ซีคอนเผยตลาดรับสร้างบ้านปี 68 มูลค่าลดลง 10% จากปีก่อน กรุงเทพฯ–ปริมณฑล และต่างจังหวัดตลาดหดตัวทั้งคู่ แต่ยังเห็นศักยภาพเติบโตในภูมิภาคจากโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรม เผยปี 68 ซีคอนมียอดจอง 1,200 ล้านบาท บ้านขนาดกลางครองสัดส่วนสูงสุด สะท้อนดีมานด์จริง กางแผนปี 69 เดินเกม Customer-Centric เปิดตัวบ้านซีรีส์ใหม่ “FLOW” และรุกตลาดต่างจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พร้อมตั้งเป้ายอดจอง 1,400 ล้านบาท

นายมนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน จำกัด ให้ข้อมูลถึงภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านในปี 2568 ว่า จากข้อมูลของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านพบว่ามีมูลค่ารวม 190,134 ล้านบาท ลดลงประมาณ 10% จากปี 2567 ที่ตลาดรับสร้างบ้านมีมูลค่ารวม 211,200 ล้านบาท เมื่อพิจารณาเชิงพื้นที่พบว่าตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีมูลค่ารวม 43,731 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ที่มีมูลค่ารวม 51,421 ล้านบาท ขณะที่ตลาดต่างจังหวัดมีมูลค่ารวม 146,403 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ที่มีมูลค่ารวม 159,579 ล้านบาทถึงแม้ตัวเลขตลาดรับสร้างบ้านจะลดลง แต่ตัวเลขของมูลค่าตลาดในปี 2569 ก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตของตลาดภูมิภาคจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนด้านอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน

ในส่วนผลประกอบการของซีคอนในปี 2568 นั้นมียอดจองรวม 1,200 ล้านบาท ซึ่งหากพิจารณาลงลึกไปถึงโครงสร้างยอดจอง พบว่าบ้านครอบครัวขนาดกลางระดับราคา 4.6-7.9 ล้านบาท พื้นที่ก่อสร้างประมาณ 200-350 ตารางเมตร มีสัดส่วนสูงสุด ตามมาด้วยบ้านครอบครัวขนาดใหญ่ระดับราคา 8.0-50 ล้านบาท ขึ้นไป และบ้านครอบครัวขนาดเล็ก ระดับราคา 1.65-4.50 ล้านบาท ซึ่งการที่บ้านครอบครัวขนาดกลางมียอดจองมากกว่าบ้านครอบครัวขนาดใหญ่ เนื่องจากปัญหาเศรษกิจส่งผลให้ผู้ที่มีกำลังซื้อระดับบนที่ต้องการบ้านเพื่อรองรับครอบครัวขยายชะลอการตัดสินใจปลูกสร้างบ้าน แต่เนื่องจากตลาดรับสร้างบ้านเป็นตลาดเรียลดีมานด์ ยังผู้ที่ต้องการปลูกบ้านหลังแรก หรือผู้ที่การบ้านเพื่อเริ่มต้นครอบครัวใหม่ ซึ่งเป็นบ้านขนาดกลาง ยอดจองบ้านขนาดกลางของซีคอนจึงมีสัดส่วนมากที่สุดในปี 68 ขณะที่ช่องทางการขายของซีคอนยังคงเน้นการพบลูกค้าโดยตรงควบคู่ไปกับการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล โดยยอดขายผ่าน Offline คิดเป็น 78% และ Online 22% สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการรับข้อมูลเชิงลึก และความมั่นใจก่อนตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ขนาดใหญ่

นายมนู กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2569 บริษัทจะเดินหน้าสร้างการเติบโต โดยใช้กลยุทธ์เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer-Centric) ควบคู่ไปกับการพัฒนาแบบบ้านซีรีย์ใหม่ และการขยายตลาดภูมิภาคเป็นกลไกขับเคลื่อนหลัก โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดจองเอาไว้ที่ 1,400 ล้านบาท

“การสร้างบ้านถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญของชีวิต ดังนั้น ผู้บริโภคจึงให้ความสำคัญ ต่อประเด็นความโปร่งใส การก่อสร้างที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และประสบการณ์ของบริษัทรับสร้างบ้านตลอดทั้งกระบวนการ ซีคอนจึงได้พัฒนาบริการในรูปแบบ One-Stop Service ครอบคลุมตั้งแต่การเฟ้นหาที่ดินศักยภาพที่ตอบโจทย์ การออกแบบที่พิเศษแบบเฉพาะบุคคล การดำเนินการขออนุญาตปลูกสร้าง การสนับสนุนด้านสินเชื่อ ไปจนถึงการรับประกันหลังการขาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคในทุกขั้นตอน”

