63 ปีซีคอน พร้อมก้าวไปอย่างต่อเนื่องแบบ “Fast Forward” ส่งไม้ต่อทายาทรุ่น 3 สร้างสรรค์แคมเปญพิเศษ “ซีคอน…ส่งต่อด้วยใจ” สานต่อบทบาทผู้บุกเบิกธุรกิจรับสร้างบ้านในไทย ปูทางสู่ผู้นำธุรกิจอย่างยั่งยืน คัดสรรบทเพลง LIVE and LEARN มา rearrange ใหม่โดย “บอย โกสิยพงษ์” ส่งผ่านประสบการณ์ตลอด 63 ปี โดย “ปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว” ตอกย้ำคำสัญญาด้านคุณภาพที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เผยไตรมาสแรกปี 67 โกยยอดขายแล้ว 570 ล้าน
>>>63 ปี “ซีคอน” กับบทบาทผู้บุกเบิกธุรกิจรับสร้างบ้านในไทย
บริษัท ซีคอน จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2504 โดยการรวมตัวของนักธุรกิจกลุ่มหนึ่งนำโดยนายวิชัย ซอโสตถิกุล ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของธุรกิจการก่อสร้างที่จะมีผลต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งการดำเนินงานด้านธุรกิจก่อสร้างนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านวิศวกรรมโยธามาเป็นผู้บริหารงานโดยตรง ด้วยเหตุนี้นายวิชัย จึงได้มอบหมายให้นายกอบชัย ซอโสตถิกุล บุตรชายที่สำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมโยธาจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งขณะนั้นทำงานอยู่กับบริษัทออกแบบก่อสร้างของสหรัฐอเมริกาเข้ามารับผิดชอบบริหารงานในบริษัทฯ ภายใต้การบริหารงานของ นายกอบชัย ซอโสตถิกุล มีผลทำให้บริษัทฯ ได้มีโอกาสเข้าไปรับผิดชอบการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญหลายๆ โครงการ ผลงานแรกก็คือ โครงการออกแบบก่อสร้างตลาดและตึกแถวประมาณ 200 คูหา บริเวณตลาดมหานาค และจากการดำเนินงานในหลายโครงการต่อมา บริษัทฯ จึงได้คิดค้นและพัฒนา “ระบบซีคอน” ที่ทำให้สามารถสร้างอาคารที่แข็งแรงทนทาน ประหยัดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการก่อสร้าง ทำให้เกิดระบบการก่อสร้างที่ได้มาตรฐานยิ่งขึ้น ผลงานแรกที่ใช้การก่อสร้างระบบซีคอน ได้แก่ โครงการสร้างตึกแถวบริเวณถนนพระราม 4 และถนนบรรทัดทองของบริษัท วังใหม่ จำกัด ซึ่งเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจากความสำเร็จในครั้งนี้ บริษัทฯ ยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างศูนย์การค้าสยามสแควร์ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย ณ ขณะนั้น อันประกอบด้วยโรงภาพยนตร์ 3 โรง สถานโบว์ลิ่ง 1 แห่ง และตึกแถวประมาณ 550 คูหา และยังได้ร่วมมือกับบริษัท สี่พระยาก่อสร้าง จำกัด สร้างโรงแรมสยามอินเตอร์คอนติแนนตัล ซึ่งนับเป็นผลงานที่ภาคภูมิใจของบริษัทฯ ที่นำมาซึ่งความเชื่อถือ และไว้วางใจในการก่อสร้างด้วย “ระบบซีคอน” ต่อมาในปี พ.ศ. 2509 รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้มีนโยบายสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยในประเทศไทยให้มีบ้านเป็นของตนเอง โดยการค้ำประกันเงินกู้ 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อได้เกิดการพัฒนาโครงการในด้านที่อยู่อาศัยดังกล่าว โดยการนำเงินกู้มาให้ประชาชนกู้ยืมสำหรับนำไปซื้อบ้านเพื่อเป็นการตอบสนองในโครงการนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมทุนกับบริษัทอเมริกาแห่งหนึ่งจัดสร้าง “หมู่บ้านมิตรภาพ” ซึ่งประกอบด้วย บ้านเดี่ยว ประมาณ 800 หลัง ให้ประชาชนเช่าซื้อในอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยมีระยะเวลาผ่อนชำระคืน 20 ปี ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก และนับว่าบริษัทฯ เป็นผู้บุกเบิกและริเริ่มบริการสร้างหมู่บ้านจัดสรรผ่อนส่งระยะยาวขึ้นจนเป็นที่แพร่หลายในปัจจุบัน
>>>2567 ซีคอน ส่งไม้ต่อการดำเนินธุรกิจด้วยคุณภาพที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ในปี พ.ศ. 2567 นอกจากโรงงานผลิตโครงสร้างชิ้นส่วนเสา – คานกึ่งสำเร็จรูประบบซีคอนแห่งที่ 2 ลำลูกกาคลอง 12 ได้สร้างเสร็จเรียบร้อย และมีกำลังการผลิตสูงถึง 1.2 แสนชิ้นต่อปี หรือ 700-800 หลัง เพื่อรองรับการขยายตัว และการขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว พร้อมก้าวไปอย่างต่อเนื่องแบบ “Fast Forward” แล้ว นายกอบชัย ยังได้ถ่ายทอดเจตนารมย์และวิสัยทัศน์แห่งผู้นำธุรกิจรับสร้างบ้านสู่ 2 ผู้บริหารรุ่นที่ 3 คือ นายไปรเทพ ซอโสตถิกุล ประธานกรรมการบริหาร และนายมนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน จำกัด เพื่อสานต่อการพัฒนานวัตกรรม และบริการรับสร้างบ้านในไทยให้ก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เริ่มจากการสร้างสรรค์แคมเปญพิเศษ “ซีคอน…ส่งต่อด้วยใจ” โดยได้พัฒนาภาพยนตร์โฆษณา และมิวสิค วิดีโอ เพื่อคงความเชื่อมั่น และยอมรับต่อแบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบัน
