SENA ชี้ครึ่งหลังปี 66 ตลาดอสังหาฯ ดีขึ้น กางแผนผุดเพิ่ม 16 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท เผยกระแสตอบรับคอนโดฯ ดี ต่างชาติเริ่มเปิดประเทศ พร้อมรุกตลาดคอนโดฯ เต็มสูบ ส่งแบรนด์ Flexi ไลฟ์สไตล์คอนโดเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ล่าสุดเปิดตัวโครงการใหม่ Flexi เมกะ สเปซ บางนา เคาะราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท แย้มปักหมุดผุดเพิ่มอีก 3 โครงการใหม่ 3 ทำเลฮอต ย่านสำโรง, รามคำแหง และเจริญนคร ไตรมาส 4 ปีนี้
นางสาวอุมาพร ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนา ไอเดีย จำกัด กล่าวว่า หลังจากเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งปีแรกของปี 2566 ไปแล้ว 10 โครงการ มูลค่ารวม 8,500 ล้านบาท ในครึ่งปีหลังบริษัทมีแผนรุกเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มเติมอีก 16 โครงการ แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 3 โครงการ และคอนโดมิเนียม 13 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 15,000 ล้านบาท เนื่องจากในครึ่งปีหลังภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ดีกว่าครึ่งปีแรก และน่าจะมีความชัดเจนทางด้านการเมือง ซึ่งจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นของลูกค้าดีขึ้น ประกอบกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งการประกาศไม่ต่ออายุการผ่อนคลายมาตรการ LTV (Loan to Value) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และปัญหาหนี้ครัวเรือน น่าจะอยู่ในภาวะคงที่แล้ว
ทั้งนี้ ในส่วนของตลาดคอนโดมิเนียม นางสาวอุมาพรแสดงความคิดเห็นว่ามีกระแสตอบรับดีขึ้น เนื่องจากลูกค้าชาวต่างชาติเริ่มกลับมา แม้จะยังไม่ได้กลับมาอย่างเต็มที่ 100% ก็ตาม ซึ่งในช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ในปี 2562-2563 บริษัทมียอดขายจากลูกค้าชาวต่างชาติประมาณ 10% และเพื่อกระตุ้นยอดขายจากชาวต่างชาติ ปีนี้บริษัทจึงมีแผนเดินสายโรดโชว์ในต่างประเทศ 4-5 ประเทศ เริ่มจากไต้หวัน และพม่า และหลังจากนี้ยังเตรียมเดินสายโรดโชว์ในสิงคโปร์ และจีนอีกด้วย โดยสินค้าที่กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติสนใจเป็นกลุ่มคอนโดมิเนียมราคา 1-3 ล้านบาท ทำเลที่ได้รับความสนใจคือแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว และกลุ่มลูกค้าจะแบ่งเป็นนักลงทุน 50% ผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองอีก 50% ซึ่งต่างจากในอดีตที่ลูกค้าชาวต่างชาติส่วนใหญ่โดยเฉพาะชาวจีนจะมีความสนใจซื้อคอนโดฯ ในบางทำเล อาทิ โซนรัชดา และส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักลงทุน ซึ่งสำหรับในปีนี้บริษัทตั้งเป้าสร้างยอดขายจากลูกค้าชาวต่างชาติเอาไว้ที่ 10% ของยอดขายรวม ซึ่งเทียบเท่ากับก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19
นางสาวอุมาพร กล่าวอีกว่าที่ผ่านมาทาง SENA ได้มีการขยายโปรดักส์และฐานกลุ่มลูกค้าไปสู่ Young Generation หรือ Gen Z มากขึ้น เนื่องจากกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่เป็นเซกเมนต์ที่มีขนาดใหญ่และมีศักยภาพเรื่องการทำงาน ด้วยปัจจุบันกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือคนเริ่มต้นทำงาน (First Jobber) มีช่องทางสร้างรายได้ของตัวเองจากหลากหลายอาชีพ ซึ่งลูกค้ากลุ่มดังกล่าวมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองอยู่แล้ว เพียงแต่มองหาสิ่งที่ตรงกับความต้องการของตัวเองเป็นหลัก ดังนั้น SENA จึงได้พัฒนาโปรดักส์เพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้า Young Generation โดยออกแบบโปรดักส์ ภายใต้แบรนด์ “Flexi” ด้วยแนวคิดที่มีความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์ไตล์การใช้ชีวิตที่แตกต่างและหลากหลาย พร้อมนำเสนอภาพการใช้ชีวิตด้วยสีสันสดใส เน้นภาพลักษณ์เข้าถึงกลุ่ม Young Generation ได้ง่าย ในราคาคุ้มค่าจับต้องได้
