ESTAR โชว์ผลงานปี 66 โกยยอดขายทะลุเป้า กางแผนปี 67 เดินเกมรุกฝ่าหลายปัจจัย ลุยตลาดกลาง-บน พร้อมเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ เตรียมเปิดตัว 3 โครงการใหม่ ระยอง-กรุงเทพฯ มูลค่ารวมกว่า 1,600 ล้านบาท เผยไตรมาสแรก ตุนยอดขายแล้วกว่า 500 ล้านบาท ปักธงรับรู้รายได้สิ้นปีโตเพิ่มกว่า 40%

นายไพโรจน์ วัฒนวโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ESTAR กล่าวว่า ปี 2566 ที่ผ่านมา เป็นปีที่ ESTAR เติบโตอย่างสดใส โดยบริษัทสามารถทำยอดขายได้ 1,580 ล้านบาท เติบโตกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และสูงทะลุเป้าที่วางไว้ ขณะที่ในไตรมาส 1 ปี 2567 บริษัทยังสามารถดันยอดขายนิวไฮ แตะ 510 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 75% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 ที่มียอดขาย 292 ล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วนออกเป็นยอดขายโครงการในกรุงเทพฯ กว่า 400 ล้านบาท และยอดขายโครงการใน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง กว่า 109 ล้านบาท ขณะที่มียอดโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 1 กว่า 300 ล้านบาท เติบโตเพิ่ม 21% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 แบ่งออกเป็นยอดโอนฯ โครงการในกรุงเทพฯ 165 ล้านบาท และยอดโอนฯ โครงการใน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง 135 ล้านบาท

“ทิศทางอสังหาฯ ในปี 2567 นี้ ยังมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยปัจจัยที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นกำลังซื้อภาคอสังหาฯ ให้ดีขึ้นได้ หลักๆ ควรจะเป็นการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สินเชื่อบ้านจากทางภาครัฐ รวมถึงมาตรการลดค่าโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองเหลือ 0.01% ก็ยังเป็นแรงส่งที่ดีที่ทำให้ภาคตลาดอสังหาริมทรัพย์คึกคักอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ESTAR ยังคงเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง โดยปี 2567 ตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1,600 ล้านบาท พร้อมดันโครงการในมือรวมทั้งสิ้น 11 โครงการ ในปีนี้ มูลค่ารวม 5,600 ล้านบาท”

สำหรับแนวทางการพัฒนาโครงการในปีนี้ นายไพโรจน์ กล่าวว่าบริษัทยังคงประเมินตามทิศทางภาพรวมของตลาดล่วงหน้า โดยฝ่าหลายปัจจัย อาทิ หันมาจับกลุ่มตลาดกลาง-บน มากขึ้น เนื่องจากกลุ่มนี้ยังมีดีมานด์ต่อเนื่องและยังมีกำลังซื้อได้แม้อัตราดอกเบี้ยจะขยับตัว นอกจากนี้ยังจับกลุ่มชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ชาวจีน ไต้หวัน รัสเซีย และพม่าที่กำลังเผชิญปัญหาความขัดแย้งและความมั่นคงภายในประเทศ ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ยังสนใจอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยราคาอสังหาริมทรัพย์ของไทยราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทำให้กลุ่มชาวต่างชาติยังคงทยอยเข้ามาซื้อเพื่ออยู่อาศัย ลงทุนปล่อยเช่า และแม้แต่เข้ามาร่วมทุนพัฒนาโครงการฯ สอดรับกับ 3 โครงการใหม่ที่เตรียมเปิดในปีนี้ของ ESTAR ซึ่งได้แก่

โครงการ VELANA HYDE อู่ตะเภา-บ้านฉาง ระยอง เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น 128 หลัง ราคาเริ่มต้น 5-9 ล้านบาท มูลค่าโครงการประมาณ 800 ล้านบาท โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายระดับ Mid-High Level ซึ่งบริษัทได้ต่อยอดจากความสำเร็จของโครงการ Velana Amoda ที่ผ่านมา ในทำเลเดียวกัน โดยวางคอนเซ็ปต์ Luxury Classic สะท้อนความงดงาม สมบูรณ์แบบของการใช้ชีวิต โดยการออกแบบตัวบ้านและโครงการได้รับแรงบันดาลใจจาก สถาปัตยกรรมยุโรป

ทั้งยังมี โครงการ GRAND VELANA POOL VILLA บ้านฉาง ระยอง จำนวน 6 หลัง มูลค่าโครงการกว่า 120 ล้านบาท ราคาขายเริ่มต้น 15 ล้านบาท โดยวางคอนเซ็ปต์ บ้านหรูสไตล์รีสอร์ท การพักผ่อนที่เหนือระดับใจกลางสนามกอล์ฟ รายล้อมด้วยสังคมคุณภาพ โดยวางกลุ่มเป้าหมายรองรับลูกค้าระดับผู้บริหารที่ทำงานบริษัทในนิคมฯ มาบตาพุด กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าของกิจการ รวมถึงลูกค้าในบริเวณบ้านฉาง ซึ่งถือว่ามีกำลังซื้อศักยภาพสูง และโอกาสรีเจ็กต์เรต (Reject Rate) อยู่ในเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก

นอกจากนี้ยังมีโครงการ ESTON ลาดกระบัง- สุวรรณภูมิ ทาวน์โฮม 2-3 ชั้น จำนวน 160 ยูนิต ก็วางคอนเซ็ปต์ (Concept) British Georgian กลิ่นอายสไตล์อังกฤษ บนทำเลศักยภาพเชื่อมต่อทุกการเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ใกล้สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ในราคาเริ่มต้น 3.29-5 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งทาง ESTAR ตั้งใจพัฒนาเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นพนักงานที่ทำงานในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง พระราม 9 และศรีนครินทร์ ที่มองหาบ้านที่ไม่ไกลจากแหล่งงานและที่อยู่เดิม

นายไพโรจน์ เปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) 2,100 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ 1,200 ล้านบาท และรับรู้รายได้ในปี 2568 อีก 900 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2527 บริษัทตั้งเป้ายอดขายภาพรวมอยู่ที่ 2,048 ล้านบาท เติบโต 30% และเป้าหมายรับรู้รายได้อยู่ที่กว่า 1,732 ล้านบาท เติบโต 47%