มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 44 ทุ่มงบ 22 ล้าน ประชาสัมพันธ์งานผ่านทุกช่องทาง คาดมีผู้เข้าร่วมชมงาน 80,000-100,000 คน เป็นกลุ่ม Gen Y มากที่สุดที่ 70% พร้อมจับตากลุ่ม Gen Z ที่เข้าร่วมชมงานเพิ่มขึ้นทุกครั้งของการจัดงาน และเริ่มเพิ่มบทบาทในการกระตุ้นอุปสงค์ตลาดอสังหาฯ ชี้ผู้ประกอบการเองมีก็การปรับตัวเพื่อเข้าถึง Gen Z มากขึ้น
ดร.ทัพพ์เทพ ภัคกระนก ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 44 กล่าวว่า “ตามที่คณะกรรมการจัดงานได้คาดการณ์ว่ากลุ่มลูกค้าที่สนใจเข้าชมงานตลอด 4 วันของการจัดงาน จะอยู่ที่ราว 80,000-100,000 คน สร้างยอดจองอสังหาริมทรัพย์ภายในงาน 3,000-3,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการจัดงานครั้งที่ 43 ซึ่งมียอดจองอสังหาริมทรัพย์ภายในงานกว่า 2,000 ล้านบาท โดยผู้เข้าร่วมงานทั้งหมด คาดว่าจะมีกลุ่ม Gen Y มากที่สุดที่ 70% ตามมาด้วยกลุ่ม Gen X 15% และ Gen Z ที่ 10% และอื่นๆ อีก 5% ทำให้งานมหกรรมบ้านและคอนโดกลายเป็นงานแสดงสินค้าที่อยู่อาศัยที่ครอบคลุมผู้บริโภคทุกกลุ่ม ด้วยความพรั่งพร้อมของทุกประเภทสินค้า ทั้งยังมีสถาบันการเงินมาช่วยสนับสนุนในด้านบริการสินเชื่อ แต่ที่น่าจับตามองก็คือกลุ่ม Gen Z ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่จัดงาน โดยกลุ่มนี้จะมีทั้ง First Jobber และ Self-employed หรือผู้ทำงานส่วนตัว ที่สร้างรายได้ด้วยอาชีพและช่องทางที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น Youtuber Tiktoker คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และขายของออนไลน์ นอกจากนี้ Gen Z ยังมีไลฟ์สไตล์ใหม่ และมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยประเภทบ้านและคอนโดฯ ทั้งเพื่ออยู่อาศัยเองและเพื่อปล่อยเช่า ในขณะที่กลุ่มลูกค้า Gen X และ Gen Y ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความมั่นคงและมีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว อาจมองหาบ้านหลังที่ 2 หรือเพื่อการลงทุน และปล่อยเช่าให้ Gen Z”
“สำหรับกลุ่ม Gen Z ที่เลือกซื้อคอนโดฯ จะเลือกทำเลใกล้รถไฟฟ้า ใกล้ที่ทำงาน หรือไลฟ์สไตล์ มอลล์ ที่ตัวเองไปใช้ชีวิต แต่หากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ เช่น Youtuber หรืออินฟลูเอนเซอร์ ก็จะเลือกซื้อบ้าน เพื่อทำเป็นโฮมออฟฟิศ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม เพราะต้องการแยกพื้นที่ทำงานและบ้านให้เป็นสัดส่วน ตามแนวคิด Work-life Balance ของคนรุ่นใหม่ โดยเน้นที่ทำเลนอกเมือง เช่น วัชรพล รามอินทรา กรุงเทพกรีฑา พุทธมณฑล ราชพฤกษ์ บางนา บางพลี เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นกลุ่มที่ตัดสินใจซื้อค่อนข้างเร็ว หากถูกใจจะวางเงินจองทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้าชมโครงการ ส่วนกลุ่มที่เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์จะนิยมซื้อแบบเงินสด เพราะไม่ต้องการมีภาระเรื่องการกู้สินเชื่อ”
