A5 กางยุทธศาสตร์สู้ศึกอสังหาฯ ปี 69 ภายใต้แนวคิด “Scaling the Core, Shaping the Future” ต่อยอดความแข็งแกร่งธุรกิจพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี สู่การสร้าง Luxury Living Ecosystem เปิดตัว 2 ธุรกิจใหม่ A5 Design และ Upper Class Solution เพิ่มสัดส่วรายได้ประจำ พร้อมเดินหน้าพัฒนา 5 โครงการใหม่ในทำเลศักยภาพ มูลค่ารวมกว่า 5,140 ล้าน รองรับการเติบโตระยะยาว

นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 แสดงความคิดเห็นต่อภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีในปี 2569 ว่า ยังคงมีดีมานด์จากกลุ่มลูกค้าระดับบน แม้ว่าการแข่งขันในตลาดจะมีความเข้มข้นมากขึ้น ขณะที่ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซูรีไม่ได้เน้นขนาดความใหญ่ของบ้านเพียงอย่างเดียว แต่เน้นความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สุขภาวะที่ดี และสามารถส่งต่อได้อย่างภาคภูมิใจ ซึ่งสำหรับบริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ การเลือกทำเลที่มีศักยภาพ และการออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูง เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร และเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว

นายศุภโชค ให้ข้อมูลต่อถึงผลการดำเนินงานของบริษัทว่า ในปี 2568  บริษัทมีรายได้รวม 1,314 ล้านบาท กำไรสุทธิ 102.95 ล้านบาท และปัจจุบันโครงการของ A5 ยังคงได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่า 967 ล้านบาท ณ วันที่ 8 มีนาคม 2569 จากโครงการ Cinq Royal The Eighteen Bangna KM.7, VANA Ratchapruek-Westville, CINQUIÈME Krungthep Kreetha และ Rachaya ซึ่งคาดว่าจะทยอยโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2569 เป็นต้นไป โดยในปี 2569 บริษัทตั้งงบซื้อที่ดิน 500 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ายอดขาย 1,600 ล้านบาท

นายศุภโชค ให้ข้อมูลต่อถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้อีกว่า บริษัทมุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพมากกว่าการขยายขนาดธุรกิจ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Scaling the Core, Shaping the Future” โดยต่อยอดธุรกิจหลักควบคู่กับการขยายธุรกิจใหม่ผ่านแนวคิด 5-Pillar Expansion Strategy ได้แก่

1.การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ

2.A5 Design ธุรกิจด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบ ที่ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญของบริษัท

3.Upper Class Solution ธุรกิจบริการและโซลูชันสำหรับลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูง

และแผนลงทุนอีก 2 ธุรกิจใหม่ในอนาคต ซึ่งทุกการลงทุนจะยึดหลักการคัดเลือกธุรกิจที่มีศักยภาพและให้ผลตอบแทนเหมาะสม เพื่อกระจายแหล่งรายได้และเพิ่มสัดส่วน Recurring Income รองรับการเติบโตในอนาคต พร้อมเสริมความมั่นคงของกระแสเงินสดและฐานะการเงิน โดยคาดว่าจะทยอยเห็นความชัดเจนในระยะต่อไป

“บริษัทต้องการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยไม่พึ่งพารายได้จากธุรกิจเพียงช่องทางเดียว แต่ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไปสู่ระบบธุรกิจที่ครอบคลุมมากขึ้น ตั้งแต่การออกแบบ การพัฒนาโครงการ ไปจนถึงการดูแลประสบการณ์การอยู่อาศัยของลูกค้าในระยะยาว” นายศุภโชคกล่าว

หนึ่งในธุรกิจใหม่ของกลุ่มบริษัทคือ A5 Design บริษัทในเครือ Asset Five ที่ให้บริการ Design & Build สำหรับบ้านระดับลักชัวรี แบบครบวงจร ตั้งแต่แนวคิดการออกแบบ สถาปัตยกรรม การออกแบบภายใน ไปจนถึงการบริหารงานก่อสร้าง

นายณัฐพล ผลเอนก Head of Business Unit A5 Design กล่าวว่า “A5 Design เกิดจากประสบการณ์ของ Asset Five ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีมากกว่า 10 ปี เราเชื่อว่าบ้านที่ดีไม่ได้เกิดจากดีไซน์ที่สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากความเข้าใจผู้อยู่อาศัยอย่างลึกซึ้ง และความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนของการก่อสร้าง เพื่อสร้างบ้านที่มีทั้งคุณภาพ ความงดงาม และคุณค่าในระยะยาว”

A5 Design ไม่เพียงรองรับงานออกแบบและก่อสร้างสำหรับโครงการภายในกลุ่มบริษัทเท่านั้น แต่ยังขยายบริการไปสู่ลูกค้าภายนอก เพื่อตอบรับความต้องการของตลาดบ้านระดับลักชัวรีที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจสำคัญที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัทในระยะยาว

อีกหนึ่งธุรกิจใหม่คือ Upper Class Solution บริษัทในเครือ Asset Five Development ที่ให้บริการด้าน Property Management ควบคู่กับ Home Expert & Lifestyle Services เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในโครงการระดับลักชัวรี

นายณัฐวัฒน์ หลวงวิเศษ Head of Business Unit Upper Class Solution กล่าวว่า “การบริหารโครงการที่ดีไม่ได้เป็นเพียงการดูแลระบบและสถานที่เท่านั้น แต่คือการรักษามาตรฐานของโครงการ และยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว”

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนพัฒนาโครงการใหม่ 5 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 5,140 ล้านบาท ภายในปี 2572 ในทำเลศักยภาพ อาทิ กรุงเทพกรีฑา ราชพฤกษ์ พัฒนาการ และรามอินทรา–วัชรพล เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดบ้านระดับลักชัวรี ซึ่งจะมีการเปิดตัวแบรนด์ใหม่สำหรับเซกเมนต์ใหม่ เป็นบ้านราคาต่ำกว่า 20 ล้านบาท และบ้านราคาสูงกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งหากนับรวมกับโครงการที่บริษัทที่ได้พัฒนาไปแล้วทั้งหมด 12 โครงการ ในปี 2572 บริษัทจะมีโครงการรวม 17 โครงการ มูลค่ารวม 19,570 ล้านบาท 

การเปิดตัว A5 Design และ Upper Class Solution สะท้อนทิศทางการเติบโตของ A5 ที่ต้องการต่อยอดจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไปสู่การสร้าง Luxury Living Ecosystem ที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การพัฒนาโครงการ ไปจนถึงการดูแลประสบการณ์การอยู่อาศัย เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต โดยบริษัทมีแผนจัดตั้งธุรกิจใหม่ในรูปแบบบริษัทในเครือและนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ พร้อมตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจใหม่ภายในปีนี้ 120 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 10% ของรายได้รวมทั้งกลุ่ม และตั้งเป้าเติบโตขึ้นทุกปี โดยคาดว่าในปี 2571 สัดส่วนรายได้ประจำจากธุรกิจใหม่จะเพิ่มเป็น 20% ของรายได้รวมทั้งกลุ่ม