ธอส. เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจและขยายโอกาสให้คนไทยมีบ้าน เผยปี 68 ปล่อยสินเชื่อใหม่ทะลุเป้า 246,000 ล้าน สูงกว่าเป้าหมาย ขณะที่ปี 69 ณ วันที่ 10 มิถุนายน ปล่อยสินเชื่อใหม่แล้วกว่า 95,366 ล้าน เผยเตรียมรุกขยายโอกาสเข้าถึงสินเชื่อสำหรับกลุ่มอาชีพอิสระ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้ากลุ่มนี้เกิน 10% พร้อมอัดเม็ดเงิน 32,000 ล้าน สำหรับสินเชื่อ Green Loan มั่นใจปีนี้ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ตามเป้า 246,795 ล้าน ภายใต้วิสัยทัศน์ “Beyond Housing Bank” พร้อมขยายฐานลูกค้าจาก 4.8 ล้านครัวเรือน สู่ 6 ล้านครัวเรือนภายใน 5 ปี
ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในช่วงปลายปี 2568 ธนาคารได้เร่งผลักดันภารกิจสนับสนุนเศรษฐกิจตามนโยบายภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขยายสินเชื่อที่อยู่อาศัยและการดูแลประชาชนให้เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 ธอส. ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้กว่า 246,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 241,000 ล้านบาท สะท้อนบทบาทของธนาคารในฐานะผู้นำตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยของประเทศ และเป็นกลไกสำคัญในการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
แรงส่งดังกล่าวยังต่อเนื่องมาถึงปี 2569 โดยข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ธอส. ปล่อยสินเชื่อใหม่แล้ว 95,366 ล้านบาท หรือคิดเป็น 38.64% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 246,795 ล้านบาท ช่วยให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองเพิ่มขึ้นกว่า 100,424 บัญชี ขณะเดียวกัน ธอส. ยังคงรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวด โดยตั้งเป้าควบคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้อยู่ที่ประมาณ 5% ซึ่งยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้
ขณะที่ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในไตรมาสแรกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 11.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น 3.1% สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการที่อยู่อาศัยของประชาชนยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง
ทั้งนี้ แม้ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และต้นทุนพลังงานที่มีแนวโน้มสูงขึ้น แต่ ธอส. ยังคงเชื่อมั่นว่าความต้องการที่อยู่อาศัยของคนไทยยังมีอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งยังเป็นตลาดหลักของธนาคาร และเป็นกลุ่มที่มีความจำเป็นด้านที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง
ดร.มหัทธนะ กล่าวอีกว่าหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของธอส.คือการยกระดับธนาคารสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) ผ่านการนำเทคโนโลยีและข้อมูลเชิงลึกมาใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ บริหารความเสี่ยง และยกระดับประสบการณ์ลูกค้า
ควบคู่กันนั้น ธนาคารยังเตรียมยกระดับบทบาทของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ให้เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงสำคัญของอุตสาหกรรม ผ่านการพัฒนาดัชนีชี้วัดและงานวิจัยใหม่ๆ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน และภาครัฐสามารถวิเคราะห์ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้แม่นยำมากขึ้น
ในด้านภารกิจหลัก ธอส. ยังคงมุ่งสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลาง โดยไม่น้อยกว่า 65% ของสินเชื่อปล่อยใหม่เป็นสินเชื่อสำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ทั้งนี้ ในด้านการปล่อยสินเชื่อ นอกจากกลุ่มลูกค้าบริษัทเอกชน ข้าราชการ และผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ธอส. ยังมีนโยบายที่จะขยายโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อให้กับกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ ผู้ค้ารายย่อย และผู้ประกอบการขนาดเล็ก เนื่องจากโครงสร้างแรงงานไทยในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่จำนวนมากเลือกทำงานอิสระหรือประกอบธุรกิจส่วนตัวมากขึ้น ขณะที่แรงงานนอกระบบมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจฐานรากและการหมุนเวียนรายได้ในประเทศ แต่กลับเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อจากระบบการเงิน เนื่องจากไม่มีเอกสารรายได้ในรูปแบบมาตรฐานเช่นเดียวกับพนักงานประจำ โดย ธอส.ตั้งเป้าขยายสัดส่วนลูกค้ากลุ่มอาชีพอิสระจาก 8-9% ในปัจจุบัน ให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ภายในปี 2569 และมีเป้าหมายผลักดันสู่ระดับ 15% ในระยะต่อไป
นอกจากการขยายฐานลูกค้า ธอส. ยังเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านผลิตภัณฑ์ด้าน Green Finance โดยในปี 2569 ได้จัดสรรกรอบวงเงินรวม 32,000 ล้านบาท สำหรับสินเชื่อ Green Loan และสินเชื่อเพื่อติดตั้งระบบ Solar Rooftopมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของครัวเรือน และสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการผลักดันเศรษฐกิจสีเขียว ขณะที่ภาวะราคาพลังงานโลกยังมีความผันผวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายภูมิภาค
สำหรับทิศทางครึ่งปีหลัง ดร.มหัทธนะ ยอมรับว่ายังมีปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพลังงาน และค่าครองชีพที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของประชาชน อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งปีที่ 246,795 ล้านบาทได้ตามแผน
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากความต้องการที่อยู่อาศัยที่ยังมีอยู่จริงในตลาด การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ในช่วงต้นปี มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐผ่านวงเงินกู้ 400,000 ล้านบาท รวมถึงศักยภาพของ ธอส. ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่มได้
ดร.มหัทธนะ กล่าวอีกว่า แนวคิดการดำเนินงานของ ธอส. ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการช่วยให้คนไทยมีบ้านเท่านั้น แต่ยังมุ่ง “รักษาบ้าน” และดูแลลูกค้าตลอดเส้นทางการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย รวมถึงสนับสนุนภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ภายใต้แนวคิด “Beyond Housing Bank” ที่ขยายบทบาทจากผู้ให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยไปสู่การเป็นพันธมิตรที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์อย่างรอบด้าน
ปัจจุบัน ธอส. ดูแลลูกค้าแล้วกว่า 4.8 ล้านครัวเรือน และอยู่ระหว่างจัดทำแผนระยะ 5 ปี โดยตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าเป็น 6 ล้านครัวเรือนภายในอนาคตอันใกล้ เพื่อให้คนไทย 1 ใน 5 ครัวเรือนได้มีโอกาสเป็นเจ้าของบ้านผ่านการสนับสนุนสินเชื่อจาก ธอส. พร้อมเดินหน้าสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป


