แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด ได้เปิดตัวแนวทางแห่งอนาคต “AI in Action” อย่างเป็นทางการในวันนี้ ณ งาน LG World Premiere ซึ่งเป็นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ประจำปีก่อนงาน CES ณ นครลาสเวกัส โดยชู 3 เสาหลักสำคัญที่เป็นหัวใจของกลยุทธ์ ได้แก่ การพัฒนา “Affectionate Intelligence” สู่ AI ที่พร้อมลงมือปฏิบัติ กลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับแนวหน้าที่ขับเคลื่อนด้วยความเป็นเลิศทางเทคโนโลยี และระบบนิเวศที่เชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่บ้านไปจนถึงยานยนต์และพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยทั้งหมดมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อส่งมอบคุณค่าที่จับต้องได้สู่ชีวิตประจำวันของลูกค้า

โดยงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Innovation in tune with you” ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน ประกอบด้วยสื่อมวลชนระดับโลก ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมชมผ่านการถ่ายทอดสดจากทั่วโลก โดยงาน LG World Premiere ถือเป็นเวทีประจำปีที่แอลจีใช้ในการเปิดตัวนวัตกรรมล่าสุดและทิศทางในระยะยาวขององค์กร ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ได้ตอกย้ำถึงพันธสัญญาของแอลจีต่อนวัตกรรมที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง

>>>จาก “Affectionate Intelligence” สู่ “AI in Action”

แอลจีได้เปิดบทใหม่ของ Affectionate Intelligence แนวคิดที่เคยสร้างความฮือฮาเมื่อสองปีก่อน โดยในงาน World Premiere ปีนี้ ได้แสดงให้เห็นว่า AI ของแอลจีได้ไม่ได้หยุดอยู่ที่ความชาญฉลาด แต่กลายเป็นผู้ลงมือทำอย่างเต็มตัว นั่นคือการที่ AI ก้าวข้ามขีดจำกัดของการสนทนา ไปสู่การป็นผู้ประสานการทำงานของอุปกรณ์ พื้นที่ และบริการ ให้ทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อมอบชีวิตประจำวันที่สะดวกสบาย มีประสิทธิภาพ และง่ายดายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

>>>ส่งมอบคุณค่าที่แท้จริง ด้วย “AI in Action” จากแอลจี

งานเริ่มต้นเมื่อ นายรยู แจชอล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ขึ้นเวทีพร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า “จะเกิดอะไรขึ้นหาก AI สามารถก้าวออกจากหน้าจอและเริ่มปฏิบัติงานให้เราในชีวิตจริงได้?” โดยคำตอบของคำถามนี้ คือแนวทาง AI in Action ของแอลจี  ซึ่งเขาได้อธิบายถึงแนวทางนี้ว่าตั้งอยู่บนรากฐานที่แข็งแกร่ง 3 ประการ ได้แก่

  1. ความเป็นเลิศของอุปกรณ์ (Excellence in device) ที่มีรากฐานจากเทคโนโลยีแกนหลักอันแข็งแกร่ง
  2. ระบบนิเวศที่เชื่อมต่ออย่างราบรื่นไร้รอยต่อ (A seamlessly connected ecosystem)
  3. การขยายโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ให้ครอบคลุมไปไกลกว่าแค่ที่อยู่อาศัย (Expansion of AI-driven solutions beyond the home)

กลยุทธ์ดังกล่าวนี้จะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุด นั่นคือวิสัยทัศน์ Zero Labor Home ภาพอนาคตที่อุปกรณ์อัจฉริยะทั้งหลายจะวิวัฒนาการไปเป็นเอเจนต์เครื่องใช้ไฟฟ้า (Agent Appliances) ที่ไม่ได้ทำงานแยกกันอีกต่อไป แต่จะประสานงานกันเป็นระบบ AI หนึ่งเดียว ที่คอยจัดการงานบ้านอันน่าเบื่อหน่ายแทนคุณ เป้าหมายสุดท้ายคือการปลดปล่อยผู้คนจากภาระงาน และมอบของขวัญล้ำค่าที่สุดที่เงินซื้อไม่ได้ นั่นคือเวลา กลับคืนสู่ชีวิตของลูกค้า

