ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภูมิทัศน์การลงทุนของโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากการจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain Reconfiguration) ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายกระจายฐานการผลิต (China+1) ตลอดจนการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ยานยนต์ไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ และโลจิสติกส์สมัยใหม่ ส่งผลให้ภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการลงทุนจากบริษัทชั้นนำทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจในวันนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงต้นทุนที่ดินหรือพื้นที่สำหรับตั้งโรงงานเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับความพร้อมของระบบนิเวศทางธุรกิจที่สามารถช่วยให้การเริ่มต้นธุรกิจเป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน และรองรับการเติบโตในระยะยาว ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ เครือข่ายพันธมิตร การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการสนับสนุนด้านความยั่งยืนและการขยายธุรกิจในระดับภูมิภาค ทำให้บทบาทของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านจากผู้ให้เช่าพื้นที่ ไปสู่พันธมิตรที่ให้บริการทางธุรกิจอย่างครบวงจรที่สามารถร่วมออกแบบโซลูชันและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับลูกค้าได้ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน

>>>มากกว่านิคมอุตสาหกรรม แต่คือพันธมิตรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT มุ่งมั่นเป็นมากกว่าผู้พัฒนาและบริหารพื้นที่อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ด้วยการเป็นพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุนการเติบโตในธุรกิจของลูกค้าทุกมิติ ผ่านโซลูชันอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมแบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดหาพื้นที่ การออกแบบและพัฒนาโครงการตามความต้องการเฉพาะของลูกค้าการบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนบริการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจและการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตร เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เอื้อต่อการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและการเติบโตในระยะยาว

ในขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและการดำเนินกิจการอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการบริหารจัดการที่สอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากล สะท้อนผ่านการได้รับการรับรองจากสถาบันชั้นนำ อาทิ มาตรฐานอาคารเขียว TREES, EDGE (Excellence in Design for Greater Efficiencies) และ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) พร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารและพนักงาน ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่ส่วนกลาง อาทิ พื้นที่สันทนาการ สนามฟุตซอล และ ลู่วิ่งจ็อกกิ้ง เป็นต้น

>>>ผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมที่สุด

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมทั้งโรงงาน ศูนย์กระจายสินค้า และคลังสินค้า ภายใต้การบริหารพื้นที่ทั้งในและนอกประเทศรวมกว่า 3.8 ล้านตารางเมตร ในทำเลยุทธศาสตร์มากกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ บริษัทฯ พร้อมตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของนักลงทุนและลูกค้า ด้วยโซลูชันอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจร ทั้งพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าพร้อมใช้ (Ready-Built) และการพัฒนาโครงการตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า (Built-to-Suit, Built-to-Function) ครอบคลุมตั้งแต่คลังสินค้าทั่วไป คลังสินค้าสำหรับวัตถุอันตราย คลังสินค้าห้องเย็น ไปจนถึงโรงงานที่ออกแบบตามแนวทางอาคารประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนความมุ่งมั่นในการส่งมอบโซลูชันคุณภาพที่ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

ในขณะเดียวกัน ยังต่อยอดสู่ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมเพื่อเสริมความครบวงจรของสินค้าและบริการตลอดห่วงโซ่คุณค่าด้วยโครงการอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA – The Eastern Gateway) นิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะครบวงจร ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมรูปแบบใหม่ สู่การสร้างมาตรฐาน Smart Industrial Estate แห่งแรกของประเทศไทย พื้นที่กว่า 4,600 ไร่ และเตรียมพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในจังหวัดชลบุรีบนพื้นที่กว่า 2,200 ไร่ ซึ่งจะเติมเต็มการดำเนินธุรกิจให้สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย รองรับความต้องการของลูกค้าชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ ฮาวี ลอจิสติกส์ ประเทศไทย, ลีเรคโก, ซีว่า ลอจีสติกส์, เอสพีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส, ดีเอชแอล,  เมอส์ก, ดีบี เชงเก้อร์, บิลเลนเนียม, วัตสัน ประเทศไทย, เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ ประเทศไทย และบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เป็นต้น

>>>เชื่อมโยงโอกาสการเติบโตสู่ระดับภูมิภาคด้วยพันธมิตรระดับสากล

จุดแข็งที่แตกต่างของกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย คือการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด ที่ดำเนินงานครอบคลุมหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย ยุโรป และจีน ทำให้บริษัทสามารถสนับสนุนลูกค้าที่ต้องการขยายฐานการผลิตหรือเครือข่ายโลจิสติกส์ข้ามประเทศได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ มาตรฐานการดำเนินงาน และนวัตกรรมจากเครือข่ายระดับสากลมาสู่การพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์นักลงทุนในประเทศไทย บริษัทจึงพร้อมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ที่พร้อมร่วมขับเคลื่อนศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมไทย เชื่อมโยงธุรกิจสู่โอกาสใหม่ในระดับภูมิภาค และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนไปพร้อมกับลูกค้าและสังคมตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน