บริษัท เอ็น.ซี. เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) เดินหน้านำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามายกระดับการอยู่อาศัย ภายใต้แนวคิดบ้านเพื่ออนาคตและการสร้าง “สภาวะน่าสบาย” ผนึกความร่วมมือกับ บริษัท พานาโซนิค โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย พร้อมเปิดพื้นที่ “Lifestyle Labo” บ้านต้นแบบที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้เห็นจริง ทดลองจริง และสัมผัสเทคโนโลยีที่นำมาประยุกต์ใช้กับการอยู่อาศัยในชีวิตประจำวัน

นายสมนึก ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี. เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าเอ็น.ซี.ได้ร่วมมือกับพานาโซนิคในการวิจัยและพัฒนาด้านนวัตกรรม “บ้านเพื่ออนาคต” และแนวคิด “สภาวะน่าสบาย” โดยนำอุปกรณ์และเทคโนโลยีมาติดตั้งและทดลองใช้งานภายในบ้านจริง เพื่อทดสอบประสิทธิภาพและประสบการณ์การอยู่อาศัย

โครงการ บ้านฟ้า กรีนเนอรี่ นีโอลา รังสิตคลอง 2 ได้รับเลือกเป็นโครงการนำร่องสำหรับการทดลองดังกล่าว โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาโปรดักต์และโซลูชั่นที่สนับสนุนแนวคิดการสร้างบ้านที่ส่งเสริมสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ควบคู่กับการประหยัดพลังงานและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย Green Living และ Well Living ของเอ็น.ซี. เฮ้าส์ซิ่ง ที่มุ่งเพิ่มคุณค่าให้กับโครงการและผู้ซื้อบ้านผ่าน Product Strategy อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด Home Expert Living Care ซึ่งบริษัทดำเนินงานมาเป็นเวลากว่า 32 ปี

สำหรับ Lifestyle Labo ถูกพัฒนาให้เป็นพื้นที่ต้นแบบที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับการใช้ชีวิต เพื่อเปิดประสบการณ์บ้านยุคใหม่ โดยมุ่งสร้าง “สภาวะน่าสบาย” ในทุกช่วงเวลาของการอยู่อาศัย ทั้งด้านคุณภาพอากาศ พลังงาน ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมภายในบ้าน

ด้านนายโยสุเกะ ทานากะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวางแผนและพัฒนาธุรกิจโซลูชั่น บริษัท พานาโซนิค โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า พานาโซนิคต้องการขยายบทบาทจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและช่วยสร้างความเป็นอยู่ที่ดี ไปสู่การนำเสนอโซลูชั่นสำหรับการอยู่อาศัย โดยการเปิด Lifestyle Labo ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญในการตอบรับพฤติกรรมการอยู่อาศัยยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต สุขภาวะ ความปลอดภัย และความยั่งยืนด้านพลังงาน

Lifestyle Labo มีบทบาทหลัก 2 ด้าน ได้แก่ Mini Showroom สำหรับจัดแสดงผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นในบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับการอยู่อาศัยจริง และ Solution Lab หรือห้องทดสอบนวัตกรรม ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับทดลองและพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆ โดยอาศัยการเข้าถึงลูกค้าและการเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานจริง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ตลาดประเทศไทยมากขึ้น

ขณะเดียวกัน พานาโซนิคยังนำแพลตฟอร์ม Home IoT “XELLS” มาเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงเทคโนโลยีต่างๆ ภายในบ้าน โดยปัจจุบันมีการนำระบบ Comfort XELLS มาใช้บริหารจัดการระบบปรับอากาศ เพื่อสร้างความสบายในการอยู่อาศัยควบคู่กับการประหยัดพลังงาน และเตรียมขยายการเชื่อมต่อไปยังโซลูชั่นด้านคุณภาพอากาศภายในอาคาร (IAQ) ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบบริหารจัดการพลังงานภายในบ้าน

นวัตกรรมและโซลูชั่นดังกล่าวจะได้รับการนำมาทดลองและจัดแสดงความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องภายใน Lifestyle Labo เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากการใช้งานจริง และนำข้อมูลไปต่อยอดสู่การพัฒนาโซลูชั่นสำหรับบ้านในอนาคต

นายโยสุเกะยังระบุอีกว่า การสร้างสังคมการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรในภาคธุรกิจ โดยที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ รวมถึง เอ็น.ซี. เฮ้าส์ซิ่ง ภายใต้โครงการ NEDO ปี 2025 และมุ่งหวังให้ Lifestyle Labo เป็นพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนแนวคิด ทดลองความเป็นไปได้ใหม่ๆ และร่วมกันออกแบบโซลูชันเพื่อการอยู่อาศัยแห่งอนาคต

การเปิด Lifestyle Labo จึงสะท้อนทิศทางของ เอ็น.ซี. เฮ้าส์ซิ่ง และ Panasonic ที่ต้องการเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอนวัตกรรมจากการ “โชว์สินค้า” ไปสู่การสร้างประสบการณ์จากการใช้งานจริง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเห็น ทดลอง และประเมินประโยชน์ของเทคโนโลยีภายในบริบทของการอยู่อาศัยจริง ก่อนนำไปสู่การพัฒนาบ้านที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพชีวิต การประหยัดพลังงาน และความยั่งยืนในระยะยาว