ซีคอนเผยผลงานปี 68 แบบบ้านเพื่อข้าราชการ Your Home Series แบบบ้าน “ปลูกเรือน Series” และบ้านดีไซน์พิเศษในกลุ่ม SEACON ID ยังแรงต่อเนื่อง คาดปีนี้ทำยอดจองรวม 1,200 ล้าน เติบโตขึ้นจากปี 67 ที่มียอดจอง 1,060 ล้าน ชี้ทิศทางธุรกิจปี 69 ยังต้องบริหารความผันผวนด้านต้นทุน แต่โอกาสเติบโตชัดจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและความต้องการบ้านคุณภาพ พร้อมหาตลาดใหม่ เตรียมขยายฐานสู่ EEC เปิดศูนย์สร้างบ้านเต็มรูปแบบที่ชลบุรี ขณะที่โรงงานพรีคาสท์ 2 แห่งเดินเครื่องรองรับดีมานด์เต็มกำลัง คาดรายได้ปี 68 แตะ 280 ล้านบาท พร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์ใหม่ เตรียมเปิดตัวแคมเปญ “EVERYONE CAN SELL” หนุนคนไทยสร้างรายได้ง่ายขึ้นจากการแนะนำลูกค้ามาสร้างบ้านกับซีคอน

นายมนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน จำกัด กล่าวว่า ปี 2569 จะเป็นปีที่ธุรกิจรับสร้างบ้านต้องบริหารความผันผวนอย่างรอบคอบ แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นปีแห่งโอกาสจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การลงทุนภาครัฐ และความต้องการบ้านคุณภาพที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซีคอนจึงเดินหน้าพัฒนาทั้งด้านนวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน การออกแบบ และมาตรฐานงานก่อสร้าง เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคยุคใหม่

“เมื่อมองไปที่โครงสร้างต้นทุน แม้ตลาดก่อสร้างยังมีแรงกดดันจากวัสดุบางประเภทที่มีการปรับราคา รวมถึงค่าแรงงานที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาทในช่วงกลางปี 2568 และค่าจ้างช่างฝีมือในเขตเมืองใหญ่ที่มีอัตราค่อนข้างอยู่ในระดับสูง แต่ผู้ประกอบการที่มีระบบบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพยังสามารถรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่พัฒนาเทคโนโลยีงานก่อสร้างและระบบโครงสร้างสำเร็จรูป ซึ่งเป็นหนึ่งในความได้เปรียบของซีคอนที่ใช้โรงงานผลิตโครงสร้างพรีคาสท์ในการสร้างมาตรฐานคุณภาพให้คงที่อยู่เสมอ” นายมนู กล่าวเสริม

สำหรับผลงานของซีคอนในปี 2568 แบบบ้านยอดนิยมอย่าง “Your Home Series 1 & 2” ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจองรวม 122 หลัง คิดเป็นมูลค่า 408,212,000 บาท ทั้งยังได้รับความสนใจจากตลาดต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ อาทิ ชลบุรี ลพบุรี กาญจนบุรี สระบุรี เขาใหญ่ นครราชสีมา และสุพรรณบุรี สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการบ้านคุณภาพกำลังขยายตัวสู่จังหวัดโดยรอบของกรุงเทพฯ ในขณะที่แบบบ้าน “ปลูกเรือน Series” ซึ่งเริ่มจำหน่ายในเดือนกันยายนที่ผ่านมานั้น ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีเช่นกัน ปัจจุบันมียอดจองในหลายจังหวัด ประกอบด้วย ชลบุรี ชัยนาท สมุทรสาคร และนนทบุรี

นายมนู กล่าวอีกว่า จากกระแสการตอบรับที่ดีในส่วนของต่างจังหวัด โดยมีสัดส่วนยอดขายประมาณ 10% ของยอดขายรวม หรือประมาณ 300 หลังต่อปี ประกอบกับการที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ปัจจุบันมีเด็กเกิดใหม่เพียงปีละ 400,000 คน และในปี 2580 ประเทศไทยจะมีประชากรเหลือเพียง 50 ล้านคน ดังนั้น นอกจากสาขาในกรุงเทพฯ ปริมณฑล 4 สาขาในปัจจุบัน ซีคอนจึงมีแผนจะบุกตลาดต่างจังหวัดเพิ่ม ปักหมุดที่แรก EEC ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการส่งเสริมการลงทุนพื้นฐานโครงสร้างของรัฐมี่ความชัดเจน โดยได้เดินหน้าบุกตลาด EEC ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 ผ่านบริการออนไลน์และการปรับดีไซน์ให้เหมาะกับวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ และคาดว่าจะเปิดศูนย์รับสร้างบ้านอย่างเต็มรูปแบบที่จังหวัดชลบุรีในปี 2569 เพื่อยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยและมาตรฐานการก่อสร้างในโซนภาคตะวันออกให้สูงขึ้นในระยะยาว

นอกจากนี้ งานบ้านดีไซน์พิเศษในกลุ่ม SEACON ID ยังคงเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญที่ช่วยเสริมรายได้ขององค์กร โดย SEACON ID จะเป็นงานสั่งสร้างต่อหลังที่อยู่ในช่วงราคาประมาณ 20-40 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 30,000 บาทต่อตารางเมตร พร้อมมีลูกค้าที่ต้องการบ้านระดับพรีเมียมติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผลการดำเนินงานของซีคอน ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 มียอดจองประมาณ 1,000 ล้านบาท ลดลง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 โดยสิ้นปีคาดว่าจะทำยอดจองได้ประมาณ 1,200 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปี 2567 ที่มียอดจอง 1,060 ล้านบาท

ในส่วนของ Seacon Precast Factory หรือโรงงานผลิตพรีคาสท์ของซีคอน ได้รับอานิสงค์จากแบบบ้าน “Your Home Series” ซึ่งเป็นไฟล์ทติ้งแบรนด์ของบริษัท ทำให้ผลการดำเนินธุรกิจของยอดไม่ตก โดยโรงงานพรีคาสต์แห่งแรกอยู่ที่อ่อนนุช 46 ผลิตเต็มกำลังตั้งแต่ช่วงโควิด ปัจจุบันการผลิตหลักจะอยู่ที่โรงงานแห่งที่สองซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ 26 ไร่ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งในช่วง 9 เดือนของปี 2568 มียอดการผลิต 18,368 ชิ้น หรือประมาณ 120 หลัง และปี 2569 คาดว่าผลการดำเนินงานน่าจะเติบโต 10-15% โดยมี “Your Home Series” เป็นเรือธง ทั้งนี้ สำหรับผลการดำเนินงานขอปีงโรงงานพรีคาสท์ทังสองแห่ง ปี 2567 มีรายได้ 250 ล้านบาท และปี 2568 คาดว่าจะทำรายได้ประมาณ 280 ล้าบาท ขณะที่โรงงานแห่งที่สองที่ปทุมธานี ปัจจุบันใช้พื้นที่ไปเพียง 45% จึงยังเหลือพื้นที่รองรับการเติบโตของธุรกิจเพิ่มเติมในอนาคตอีกด้วย

นายมนู กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ซีคอนยังเปิดเกมการตลาดใหม่ผ่านแคมเปญ SEACON Affiliate “Everyone Can Sell” ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้คนในหลากหลายอาชีพสามารถสร้างรายได้เสริมจากการแนะนำลูกค้าเข้ามาจองสร้างบ้านกับบริษัทฯ โดยมีค่าตอบแทนสูงสุด ล้านละ 5,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) พร้อมระบบติดตามผลผ่าน Line Official ที่พัฒนาเพื่อให้ใช้งานง่ายขึ้น และช่วยให้ผู้ที่เข้าร่วมสามารถสื่อสารข้อมูลได้สะดวกและมีประสิทธิภาพ

ในมุมมองของซีคอน แนวโน้มธุรกิจรับสร้างบ้านในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า ยังคงมีพลังจากความต้องการบ้านคุณภาพของผู้บริโภคหลายกลุ่ม ตั้งแต่คนวัยทำงาน ครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยเพิ่ม ไปจนถึงผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการบ้านผสมสำนักงาน รวมทั้งกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ช่วยประหยัดพลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนสอดคล้องกับเทรนด์โลก นายมนู กล่าวสรุปว่า ทิศทางของผู้บริโภคกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่บ้านต้องตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชัน คุณภาพชีวิต และความยั่งยืน ซีคอนพร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจรับสร้างบ้านไทย ด้วยนวัตกรรมการก่อสร้างและบริการที่เชื่อถือได้ เพื่อรองรับตลาดที่เติบโตขึ้นในอนาคต