วมกันของครอบครัวใหญ่ที่มีคนหลายเจนอยู่ร่วมกัน นอกจากนี้ เรายังพบว่าลูกค้า Wealth ยังต้องการ Living Fulfillment และมองหาโครงการบ้านหรูที่สามารถเติมเต็มการใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงประสบการณ์การใช้ชีวิตอย่างเหนือระดับทั้งภายในบ้านและในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการอีกด้วย ซึ่งโครงการ ดิ ออเนอร์ โยธินพัฒนา สามารถตอบทุกโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้อย่างแท้จริง โดยหลังจากเปิดขายในเฟสแรก สามารถทำยอดขายได้แล้วกว่า 30%”

The Social Club

โครงการ ดิ ออเนอร์ โยธินพัฒนา ถือเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับการพัฒนาโครงการบ้านหรูในยุคนี้ ซึ่งจุดเด่นของโครงการคือคลับเฮาส์ 2 แห่ง ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 2,000 ตร.ม. โดยแห่งแรก คือ The Social Club ตั้งอยู่ด้านหน้าของโครงการเพื่อรองรับแขกของลูกบ้าน โดยแยกสัดส่วนจากพื้นที่พักอาศัยเพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุด ซึ่งไฮไลท์คือห้อง Gentle Club ที่ประกอบด้วย Wine & Cigar Room, Fine Dining Space, Tea Room & Car Salon และ The Residential Club สำหรับลูกบ้านได้มาผ่อนคลายและสังสรรค์กับหลากหลายสเปซ ไม่ว่าจะเป็น Private Chef’s Table Space, Private Spa Therapy, Residential Lounge, The Gym, Kids Club หรือ High Tea Pavilion นอกจากนี้ คลับเฮาส์ยังมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่แยกสระเด็ก สระผู้ใหญ่ เหมาะสำหรับการใช้งานกับทุกเจนเนอเรชั่น โอบล้อมสวนสวยขนาดใหญ่กว่า 1 ไร่ มอบบรรยากาศเหมือนลูกบ้านได้เข้าพักในรีสอร์ตสุดหรู อีกทั้งยังมอบบริการ Living Fulfillment จากทีม Concierge Service บริการผู้ช่วยส่วนตัวที่พร้อมซัพพอร์ตลูกบ้านที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในทุกมิติ ตั้งแต่งานด้าน Maintenance โดยผู้เชี่ยวชาญที่ไว้วางใจได้  บริการรถรับส่งสนามบิน บริการสปาที่บ้าน บริการจัดเลี้ยง จัดปาร์ตี้ งานทำบุญเลี้ยงพระ การดูแลด้านสุขภาพ และอีกมากมาย

The Residential Club

โครงการ “ดิ ออเนอร์ โยธินพัฒนา” ตั้งอยู่ในซอยโยธินพัฒนา บนพื้นที่โครงการรวมกว่า 38 ไร่ สามารถเดินทางเชื่อมต่อ 3 ย่านสำคัญ อย่างถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา, ถนนเกษตร-นวมินทร์ และถนนลาดพร้าว ทั้งยังใกล้ทางด่วนฉลองรัชเพียง 5 นาที และเดินทาง 15 นาทีถึงทองหล่อ มาพร้อมสระว่ายน้ำและลิฟต์ส่วนตัวทุกหลัง จำนวน 106 ยูนิต แบ่งการพัฒนาออกเป็น 4 เฟส เฟสละประมาณ 25 ยูนิต ประกอบด้วยแบบบ้าน 3 ขนาด พื้นที่ใช้สอย 455-710 ตร.ม. พร้อมที่จอดรถสูงสุด 6 คัน ราคาเริ่มต้น 40-60 ล้านบาท มูลค่าโครงการรวม 4,200 ล้านบาท อีกทั้งยังรายล้อมไปด้วย Lifestyle Hub ครบครัน ทั้งสถานศึกษาชั้นนำ, ห้างสรรพสินค้า และโรงพยาบาล อาทิ KIS International School, Shrewsbury International School, เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, เดอะคริสตัล เอกมัย – รามอินทรา นับเป็นอีกหนึ่งไพรม์โลเคชันที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยเป็นอันดับต้น ๆ ในกรุงเทพฯ

“เราตั้งเป้ายอดขายโครงการ “ดิ ออเนอร์ โยธินพัฒนา” ในปี 2567 เอาไว้ที่ 20 ยูนิต โดยคาดว่าจะสามารถปิดการขายทั้งโครงการได้ภายใน 4 ปี ขณะที่ในปี 2567 ตั้งเป้ารับรู้รายได้จากโครงการนี้ 650 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายรายได้จากโครงการแนวราบทั้งหมดในปีนี้ เราตั้งเป้าเอาไว้ที่ 1,000 ล้านบาท” นายกรมเชษฐ์ กล่าว

 

#TheHonorYothinpattana #ดิออเนอร์โยธินพัฒนา #TheHonor #LuxuryPrivatePoolvilla #AssetWise #SynergyEstate