“สำหรับกลยุทธ์ Customer-Centric ของซีคอนนั้น บริษัทมุ่งถอดรหัสพฤติกรรมลูกค้าเชิงลึก ทั้งกลุ่มที่ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ กลุ่มที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และงบประมาณ กลุ่มที่ต้องการภาพจำลองบ้านที่ชัดเจนผ่านเทคโนโลยี 3D และบ้านตัวอย่าง รวมถึงผู้บริโภคที่สนใจบ้านรองรับสังคมผู้สูงอายุ บ้านประหยัดพลังงาน และระบบ Smart Home แนวทางดังกล่าวเชื่อมโยงกับการบริหาร Customer Experience Management หรือ CXM ซึ่งเน้นสร้างความสบายใจให้ลูกค้าตลอด Customer Journey ตั้งแต่การปรึกษาครั้งแรกจนถึงการส่งมอบบ้าน พร้อมอัพเดตความคืบหน้าโครงการแบบเรียลไทม์”

“หนึ่งในไฮไลต์ของปี 2569 คือการเปิดตัวแบบบ้านซีรีส์ใหม่ “FLOW” ดีไซน์ที่ลื่นไหล เพื่อทุกก้าวของชีวิต บ้านที่ไม่ใช่แค่ที่พักอาศัย แต่คือพื้นที่ที่ขยับขยายได้ตามความต้องการภายใต้คอนเซปต์ The Perfect Flow ที่โดดเด่นทั้ง Air & Function Flow บอกลาความอึดอัด ด้วยแปลนบ้านที่เชื่อมโยงกันอย่างลงตัว เปิดรับลม และแสงธรรมชาติ ให้ทุกการใช้งานไหลลื่นไม่มีสะดุด และ Growth Flow การออกแบบที่สร้างสรรค์พื้นที่ให้ “เปิดโล่ง” บริเวณชั้นล่างเผื่อการปรับฟังก์ชันในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นมุมทำงานใหม่ ห้องสำหรับสมาชิกตัวน้อย หรือพื้นที่สำหรับกิจกรรมสันทนาการอื่นๆ  โดยซีคอนมั่นใจว่าแบบบ้านซีรีส์ใหม่ “FLOW” พร้อมจะ Flow ไปกับ Journey ชีวิตของลูกค้าจากน้อยไปมากได้อย่างสมบูรณ์แบบตอบโจทย์การอยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างลงตัว รวมถึงการรองรับสภาวะน้ำท่วม นอกจากนี้ยังได้ต่อยอดการพัฒนาแบบบ้าน Your Home Series รุ่นใหม่บ้านขนาดใหญ่ที่คุ้มค่า ทั้งในด้านราคา ฟังก์ชันการใช้งาน และที่สำคัญได้มืออาชีพอย่างซีคอนช่วยดูแลเรื่องการก่อสร้างให้ ด้านการขยายตลาดนั้น บริษัทฯ ได้พัฒนาทีมของตนเองแบบครบทุกส่วนบริการเพื่อเดินหน้ารุกต่างจังหวัดและส่งมอบมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งมีศักยภาพสูงจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งซีคอนเตรียมเปิดศูนย์รับสร้างบ้านจังหวัดชลบุรี ครอบคลุมการให้บริการในจังหวัดฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ตราด พร้อมทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ สื่อท้องถิ่น และกิจกรรมสร้างการรับรู้ในพื้นที่ รวมถึงขยายธุรกิจโครงสร้างชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูปประเภทเสา และคานควบคู่ไปกับธุรกิจรับสร้างบ้าน เพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของแรงงานในภูมิภาค” นายมนูกล่าวเสริม

ซีคอนให้ความสำคัญอย่างมากต่อการสร้างความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยเสนอแนวทางยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ความโปร่งใสในกระบวนการจัดจ้าง และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และองค์กรวิชาชีพ พร้อมสนับสนุนมาตรการภาษี และสินเชื่อเพื่อกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการปรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงที่อยู่อาศัยและการลงทุนจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังได้ผนึกพลังร่วมกับพันธมิตรสถาบันการเงินหลายแห่ง อาทิ ธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย กรุงศรีอยุธยา ไทยพาณิชย์ กรุงไทย ออมสิน ธอส. และยูโอบี เพื่อสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมเตรียมเข้าร่วมงานรับสร้างบ้าน Focus 2026  ระหว่างวันที่ 18-22 มีนาคม 2569 ณ ฮอลล์ 6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

“คอนมุ่งพัฒนาองค์กรควบคู่คุณภาพงานก่อสร้างและการบริการ ด้วยเป้าหมายในการดูแลบ้านลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างที่อยู่อาศัยที่เติบโตไปกับชีวิตครอบครัว และยกระดับมาตรฐานธุรกิจรับสร้างบ้านไทยอย่างมั่นคง และยั่งยืน” นายมนู กล่าวทิ้งท้าย