เพื่อแปรวิสัยทัศน์ให้กลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ แอลจีได้เผยโฉม LG CLOiD ในฐานะ เอเจนต์เฉพาะทางสำหรับที่อยู่อาศัย (Home-specialized Agent) ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแนวคิด แต่เป็นผู้ช่วยที่พร้อมปฏิบัติงานจริง ด้วยแขนกลสองข้างและมือห้านิ้วที่สามารถปฏิบัติภารกิจอันซับซ้อน ที่มาพร้อมระบบการเรียนรู้ที่ช่วยให้สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของบ้านแต่ละหลังได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการออกแบบ LG CLOiD สำหรับการใช้งานในที่อยู่อาศัยจริงนั้น ได้ผสมผสานโครงสร้างที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก เข้ากับรูปทรงที่เอื้อต่อการเคลื่อนที่อย่างสูงสุด (Mobility-optimized Form Factor) ซึ่งส่งผลให้การทำงานมีความเสถียรและความแม่นยำสูงแม้ในสภาวะที่มีการรบกวนโดยไม่คาดคิดจากเด็กหรือสัตว์เลี้ยง พร้อมทั้งรับประกันการเคลื่อนที่ที่ราบรื่นและสามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ทั่วทั้งบริเวณ

“ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในวิถีชีวิตของลูกค้าคือข้อได้เปรียบที่สำคัญยิ่งของเรา” นายรยูกล่าว “เรามีความมุ่งมั่นที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับชีวิตในบ้านแห่งอนาคตผ่านโซลูชันที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีหุ่นยนต์”

โดยเขาได้กล่าวเสริมถึงวิสัยทัศน์ในอนาคตว่า “ประสบการณ์ AI ของลูกค้าจะไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงในขอบเขตของที่อยู่อาศัย แต่จะถูกพัฒนาให้เชื่อมต่อและขยายขอบเขตไปสู่พื้นที่อื่นๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นยานพาหนะ สถานที่ทำงาน หรือแม้แต่พื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อผสานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ”

>>>>ความเป็นเลิศของอุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมโดดเด่น

แอลจียังได้นำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักอันหลากหลาย ที่สะท้อนให้เห็นถึงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม อาทิ ทีวี OLED เจเนอเรชันใหม่ และกลุ่มผลิตภัณฑ์ LG SIGNATURE ที่ได้รับการพัฒนาด้วย AI ที่นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับทั้งประสิทธิภาพการทำงานและความสะดวกในการใช้งาน

  1. ทีวี LG OLED evo W6 Wallpaper
  • ดีไซน์บางเฉียบระดับ 9 มิลลิเมตร: สัมผัสความบางเหนือจินตนาการ ที่เกิดจากการออกแบบโครงสร้างภายในใหม่ทั้งหมด และการย่อส่วนประกอบทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างสรรค์ทีวีที่บางเฉียบ แนบสนิทไปกับผนังราวกับเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน
  • เทคโนโลยีภาพ Hyper Radiant Color: พลิกนิยามความสมจริง ด้วยการแสดงผลสีดำที่ดำสนิทยิ่งขึ้น สีสันสมบูรณ์แบบ และความสว่างที่เหนือกว่าพร้อมลดการสะท้อนแสงรบกวน เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น
  • เทคโนโลยี True Wireless: ปลดปล่อยทุกข้อจำกัดด้วยเทคโนโลยีไร้สายอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ทีวีรุ่นนี้มีความบางเป็นพิเศษ และครองตำแหน่งทีวี OLED แบบไร้สายที่บางที่สุดในปัจจุบัน
  1. ตู้เย็น LG SIGNATURE
  • สนทนาได้เหมือนคุยกับคน (Conversational AI): สามารถเข้าใจและตอบโต้บทสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติและให้คำแนะนำที่ปรับให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานแต่ละบุคคล ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้งานถามว่า “สวัสดีแอลจี จะเก็บเนื้อยังไงให้สดนานหนึ่งสัปดาห์?” ระบบ AI อัจฉริยะก็จะแนะนำพร้อมตั้งค่าโหมดที่เหมาะสมที่สุดให้โดยอัตโนมัติ
  • ระบบจำแนกส่วนผสม (Ingredient Recognition): ระบบจำแนกวัตถุดิบอัจฉริยะ ช่วยแนะนำสูตรอาหารส่วนตัวได้อย่างง่ายดาย โดยอิงจากวัตถุดิบที่มีอยู่ภายในตู้เย็น
  1. เตาอบ LG SIGNATURE Oven Range
  • Gourmet AI: ระบบ AI ที่สามารถจำแนกวัตถุดิบ พร้อมแนะนำเมนูอาหารรสเลิศกว่า 80 สูตรได้อัตโนมัติ ทำให้การทำอาหารทุกมื้อเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

>>>LG CLOiD: เมื่อ AI in Action เปลี่ยนบ้านให้เป็น Zero Labor Home อย่างแท้จริง

ซึ่งแอลจีได้สาธิตให้เห็นถึงการทำงานของแนวทาง “AI in Action” ในสถานการณ์จริง ผ่านภาพยนตร์สั้นจำลองชีวิตประจำวัน ดังนี้

