กลุ่มบริษัทเอ็นริช มั่นใจทำเลราชพฤกษ์ New Luxury Hub แห่งใหม่ จับมืออนาบูกิ โคซัน กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่อสังหาฯ ญี่ปุ่น ผุด “ดิ อาร์ทิเคิล นอร์ธ ราชพฤกษ์” โครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรีลุยทำเลทองของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก เจาะกลุ่มเศรษฐีรุ่นใหม่ เคาะราคาเริ่มต้น 15.9 ล้าน

นายอนวัช ฉัตรศิริกุล ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทเอ็นริช เปิดเผยว่า หลังเปิดดำเนินการมา 16 ปี บริษัทได้พัฒนาโครงการไปแล้ว 10 โครงการ โดยทั้งหมดเป็นโครงการระดับบน ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่บริษัทมีความชำนาญ โดยบริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ปีละ 3-5 โครงการ สำหรับในปี 2567 บริษัทมีแผนเปิดตัว 2 โครงการใหม่ คือโครงการแรกคือ ดิ อาร์ทิเคิล นอร์ธ ราชพฤกษ์ มูลค่ากว่า 2,400 ล้านบาท รูปแบบบ้านเดี่ยวหรู ระดับราคา 15.9-28 ล้านบาท  เป็นโครงการร่วมทุนกับอนาบูกิ โคซัน กรุ๊ป ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ติดอันดับ 1 ใน 10 จากประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเล็งเห็นการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในทำเลราชพฤกษ์ โดยเฉพาะกลุ่มตลาดบ้านระดับลักซ์ชัวรี แม้ว่าการแข่งขันในทำเลดังกล่าวจะสูง แต่เชื่อมั่นว่ายังมีช่องว่างทางการตลาดที่สามารถเข้าไปเจาะและแข่งขันได้  ส่วนอีก 1 โครงการอยู่ระหว่างการพิจารณา

“เรามองว่าสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ มีความท้าทายในหลายๆ ด้านและตลาดมีการแข่งขันสูง การตัดสินใจเลือกซื้อบ้านของผู้บริโภคใช้เวลานานขึ้น แต่แผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทยังคงเดินหน้าเพื่อให้บริษัทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรียังคงเป็นที่ต้องการในตลาด ประกอบกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ ระดับเจ้าของกิจการ ซึ่งมีกำลังซื้อสูง และไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมากนัก จึงเดินหน้าพัฒนาโครงการเพื่อรองรับกับลูกค้ากลุ่มนี้ โดยเลือกทำเลที่มีศักยภาพ พัฒนาโครงการให้มีจุดเด่นที่น่าสนใจด้วยฟังก์ชันและนวัตกรรมด้านการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ ซึ่งที่ผ่านมาเราสามารถพัฒนาโครงการแลละประสบความสำเร็จมาแล้วอย่างต่อเนื่อง” นายอนวัช กล่าว

ด้านนางสาวสุพิชา ณัฐสุวรรณพล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารธุรกิจ กลุ่มบริษัทเอ็นริช กล่าวว่า สาเหตุที่เลือกเข้ามาพัฒนาโครงการในทำเลราชพฤกษ์ เป็นเพราะมองเห็นแนวโน้มการเติบโตของตลาดอสังหาฯ ที่เริ่มกระจายตัวจากใจกลางเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะทางกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก รวมถึงในทำเลดังกล่าวมีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในรูปแบบต่างๆ ออกมารองรับการอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น คอมมูนิตี้มอลล์ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง  ซึ่งโครงการ ดิ อาร์ทิเคิล นอร์ธ ราชพฤกษ์ อยู่ใกล้กับโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ราชพฤกษ์ เพียง 300 ม. เท่านั้น สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ต้องการขยายครอบครัว มีพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น มีชีวิตการทำงานที่ค่อนข้างยืดหยุ่น สามารถทำงานได้ที่บ้าน หรือหากเดินทางไปทำงานก็สามารถเดินทางได้สะดวก ซึ่งโครงการ ดิ อาร์ทิเคิล นอร์ธ ราชพฤกษ์ ถือว่าตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว

ด้านนายมาซาอากิ คากาวะ กรรมการผู้จัดการ อนาบูกิ โคซัน กรุ๊ป กล่าวว่า อนาบูกิ โคซัน กรุ๊ป ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศญี่ปุ่นมาแล้วกว่า 60 ปี และได้เข้าไปร่วมลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์กับบริษัทผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศต่างๆ ทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย ไทย และอยู่ระหว่างการพิจารณาเข้าไปร่วมลงทุนพัฒนาโครงการในประเทศฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ สำหรับการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในทุกประเทศ ไม่ว่าจะมีภาวะเศรษฐกิจดีหรือไม่ดี แต่หากพัฒนาโครงการออกมาอย่างเหมาะสม ทั้งทางด้านราคา สินค้า ทำเล และโปรโมชัน ก็จะเป็นที่ต้องการของลูกค้า 

นายมาซาอากิ กล่าวอีกว่า สำหรับประเทศไทย อนาบูกิ โคซัน กรุ๊ป ได้เข้ามาร่วมลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แล้วกว่า 5 ปี จำนวน 6 โครงการ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่อาศัยและมองเห็นโอกาสในการลงทุน สำหรับการเข้ามาร่วมทุนกับกลุ่มบริษัทเอ็นริชในครั้งนี้ เป็นเพราะมีแนวคิดและการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน และยังเห็นว่า บริษัท เอ็นริชพัฒนาโครงการอย่างมีคุณภาพ การใส่ใจในด้านงานดีไซน์เป็นพิเศษ การวางแผนและการออกแบบโดยคำนึงถึงความสะดวกสบายของการอยู่อาศัย การคัดเลือกพัฒนาโครงการบนทำเลที่มีศักยภาพทั้งปัจจุบัน และมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้ในอนาคต ที่สำคัญบุคลากรของกลุ่มเอ็นริช มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาโปรดักส์ ซึ่งได้สัมผัสถึงความใส่ใจในรายละเอียด  จึงได้ตัดสินใจที่จะร่วมกันพัฒนาโครงการนี้กับ บริษัท เอ็นริช

“เราเห็นว่าโปรดักส์ของเอ็นริชนั้นมีความโดดเด่น เป็นที่ดึงดูดความสนใจของเรา เรามองว่าเอ็นริช พัฒนาโปรดักส์ได้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ที่บริษัทเอ็นริชได้ใส่ใจเป็นพิเศษ โดยคำนึงถึงความสะดวกสบาย และการเลือกทำเลการพัฒนาโครงการที่ดีรวมไปถึงมีการวางแผนงานที่ดีอีกด้วย” นายมาซาอากิ กล่าว

นายมาซาอากิ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า อนาบูกิ โคซัน กรุ๊ป มีแผนที่จะเข้ามาร่วมลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์กับบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยปีละ 5 โครงการ แม้ว่าประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแล้ว เนื่องจากมั่นใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ตลอดจนบริษัทมีประสบการณ์ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลากหลายรูปแบบเพื่อรองรับคนทุกกลุ่มวัย รวมถึงศูนย์สุขภาพดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ่น ซึ่งในอนาคตบริษัทอาจมีการขยายการร่วมทุนพัฒนาศูนย์สุขภาพดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทยด้วย

นางสาวอาทิตยา เกษมลาวัณย์ หัวหน้าแผนกซื้อขายโครงการที่พักอาศัย ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดบ้านในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 มีการเปิดตัวโครงการบ้านจัดสรรใหม่มากถึง 31 โครงการ รวม 5,032 ยูนิต มีอัตราส่วนเพิ่มขึ้นกว่า 15.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2566 ถือเป็นสัญญาณบวก โดยพบว่าตั้งแต่ปี 2565-2567 ตลาดบ้านโซนกรุงเทพฯ ชั้นนอกฝั่งตะวันตก มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเปิดตัวโครงการบ้านเพิ่มขึ้นกว่า 145% ในปี 2565 และ 18% ในปี 2566