>>>ย้ำคำสัญญาการคงคุณภาพผ่านกลยุทธ์ Music marketing
ล่าสุด ซีคอน ได้นำกลยุทธ์ Music marketing กลยุทธ์ทางการตลาดที่นำ “เสียงเพลงและดนตรี” มาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อตอกย้ำ brand loyalty และสร้าง brand awareness แก่กลุ่มเป้าหมายใหม่ ด้วยการร่วมกับ บอย โกสิยพงษ์ นักแต่งเพลง นักร้อง และโปรดิวเซอร์ชื่อดังของไทย นำบทเพลง LIVE and LEARN มา rearrange ใหม่ โดยได้รับเกียรติจาก ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว นักร้องมากความสามารถที่มีผลงานเพลงมากกว่าร้อยบทเพลง มาส่งผ่านอารมณ์เพลง LIVE and LEARN ในแนวดนตรีดรัมแอนด์เบส (Drum and Bass) เวอร์ชั่นพิเศษของซีคอน ร่วมกับ กลม เดอะวอยซ์-อรวี พินิจสารภิรมย์ เพื่อถ่ายทอดเส้นทางและเรื่องราวตลอด 63 ปีในธุรกิจของซีคอน ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาศักยภาพ และบริการด้วยการนำทุกโจทย์ที่ผ่านเข้ามาในเส้นทางธุรกิจมาค้นหา solution ใหม่ๆ เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคในทุกยุคด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง จนได้รับการยอมรับเรื่องคุณภาพ และบริการต่อเนื่องตลอดมา “เหตุผลที่ ซีคอน เลือกบทเพลง LIVE and LEARN มาใช้ในแคมเปญนี้ เพราะเนื้อหาของบทเพลงนี้มีความหมายที่ดี สามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้สอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการจะสื่อสารออกไปได้ชัดเจน สามารถสื่อสารให้เห็นในเชิงของปรัชญาการดำรงชีวิต ที่คนๆ หนึ่งได้เดินทางหรือบริหารธุรกิจมานานถึง 63 ปี ซึ่งแน่นอนว่าต้องสะสมประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญมามาก และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมสิ่งที่สั่งสมมานั้นก็ต้องสืบทอดไปสู่คนรุ่นถัดไป แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปคือ ปณิธานและความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจในแบบ customer centric ที่บริษัทยึดถือมาโดยตลอด และเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนจากปัจจุบันสู่อนาคต” นายมนู กล่าว
ทั้งนี้ บทเพลง LIVE and LEARN ในแนวดนตรีดรัมแอนด์เบส (Drum and Bass) เวอร์ชั่นพิเศษของ ซีคอน จะถูกนำมาพัฒนาเป็นภาพยนตร์โฆษณาและมิวสิค วิดีโอ ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 เมษายน นี้ โดยสามารถชมภาพยนตร์โฆษณาและมิวสิค วิดีโอ ได้ที่ https://www.dropbox.com/scl/fi/axyktw9zy8aluz11rcgjy/Live-Learn-Pun-Kom-MP3-Full-MASTER-2-MB.mp3?rlkey=nz3rywrp442urjlhubqrxtdfz&st=j6ycy3x3&dl=0
สำหรับในด้านการดำเนินธุรกิจ นายมนู กล่าวว่า “ตลาดรับสร้างบ้านในภาพรวมมีทิศทางชะลอตัวตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2566 ต่อเนื่องมาจนถึงไตรมาสแรกของปี 2567 เนื่องจากประชาชนโดยเฉพาะในระดับรากหญ้าเกิดความไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจ แม้ว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นจากภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกแล้วก็ตาม ทั้งนี้ ในส่วนของการดำเนินธุรกิจของซีคอน ในปี 2566 มีมูลค่ายอดจองสร้างบ้าน 1,900 ล้านบาท ขณะที่ในไตรมาสแรกของปี 2567 มีมูลค่ายอดจองสร้างบ้าน 570 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยนอกจากรับสร้างบ้านให้ลูกค้ารายย่อยแล้ว บริษัทยังรับสร้างบ้านให้กับบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันเซ็นสัญญาก่อสร้างแล้ว 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ ฌอน วงแหวน-จตุโชติ ของบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) และ โครงการเนอวานา คอลเล็กชั่น กรุงเทพกรีฑา ของ บริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และปัจจุบันยังอยู่นะหว่างการเจรจาในการรับสร้างบ้านให้กับบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่นเพิ่มเติมด้วย
“เชื่อว่าในไตรมาส 2 ของปีนี้ ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านจะยิ่งเติบโต สืบเนื่องจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ของภาครัฐ ที่ไฟเขียวลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกสร้างบ้าน สูงสุด 100,000 บาท นาน 2 ปี ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น โดยในปี 2567 บริษัทตั้งเป้ายอดขายเอาไว้ที่ 2,200 ล้านบาท” นายมนู กล่าวสรุป