  1. ฉลาดรู้ใจและแนะนำก่อนใคร (Contextual Awareness and Proactive Suggestion):ระหว่างเดินทางกลับบ้าน เมื่อคุณแจ้งผ่านแอป ThinQ™ ว่า “ฉันใกล้จะถึงบ้านแล้ว” LG CLOiD จะทำการประมวลผลข้อมูลจากกิจวัตรการวิ่งจ็อกกิ้งปกติของผู้ใช้ร่วมกับพยากรณ์อากาศที่มีฝนตก และเสนอแผนทางเลือก: “เปลี่ยนเป็นการออกกำลังกายในร่มแทนการวิ่งจ็อกกิ้งดีหรือไม่?”
  2. จัดการทุกอย่างให้พร้อมสรรพ (Orchestrated Task Handling):ก่อนที่คุณจะก้าวเข้าบ้าน LG CLOiD ได้จัดการเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำ และนำชุดออกกำลังกายออกจากเครื่องอบผ้ามาเตรียมไว้ให้
  3. ผู้ช่วยส่วนตัวที่ดูแลทุกเรื่อง (Ambient Assistance for Daily Tasks):LG CLOiD:ยังรับหน้าที่จัดการงานบ้านอื่นๆ ทั้งการพับผ้า จัดข้าวของในครัว และเรียงลำดับงานต่างๆ ให้เสร็จสรรพ ช่วยให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ปลดเปลื้องทั้งภาระทางกายและทางใจ

ทั้งหมดนี้เกิดจากวิสัยทัศน์ของแอลจี ที่มุ่งมั่นให้หุ่นยนต์ประจำบ้านวิวัฒนาการไปสู่การเป็น เอเจนต์ดูแลสิ่งรอบตัว (Ambient-care Agent) ที่คอยสนับสนุนการดำเนินชีวิตประจำวันภายในบ้านที่ไม่ต้องออกแรง หรือ Zero Labor Home นั่นเอง

>>>การขยายโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI สู่ยานยนต์และพื้นที่เชิงพาณิชย์

วิสัยทัศน์ของแอลจีไม่ได้หยุดอยู่แค่ในที่อยู่อาศัย แต่กำลังขยายศักยภาพของ “Affectionate Intelligence” เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในทุกมิติของชีวิตทั้งในยานยนต์ สถานที่ทำงาน และอาคารเชิงพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศอัจฉริยะที่เชื่อมต่อทุกอย่างเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์

  • โซลูชันสำหรับยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI:ในฐานะสถาปนิกแห่งประสบการณ์ (Experience Architect) แอลจีได้เปลี่ยนยานพาหนะให้กลายเป็นพื้นที่อัจฉริยะส่วนตัว ซึ่งขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม Generative AI แบบ Multimodal บนอุปกรณ์ของบริษัท ซึ่งประกอบด้วยเทคโนโลยีต่างๆ เช่น ระบบติดตามการจ้องมอง (Gaze-tracking Systems) การเชื่อมต่อความบันเทิงจากบ้านสู่รถยนต์ที่ราบรื่นไร้รอยต่อ และจอแสดงผลแบบปรับเปลี่ยนได้ (Adaptive Displays) โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้าน AI จากกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคมาสร้างสรรค์ยานยนต์ที่เข้าใจผู้โดยสารอย่างแท้จริง
  • HVAC สำหรับยุค AI:โซลูชันการทำความร้อน การระบายอากาศ และการปรับอากาศ (HVAC) ของแอลจีกำลังได้รับการพัฒนาไปอีกขั้นด้วย AI โดยบริษัทกำลังเสริมสร้างบทบาทในการเป็นผู้ให้บริการระบบระบายความร้อนประสิทธิภาพสูงสำหรับศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Center) ซึ่งรวมถึงโครงการระหว่างภาคธุรกิจและภาครัฐ (B2G) ในภูมิภาคตะวันออกกลาง และร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง GRC (ด้านการระบายความร้อนแบบจุ่ม หรือ Immersion Cooling) และ Flex (ด้านโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูล)

นอกจากนี้ LG CLOiD ยังสะท้อนถึงคำมั่นสัญญา Life’s Good ของแอลจี โดยเจ้าหุ่นยนต์อัจฉริยะได้กล่าวปิดท้ายไว้ว่า “ภาพอนาคตที่เราได้เห็นร่วมกันในวันนี้ คือโลกที่เทคโนโลยีจะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบๆ เพื่อสร้างสรรค์คุณค่าที่มีความหมายให้แก่มนุษย์ และด้วยแนวทาง ‘AI in Action’ ของแอลจี ชีวิตในทุกๆ วันจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ดีขึ้น แต่จะเปี่ยมด้วยความหมาย และอบอวลไปด้วยความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง”

#LGTH #LifesGood