SC ชี้ ปี 68 ตลาดอสังหาฯ ยังคงมีความท้าทายจากภาวะหนี้ครัวเรือนสูง อุปทานล้น ความเชื่อมั่นต่ำ ประกอบกับปัจจัยผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์ เผยพร้อมรับมือด้วยกลยุทธ์ #RethinkToReform พร้อมลงทุนต่อเนื่องด้วยงบลงทุน 7,000 ล้านบาท ลุยเปิดโครงการใหม่หลากหลายธุรกิจ ตั้งเป้าโกยยอดขาย 26,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 4% ปั้นรายได้รวม 25,000 ล้านบาท โต 11% จากปีก่อนหน้า
นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมว่า ในปี 2567 ที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความท้าทายเป็นอย่างมาก จากอุปสรรค 3 ด้าน คือหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง อุปทานล้นตลาด และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม SC สามารถปรับตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยกลยุทธ์เดินออกไปหาลูกค้า ทำให้ผลประกอบการเติบโตในทุกเซกเมนต์ และยังคงครองส่วนแบ่งอันดับหนึ่งในตลาดบ้านเดี่ยวราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ทำให้มีกระแสเงินสดเข้ามาลงทุนในธุรกิจได้หลากหลาย โดยสามารถสะสมที่ดินทำเลคุณภาพรองรับการเติบโตไม่น้อยกว่า 3 ปี สำหรับพัฒนาอสังหาฯ ืหลากหลาย ทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม และคลังสินค้า มีสภาพคล่องรองรับการเติบโตมากกว่า 10,000 ล้านบาท พร้อมทั้งมีพันธมิตรร่วมทุนที่แข็งแกร่ง
สำหรับในปี 2568 เป็นปีที่ความท้าทายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้ลดลง ภูเขาอุปสรรค 3 ลูกยังคงอยู่ และเพิ่มเติมปัจจัยผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์ SC จึงปรับตัวอย่างต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์ #RethinkToReform เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และเติบโตสร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืน ด้วยการ 1.ปรับพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม เพื่อกระจายความเสี่ยง ได้แก่ Engine 1 – อสังหาฯ ที่อยู่อาศัยเพื่อขาย โดยในปี 2568 SC จะมีจำนวนโครงการที่อยู่อาศัยทั้งหมด 96 โครงการ มูลค่ารวม 94,500 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นโครงการที่เปิดใหม่ในปี 2568 จำนวน 15 โครงการ มูลค่ารวม 28,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 12 โครงการ มูลค่ารวม 18,000 ล้านบาท ไฮไลต์คือแบรนด์ใหม่ SONLE บ้านเดี่ยวสไตล์ Sophisticated Modern Tropical ราคาเริ่มต้น 200 ล้านบาท และ บ้านเดี่ยวซีรีส์ใหม่ 2025 จากแบรนด์ Bangkok Boulevard และคอนโดมิเนียม 3 โครงการ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท ครบเซกเมนต์ ภายใต้แบรนด์ Reference และ COBE, Engine 2 – อสังหาฯ สร้างรายได้ประจำ โรงแรม คลังสินค้า อาคารสำนักงาน และอพาร์ตเมนต์ใน USA ซึ่ง ณ ปลายปี 2568 จะมีจำนวนโครงการรวมทั้งหมด 19 โครงการ จาก 4 ธุรกิจ ได้แก่ โรงแรมรวม 545 ห้อง, คลังสินค้าให้เช่ารวม 200,000 ตารางเมตร, อาคารสำนักงาน 120,000 ตารางเมตร และอพาร์ตเมนต์เพื่อเช่าในสหรัฐอเมริกา 5 อาคาร โดยมีไฮไลต์ คือ โรงแรมใหม่ 2 ทำเล เปิดตัวไตรมาส 2/2568 คือ KROMO และ Curio Collection by Hilton ทำเลติดถนนสุขุมวิท ตรงข้ามห้าง EmSphere และ The Standard หนึ่งเดียวในพัทยา ติดหาดนาจอมเทียน และคลังสินค้าเพื่อเช่า 3 โครงการใหม่ ในทำเล บางนา กม. 20, แหลมฉบัง และ นิคมอมตะ ชลบุรี และ Engine 3 – โอกาสใหม่ ลงทุนในธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต
2.ปรับโครงสร้างต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้เหมาะสม เน้นย้ำคุณภาพสูง นวัตกรรมตอบโจทย์ลูกค้า และ เพิ่มความสามารถในการทำกำไร
3.ปรับโครงสร้างองค์กร เพิ่มความคล่องตัว รองรับการเติบโตของธุรกิจที่หลากหลาย และเพิ่มโอกาสเติบโตของพนักงาน
สำหรับในปี 2568 SC มีเป้าหมายเติบโตทั้งยอดขาย รายได้ และกำไร พร้อมสภาพคล่องแข็งแกร่ง สัดส่วนหนี้ต่อทุนลดลงอย่างมีนัย โดยตั้งเป้าหมายยอดขาย 26,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า และ รายได้รวมจากทุกกลุ่มธุรกิจ 25,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 11% จากปีก่อนหน้า พร้อมลงทุนต่อเนื่องด้วยงบลงทุน 7,000 ล้านบาท ในธุรกิจหลากหลาย รักษาตำแหน่งผู้นำบ้านเดี่ยว เพิ่มส่วนแบ่งตลาดคอนโด และสัดส่วนกำไรจากอสังหาฯ รายได้ประจำสม่ำเสมอ
นายณัฐพงศ์ กล่าวสรุปว่า “ปี 2568 ที่ท้าทายนี้ SC จะปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจฟื้นแข็งแกร่ง กำไรเติบโต ลงทุนอย่างรอบคอบ และกระจายความเสี่ยงในธุรกิจที่หลากหลาย รักษาความเชื่อมั่นของแบรนด์ผ่านมาตรฐานสินค้าคุณภาพสูงและบริการที่อบอุ่น รวมทั้งตั้งเป้าหมายลด GHG รวมกัน >100,000 ตันคาร์บอน ในปี 2025-2030 เพื่ออนาคตของคนรุ่นต่อไป”
#SCAsset #RethinktoReform #SCBusinessDirection2025