JAS Asset เดินหน้าปรับโมเดลธุรกิจจากคอมมูนิตี้มอลล์สู่ “Future Community Living” รับเมกะเทรนด์สังคมสูงวัยและการดูแลสุขภาพระยะยาว ชูโครงการต้นแบบ Mixed-Use “JAS Green Village คู้บอน” ผสานศูนย์การค้า กีฬา เวลเนส และโรงแรมเข้าด้วยกัน พร้อมเร่งเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์เดิมแทนการลงทุนใหม่ ขณะที่ธุรกิจ Senera และโรงแรม SENS Hotel กลายเป็นเครื่องยนต์รายได้สำคัญ หนุนการเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
นายสุพจน์ สิริกุลภัสสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ JAS Asset เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทได้ปรับกลยุทธ์จากการเป็นผู้พัฒนาศูนย์การค้าชุมชน (Community Mall) ไปสู่การสร้าง “Community Living Ecosystem” หรือระบบนิเวศแห่งการใช้ชีวิตของคนทุกช่วงวัย
แนวคิดดังกล่าวมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่ใช้ชีวิตให้กับชุมชน มากกว่าการเป็นเพียงสถานที่จับจ่ายใช้สอย โดยบริษัทมองว่าความสำเร็จของศูนย์การค้าในอนาคตไม่ได้วัดจากขนาดพื้นที่หรือจำนวนร้านค้า แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คนในชุมชนได้อย่างแท้จริง
“หากศูนย์การค้าขนาดใหญ่แข่งขันกันเป็น Destination ของเมือง JAS Asset ต้องการเป็น Destination ของชุมชน เป็นพื้นที่ที่ผู้คนเข้ามาใช้ชีวิต พบปะ และสร้างความสัมพันธ์ร่วมกัน” นายสุพจน์กล่าว
>>>ดัน “JAS Green Village คู้บอน” ต้นแบบ Mixed-Use ครบวงจร
หัวใจสำคัญของกลยุทธ์ใหม่ คือการพัฒนาโครงการ JAS Green Village คู้บอน ให้เป็นต้นแบบ Mixed-Use Community Mall เต็มรูปแบบ บนพื้นที่กว่า 40 ไร่ ประกอบด้วยศูนย์การค้าชุมชน ร้านค้ากว่า 200 ร้าน สปอร์ตคอมเพล็กซ์ โรงแรม ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ คลินิกกายภาพบำบัด คลินิกเฉพาะทาง และพื้นที่สีเขียวสำหรับครอบครัว
บริษัทมองว่าการบูรณาการธุรกิจเหล่านี้เข้าด้วยกัน จะช่วยเพิ่มมูลค่าการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์เดิม (Asset Utilization) และสร้างรายได้จากหลายแหล่งในพื้นที่เดียวกัน
>>>รับเทรนด์ Longevity รุกธุรกิจเวลเนสเต็มตัว
ด้านพงศิยา กิตติขจร Senior Vice President บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) JAS Asset มองว่าเทรนด์การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Longevity) และสังคมผู้สูงอายุเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตระยะยาว จึงเดินหน้าพัฒนาธุรกิจเวลเนสภายใต้แบรนด์ “Senera” ซึ่งได้รีแบรนด์จาก Senera Senior Wellness เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น
ปัจจุบัน Senera ครอบคลุมธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์พักฟื้น คลินิกกายภาพบำบัด และบริการด้านสุขภาพเชิงป้องกัน โดยมีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุขนาด 52 เตียงที่โครงการคู้บอน พร้อมบริการดูแลทั้งแบบรายวัน ระยะสั้น และระยะยาว
บริษัทระบุว่า แม้จำนวนเตียงจะลดลงจากเดิม แต่การปรับกลยุทธ์ด้านราคาและคุณภาพบริการ ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อเตียงเพิ่มขึ้นจากประมาณ 29,000 บาทต่อเดือนเมื่อ 3 ปีก่อน เป็นกว่า 60,000 บาทต่อเดือนในปัจจุบัน สะท้อนความต้องการของตลาดที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
>>>พลิก Nursing Home สู่ธุรกิจโรงแรม สร้างรายได้ใหม่
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการต่อยอดสินทรัพย์เดิมจากอาคารผู้สูงอายุ Active Living มาพัฒนาเป็นโรงแรมภายใต้แบรนด์ “SENS Hotel”
ปัจจุบัน SENS Hotel Bangkok Kubon มีห้องพัก 77 ห้อง และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยมากกว่า 80% นับตั้งแต่เปิดให้บริการ โดยกลุ่มลูกค้าหลักเป็นทั้งญาติผู้เข้าพักในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ นักท่องเที่ยวชาวไทย และนักท่องเที่ยวยุโรป
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมเปิด SENS Hotel Nonthaburi Bangbuathong ภายในไตรมาส 3/2569 ส่งผลให้จำนวนห้องพักรวมของทั้งสองโครงการเพิ่มเป็น 136 ห้อง ซึ่งจะกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญในการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มธุรกิจ Hospitality และ Mixed-Use ของบริษัท
>>>รายได้โตจากสินทรัพย์เดิม ชะลอลงทุนโครงการใหม่
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2569 จะยังเผชิญความไม่แน่นอนจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวและปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก แต่ JAS Asset มองว่าสถานการณ์โดยรวมดีกว่าปีก่อน และผลประกอบการของบริษัทเริ่มสะท้อนการฟื้นตัวดังกล่าว บริษัทจึงเลือกใช้กลยุทธ์เพิ่มมูลค่าสินทรัพย์เดิมแทนการเร่งลงทุนโครงการใหม่ เนื่องจากต้นทุนทางการเงินและต้นทุนพัฒนาโครงการยังอยู่ในระดับสูง
ปัจจุบันโครงสร้างรายได้ของ JAS Asset ราว 70% มาจากธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ ขณะที่ธุรกิจ Senera ซึ่งครอบคลุมเวลเนส โรงแรม และ Nursing Home มีสัดส่วนประมาณ 15-16% ส่วนที่เหลือมาจากธุรกิจอื่นในเครือ
>>>ตั้งเป้าขยายธุรกิจบริหารโรงแรมผ่าน JTH
ด้านนายชิน พิทักษ์เทพจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้าง “Operational Synergy” เชื่อมโยงธุรกิจ Community Mall, Wellness และ Hospitality เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อให้กับลูกค้า
พร้อมกันนี้ JAS Asset ยังได้ร่วมทุนกับ TH District จัดตั้งบริษัท JTH เพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนาและบริหารโรงแรมแบบครบวงจร โดยตั้งเป้ารับงานบริหารโรงแรมใหม่อย่างน้อย 1-2 โครงการภายในปีนี้
บริษัทเชื่อว่าการผสานธุรกิจศูนย์การค้าชุมชน เวลเนส กีฬา และโรงแรมเข้าด้วยกัน จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว และช่วยผลักดัน JAS Asset ก้าวสู่การเป็นผู้พัฒนา “Future Community Living” อย่างเต็มรูปแบบในอนาคต