ทั้งนี้ สิ้นไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 ยังพบอีกว่าทำเลนี้มีอัตราการเปิดตัวโครงการบ้านสูงที่สุดในกลุ่มทำเลกรุงเทพฯ ชั้นนอกซึ่งประกอบไปด้วย 4 ทำเลด้วยกัน ซึ่งหากพิจารณาเจาะลึกเฉพาะกลุ่มเซกเมนต์ไฮเอ็นด์ขึ้นไปในปี 2566 ยังพบด้วยว่ามีการเปิดตัวโครงการบ้านทั้งปีเพิ่มขึ้นกว่า 227% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยไตรมาสที่ 1 ปี 2567 ทยานสูงขึ้นว่า 385% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันใน ปี 2566

นางสาวอาทิตยา กล่าวเสริมอีกว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดบ้านหรูในโซนราชพฤกษ์เติบโตเป็นเพราะศักยภาพของทำเลที่มีองค์ประกอบสนับสนุนให้ทำเลราชพฤกษ์กลายเป็น New Luxury Hub กล่าวคือ การมีความสมบูรณ์ของระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ทั้งการสร้างและขยายถนน อาทิ ถนนราชพฤกษ์ตัดใหม่ การขยายถนนชัยพฤกษ์ ถนนชัยพฤกษ์เชื่อมกับสะพานพระราม 4 ถนน 10 เลน รวมถึงเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีชมพู ส่งผลให้เกิด Connectivity ที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อพื้นที่ได้ทั้ง 3 จังหวัด ทั้งกรุงเทพฯ นนทบุรี และปทุมธานี  การพัฒนาโครงการ Shopping Mall ขนาดใหญ่รองรับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของคนในโซนราชพฤกษ์ เช่น Robinson Lifestyle Ratchaphruek, Central Westgate, Central Westville, และ Lotus’ North Ratchaphruek

อีกทั้งทำเลราชพฤกษ์โซนนี้ยังเชื่อมต่อไปยังถนนแจ้งวัฒนะ ที่เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางย่านธุรกิจซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการสำคัญๆ และบริษัทชั้นนำมากมาย โดยมีพื้นที่อาคารสำนักงานมากกว่า 1,100,000 ตารางเมตร ทำให้เกิดดีมานด์ของคนทำงานภายในย่านนี้ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดที่พักอาศัยในโซนแจ้งวัฒนะ และขยายตัวมายังโซนราชพฤกษ์เช่นกัน

“โครงการ ดิ อาร์ทิเคิล นอร์ธ ราชพฤกษ์ อยู่ในทำเลที่มีมูลค่าการประเมินที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากอดีตราคาที่ดินยังไม่สูงมาก โดยเพิ่มขึ้นกว่า 21% ในรอบการประเมินปี 2566-2569 ราคาประมาณ 85,000 บาทต่อตารางวา (ขณะที่ราคาประเมินในปี 2551-2554 อยู่ที่ 45,000 ต่อตารางวา) และมองว่าทำเลนี้มีศักยภาพจะเติบโตได้อีกมากในอนาคต โดยเฉพาะทำเลที่โครงการตั้งอยู่มีโอกาสที่จะเป็น Hub บ้านหรูทำเลถัดไป เช่นเดียวกับทำเลถนนเลียบทางด่วนเอกมัย รามอินทรา  ทำเล กรุงเทพกรีฑา ขณะเดียวกันโครงการยังมีความแตกต่างจากโครงการทั่วไปในตลาดอย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของรูปลักษณ์การดีไซน์ การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ เป็นตัวเลือกใหม่ๆ ให้กับลูกค้าในทำเลนั้นได้ ในขณะที่ฟังก์ชันถือว่าให้แบบจัดเต็มด้วยพื้นที่ 300-500 ตร.ม.เรียกว่า ราคา High-end บนทำเลที่ Premium ในโซนราชพฤกษ์เลยทีเดียว” นางสาวอาทิตยา กล่าว