กานดา พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศแผน Kanda Change ส่งไม้ต่อผู้บริหารรุ่น 2 สานต่อความสำเร็จ ปรับเปลี่ยนแนวทางดำเนินงานตอบโจทย์ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ ขยายทำเลผุดโครงการเพิ่มฐานลูกค้า แตกไลน์ธุรกิจ หวังระยะยาวขึ้นแท่น 1 ใน 10 บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ของไทย

นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ประกอบธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มานานกว่า 3 ทศวรรษ ซึ่งในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 บริษัทได้รับผลกระทบและต้องฟื้นฟูกิจการอยู่นานหลายปี และได้บทเรียนสำคัญที่ยึดถือมาเป็น Business Model จนถึงทุกวันนี้คือการให้ความสำคัญกับเรื่องของความมั่นคงมากกว่าการเติบโตและเน้นการพึ่งพาตัวเอง ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทพัฒนาโครงการไปแล้วกว่า 100 โครงการ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 3 โซนหลัก ได้แก่ รังสิต-ลำลูกกา, พระราม 2, ประชาอุทิศ และในต่างจังหวัดคือภูเก็ต และพัทยา

นายอิสระ กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันต้องถือว่าทั้งเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นที่มาของ Kanda Change โดยการส่งต่อการบริหารงานให้กับผู้บริหารรุ่นใหม่คือนายหัสกร บุญยัง รวมถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น

ด้านนายหัสกร บุญยัง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า Kanda Change เป็นการสานต่อจุดแข็งที่กานดา พร็อพเพอร์ตี้มีมาอยู่แล้ว พร้อมปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ กระบวนการต่างๆ หรือผลิตภัณฑ์ ในมุมที่คิดว่าน่าจะดีขึ้นหรือเหมาะสมมากขึ้น โดยในส่วนของ Branding จะใช้ชื่อโครงการเพียงชื่อเดียวคือ ‘ileaf’ ประกอบด้วย ileaf town และ ileaf park เป็นโครงการระดับกลาง ราคา 1.9-5 ล้านบาท, ileaf proud และ ileaf prime เป็นโครงการระดับพรีเมียม ราคา 2-10 ล้านบาท และ ileaf prima เป็นโครงการรวมหลายโครงการอยู่ด้วยกันเป็น Community

ด้านกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทยังคงเน้นการเติบโตอย่างมั่นคง และที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือการขยายทำเล เพื่อเพิ่มฐานลูกค้า โดยแผนตั้งแต่ปี 2560-2566 บริษัทตั้งเป้าที่จะขยายทำเลให้ได้อย่างน้อยปีละ 1-2 ทำเล สำหรับในปี 2565 บริษัทเตรียมเปิดโครงการบนทำเลใหม่ในช่วงปลายปี ได้แก่ โซนรามอินทรา-คู้บอน ส่วนในปี 2566 บริษัทมีทำเลใหม่ที่เตรียมไว้เปิดโครงการใหม่แล้วอย่างน้อย 1 ทำเล ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดิน นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะแตกไลน์ธุรกิจ โดยมีแผนที่จะเข้าไปพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับกลาง-บน ราคา 2 ล้านบาทขึ้นไป/ยูนิต ในทำเล กัลปพฤกษ พระราม 7 และจังหวัดภูเก็ต เพื่อเพิ่มสินค้าใหม่ๆ พร้อมสร้างได้ประจำจากการพัฒนาโครงการ wellness และโรงแรม ที่จังหวัดภูเก็ต ตลอดจนการให้เช่าทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของบริษัท ซึ่งได้แก่ ที่ดิน หรือตึกแถว โดยคาดว่ารายได้ประจำจะเติบโตปีละ 10% ซึ่งในส่วนของการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม wellness และโรงแรม ขณะนี้มีที่ดินพร้อมพัฒนาแล้ว แต่ยังรอเวลาที่เหมาะสม นอกจากนั้น บริษัทยังเข้าไปให้การสนับสนุน Start Up เพื่ออรองรับการขยายไลน์ธุรกิจใหม่ๆ อีกด้วย ทั้งนี้ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ คาดหวังว่าจะนำพาบริษัทก้าวสู่บริษัทอสังหาฯ ระดับ Top 10 ของไทยภายใน 20 ปี

สำหรับในด้านรายละเอียดของแผนงานในปี 2565 นายหัสกร กล่าวว่า บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่เป็นที่อยู่อาศัยแนวราบรวม 6 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4,700 ล้านบาท มีทั้งในทำเลเดิม และขยายไปในทำเลใหม่ๆ รวมทั้งการเปิดแบรนด์ใหม่ในกลุ่มทาวน์เฮ้าส์ระดับกลาง-กลางบน เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุม และขยายฐานการสร้างรายได้ให้กว้างขึ้น ซึ่งประกอบด้วย โครงการไอลีฟ ไพร์ม ลำลูกกา คลอง 2, โครงการไอลีฟ ไพร์ม 2 ประชาอุทิศ 90, โครงการไอลีฟ พราวด์ พระราม 2 กม.14, โครงการไอลีฟ พราวด์ วงแหวน-รังสิต คลอง 4 ซึ่งเป็นทาวน์โฮมแบรนด์ใหม่ ระดับราคา 2-3 ล้านบาท รวมทั้งการเปิดโครงการในทำเลใหม่อีก 2 โครงการ ได้แก่ โครงการไอลีฟ ไพร์ม รามอินทรา-คู้บอน และโครงการไอลีฟ ไพร์ม พัทยา-จอมเทียน จังหวัดชลบุรี

“ในปี 2565 บริษัทจะมีทั้งโครงการใหม่และโครงการที่อยู่ระหว่างการขายรวม 17 โครงการ ใน 10 ทำเล ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค โดยได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 3,300 ล้านบาท และเป้ารายได้อยู่ที่ 2,500 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรกถือว่าเป็นไปตามเป้า มียอดขายอยู่ที่ประมาณ 1,500 ล้านบาท ยอดรับรู้รายได้ ประมาณ 1,000 ล้านบาท สำหรับในครึ่งปีหลัง ยอดขายคิดว่าจะทำได้ตามเป้าทั้งปีที่ตั้งไว้ที่ 3,300 ล้านบาท ในส่วนของยอดรับรู้รายได้คาดว่าจะทำได้ประมาณ 2,200 ล้านบาท ตกจากเป้าที่ตั้งไว้เล็กน้อย เนื่องจากความล่าช้าในการปรับปรุงรูปแบบบ้าน อย่างไรก็ตามยอดโอนถือว่ายังคงเติบโตจากปี 2564 ประมาณ 10%” นายหัสกร กล่าวปิดท้าย