ด้านนางสาวปณวรรณ ปุโรทกานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แบรนด์ “Flexi” เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กับ ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป โดยกำหนดราคาเฉลี่ยสำหรับโครงการคอนโดโลว์ไรส์อยู่ที่ 65,000-70,000 บาท/ตร.ม. และโครงการคอนโดไฮไรส์อยู่ที่ 80,000-90,000 บาท/ตร.ม. โดยที่ผ่านมามีการเปิดตัวมาแล้ว 5 โครงการ รวมมูลค่า 5,727 ล้านบาท ได้แก่ Flexi สาทร- เจริญนคร (เฟส 1), Flexi สาทร- เจริญนคร (เฟส 2), Flexi เตาปูน – อินเตอร์เชนจ์, Flexi รัตนาธิเบศร์ และ Flexi สุขสวัสดิ์
สำหรับในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมแบรนด์ “Flexi” รวม 4 โครงการ มูลค่ารวม 6,848 ล้านบาท โดยล่าสุดได้เปิดตัวโครงการ Flexi เมกะ สเปซ บางนา คอนโดมิเนียมสไตล์ Modern Japandi มูลค่า 2,200 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการ 3-1-72.80 ไร่ บนถนนเทพรัตน์ บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พัฒนาเป็นคอนโด High-Rise สูง 32 ชั้น จำนวน 1 อาคาร จำนวนห้องชุดพักอาศัยทั้งหมด 807 ยูนิต ในราคา 1.89-6 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 90,000 บาท/ตร.ม. และมีแผนที่จะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมแบรนด์ “Flexi” อีก 3 โครงการ ได้แก่ Flexi สำโรง อินเตอร์เชนต์, Flexi รามคำแหง 189 สเตชั่น, และ Flexi ริเวอร์วิว (เจริญนคร) ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2566 นี้

นางสาวปณวรรณ กล่าวอีกว่าทำเลย่านบางนา-ตราดเป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นทำเลที่ตอบสนองความต้องการของคนทำงานในบางนา บางพลี บางบ่อ และชลบุรี มีโครงการพัฒนาทั้งของเอกชนและของรัฐเกิดขึ้น ย่านดังกล่าวประกอบด้วยโครงการแบงค็อก มอลล์ (Bangkok Mall), โครงการเมกาซิตี้บางนา (Mega City Bangna), เดอะ ฟอเรสเทียส์ (The Forestias), โครงการรถไฟฟ้าสายบางนา-สุวรรณภูมิ เป็นต้น
นอกจากนี้ ถนนบางนา-ตราด ยังเป็นถนนที่เชื่อมกับถนนสุขุมวิทและถนนศรีนครินทร์ ซึ่งสามารถเดินทางเข้าเมืองได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็นทางด่วนพิเศษเฉลิมมหานคร รถไฟฟ้าสายสีเขียวและรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (MRT สถานีศรีเอี่ยม) ที่เปิดให้บริการแล้วในปัจจุบัน รวมถึงย่านบางนายังเป็นแหล่งรวมโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง เช่น โรงเรียนบางกอกพัฒนา โรงเรียนนานาชาติ ไทย-สิงคโปร์ โรงเรียนนานาชาติเบิร์คลีย์ โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรู โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน โรงเรียนนานาชาติดิษยะศริน หรือ ดี-เพร็พ โรงเรียนนานาชาติไทย – จีน โรงเรียนเซนโยเซฟบางนา เป็นต้น ทั้งนี้ หลังเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง พบว่าที่ดินบริเวณแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลืองราคาขยับขึ้นประมาณ 9 % ขณะที่ในย่านบางนา ราคาที่ดินขยับขึ้นไปถึง 11% ส่วนคอนโดมิเนียมในย่านบางนามีอัตราการดูดซับในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาประมาณ 20,000 ยูนิต และในปี 2564-2565 มีอัตราการดูดซับสูงถึง 800-900 ยูนิต/ปี ซึ่งสำหรับโครงการ Flexi เมกะ สเปซ บางนา บริษัทตั้งเป้าปิดการขายในปี 2567
นางสาวอุมาพร กล่าวอีกว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 บริษัทมียอดขายแล้วกว่า 5,300 ล้านบาท และคาดว่าปีนี้จะสามารถทำยอดขายได้ตามเป้าที่วางไว้ 18,000 ล้านบาท



