โฮมโปรเผยเศรษฐกิจปี 66 ไม่ดีนัก ดอกเบี้ยขาขึ้น ปัญหาหนี้ครัวเรือน การแข่งขันในตลาด ส่งผลให้กำลังซื้ออ่อน พร้อมทุ่มงบกว่า 40 ล้าน จัดงาน “โฮมโปร เอ็กซ์โป” กระตุ้นยอดขายช่วงปลายปี หวังสร้างยอดขายกว่า 300 ล้านบาท ชี้ปีหน้ายังเห็นโอกาสจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โครงการ e-Refund ส่งผลบวกทางตรง ส่วนการปรับขึ้นค่าไฟเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจ Home Solar แย้มปีหน้าเตรียมทุ่มงบ 5,000-6,000 ล้าน ขยาย 5 สาขาใหม่เพิ่ม พร้อมรีโนเวทสาขาเดิมอีก 10 สาขา
นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร กล่าวว่า ปี 2566 ภาพรวมเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ประกอบกับภาวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และการแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อไม่ค่อยดีนัก อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของบริษัทในด้านรายได้และกำไรในปีนี้ก็ยังมีการเติบโตมากขึ้นกว่าปีก่อนหน้า แต่เป็นการเติบโตในสัดส่วนที่น้อยกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้จากที่ในปี 2566 บริษัทตั้งเติบโตในส่วนของรายได้ 5-7% โดยในปีนี้บริษัทได้ทุ่มงบลงทุน 7,000-8,000 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาโฮมโปรเพิ่ม 11 สาขา ทำให้ ณ ปัจจุบัน โฮมโปรมีสาขารวม 94 สาขาในประเทศไทย และ 7 สาขาในประเทศมาเลเซีย ส่วนเมกาโฮม มีสาขารวม 27 สาขา
ทั้งนี้ ล่าสุด บริษัททุ่มงบ 40 ล้านบาท จัดงาน โฮมโปร เอ็กซ์โป ครั้งที่ 35 มหกรรมช้อปครั้งใหญ่แห่งปี ที่รวมสินค้าเรื่องบ้าน ของใช้ และเครื่องใช้ไฟฟ้า มาจัดแสดงภายในงาน เพื่อเป็นการคืนกำไรให้ผู้บริโภคได้เลือกช้อปสินค้าแต่งเติมบ้าน ท่ามกลางบรรยากาศช่วงเวลาดีๆ ส่งท้ายปี ซึ่งเป็นการตอกย้ำจุดแข็งของโฮมโปรที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้แบบ One Stop Shopping เรื่องสินค้าและบริการที่มีหลากหลายช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงเรื่องการทำตลาดจากสิทธิประโยชน์ที่มีมอบให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
สำหรับงาน โฮมโปร เอ็กซ์โป ครั้งที่ 35 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-10 ธันวาคม 256 ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 9-10 ในคอนเซปต์ “ช้อปส่งความสุข แบบรักษ์โลก” โดยโฮมโปรได้ผนึกกำลังกับแบรนด์ชั้นนำ SCG เพื่อสร้างสังคมรักษ์โลก ด้วยการเปิดตัวสินค้า “Circular Product” ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ ผลิตใหม่ในกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็น SHOPPING BAG จากสายรัดพลาสติกขนส่งสินค้า, กล่อง STACKO พลาสติกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชำรุด, ถุงขยะ จากพลาสติกฟิล์มยืดที่ใช้พันรอบสินค้า และกระเบื้อง TARA ที่มีส่วนผสมของสุขภัณฑ์เก่า และยังคงความครบครันของสินค้าเรื่องบ้านไว้ทุกแผนก อาทิ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องนอน ของแต่งบ้าน ทีวี เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า รวมถึงกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มาพร้อมสิทธิพิเศษแบบรักษ์โลก ในแคมเปญ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” เพียงนำของเก่ามาแลกซื้อของใหม่ในงาน (ที่ร่วมรายการ) รับทั้งส่วนลดและสิทธิผ่อนชำระ จัดหนักความคุ้มค่าตลอด 9 วันเต็ม โดยคาดว่าการจัดงานครั้งนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้บริษัท 300 ล้านบาท
นายวีรพันธ์ กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับในปี 2567 คาดว่าเศรษฐกิจจะซึมยาวต่อเนื่องไปจนถึงช่วงกลางปี อย่างไรก็ตามมองว่าเป็นปีที่ยังพอมีโอกาส เนื่องจากรัฐบาลน่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา เช่น นโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท และโครงการ e-Refund ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลไทยจัดทำขึ้นเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน โดยให้สิทธิแก่ประชาชนทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป มีรายได้เกิน 70,000 บาทต่อเดือน หรือมีเงินฝากเกิน 500,000 บาท สามารถลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการซื้อสินค้าและบริการมูลค่าไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งเป็นโครงการที่บริษัทน่าจะได้รับประโยชน์ทางตรง ส่วนการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าในปี 2567 ทำให้บริษัทต้องควบคุมค่าใช้จ่ายด้านค่าไฟฟ้าในแต่ละสาขามากขึ้น อย่างไรก็ดี ก็เป็นโอกาสในการขยายธุรกิจ Home Solar ของบริษัทอีกด้วย โดยในปีหน้าบริษัทมีแผนขยายสาขาใหม่เพิ่ม 5 สาขา และรีโนเวทสาขาเดิม 10 สาขา โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท
#โฮมโปรเอ็กซ์โป #HomeProExpo #ช้อปส่งความสุขแบบรักษ์โลก #แลกเก่าเพื่อโลกใหม่ #โฮมโปรเพื่อโลกที่ยั่งยืน #homeproscg #เรื่องบ้านโฮมโปรคือคำตอบ #homepropr