“สำหรับกลยุทธ์ในการสื่อสารกับกลุ่ม Gen Z จะต้องเน้นถึงความเป็นปัจเจกชน ต้องระบุให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสินค้ามีความแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร และเนื่องจากเป็นกลุ่มที่ตัดสินใจง่าย นิยมเปิดรับข้อมูลเพื่อซื้อผ่านช่องทางออนไลน์แพลตฟอร์มต่างๆ และการรีวิวโครงการจากอินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงต้องทำ Sale Gallery ให้สวย สามารถดึงดูดและสร้างความประทับใจ ตั้งแต่พบเห็นครั้งแรก” ดร.ทัพพ์เทพ กล่าว
ในส่วนของผู้ประกอบการมีการปรับตัวเพื่อเข้าถึง Gen Z มากขึ้น ด้วยการเสนอจุดเด่นและโปรโมชันให้กับลูกค้า โดยดร.ทัพพ์เทพ ได้กล่าวต่อว่า “ผู้ประกอบการอาจจะมีโปรโมชันแถมหรือลดราคามากขึ้น กรณีลูกค้าชำระเป็นเงินสด หรือชูจุดเด่นของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่เลือกใช้มีความพิเศษต่างจากโครงการอื่นอย่างไร สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ระบบความปลอดภัย Pet Friendly เป็นต้น และปัจจุบัน ดีเวลลอปเปอร์มีการนำ Proptech เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นจุดชาร์จรถไฟฟ้า ระบบโซล่าเซลล์ หรือ โฮมออโต้เมชั่นต่างๆ ถ้าเป็นคอนโดฯ ก็จะมีระบบอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์บริเวณทางเข้า หรือ ระบบจอดรถอัตโนมัติ (Auto parking) เป็นต้น ซึ่งการที่ผู้ประกอบการปรับตัวเพื่อรับลูกค้า Gen Z มากขึ้น ก็เพื่อเปิดโอกาสในการทำตลาดและการขายให้กว้างขึ้น เพราะลูกค้ากลุ่มนี้เริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในการกระตุ้นอุปสงค์ของตลาดอสังหาฯ ของไทย ขณะเดียวกัน ก็ยังพยายามรักษาฐานลูกค้ากลุ่ม Gen X และ Gen Y ซึ่งเป็นกลุ่มที่จะลงทุนซื้อเพื่อปล่อยเช่าให้ Gen Z อีกที ส่วนฟังก์ชันและระบบต่างๆ ที่ดีเวลลอปเปอร์เลือกใช้ก็สามารถตอบโจทย์ได้ทุกเจนอยู่แล้ว”
ดร.ทัพพ์เทพ ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 44 ว่าตอนนี้มีคนลงทะเบียนล่วงหน้ามาแล้วกว่า 5,000 คน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี ในฝั่งผู้ขายก็มีทั้งผู้ประกอบการที่เป็นแบรนด์ใหญ่และขนาดกลางในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจากหัวเมืองต่างๆ ทางสามสมาคมผู้จัดงานก็ได้ทำการประชาสัมพันธ์ผ่านทุกช่องทาง โดยใช้งบ 22 ล้านบาท ดีเวลลอปเปอร์ไม่ต้องเสียงบการตลาด เพียงแต่เตรียมโปรโมชันพิเศษของตัวเองมาร่วมงาน โดยครั้งนี้ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จํากัด (มหาชน) จองพื้นที่การออกบูธมากที่สุด รวม 306 ตร.ม. รองลงมาคือ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) และ บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) ซึ่งจองพื้นที่การออกบูธ 180 ตร.ม. เท่ากันทั้งสองบริษัท
สำหรับงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 44 จัดโดยสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย มีกำหนดจัดขึ้นระหว่าง 2 – 5 พฤศจิกายน 2566 ณ ฮอลล์ 5 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์



