SC รุกตลาดคอนโดมิเนียมระดับบน เปิดตัว “Reference BAIE River Bangpho” เมกะโปรเจกต์ริมน้ำเจ้าพระยามูลค่า 11,000 ล้านบาท บนที่ดินกว่า 13 ไร่ ใกล้ MRT บางโพ ชูจุดขาย Wellness Living และการอยู่อาศัยแบบ Multi-Generation พร้อมพื้นที่ส่วนกลางกว่า 12,800 ตารางเมตร หลังเปิดพรีวิวทำยอดจองกว่า 2,000 ล้านบาท ก่อนขยับยอดขายสะสมทะลุ 2,500 ล้านบาท ตั้งเป้าสิ้นปีแตะ 3,000 ล้านบาท เตรียมเปิดพรีเซลอย่างเป็นทางการ 17-18 ตุลาคมนี้ ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท

นางกนกอร หลิมกำเนิด กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินแนวสูงและลูกค้าต่างประเทศ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า บริษัทเปิดตัวโครงการ “Reference BAIE River Bangpho” โครงการเมกะโปรเจกต์คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำแห่งแรกของ SC บนที่ดินประมาณ 13 ไร่ ย่านบางโพ มูลค่าโครงการ 11,000 ล้านบาท โดยมุ่งพัฒนาให้เป็นมากกว่าคอนโดมิเนียมริมน้ำ แต่เป็นจุดหมายปลายทางแห่งการอยู่อาศัยที่ผสานทำเล วิถีชีวิต และการดูแลสุขภาวะเข้าด้วยกัน

การตัดสินใจลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ระดับหมื่นล้านบาทครั้งนี้ มาจากการประเมินศักยภาพของทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งบริษัทยังมองว่ามีความต้องการจากตลาดอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับย่านบางโพมีโอกาสเติบโตจากโครงข่ายคมนาคม ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (แล้วเสร็จปี 2573) ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่างรัฐสภา ใกล้แหล่งงานสำคัญทั้งอารีย์ จตุจักร ห้าแยกลาดพร้าว รวมถึงใกล้โรงพยาบาลชั้นนำระดับประเทศในอนาคตอย่างสถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ (SI Next) ศูนย์บริการทางการแพทย์ครบวงจรที่มูลค่าการลงทุนกว่า 16,960 ล้านบาท ใกล้สถานศึกษา และแหล่งไลฟ์สไตล์ในอนาคต

โครงการ Reference BAIE River Bangpho พัฒนาภายใต้แนวคิด “Cruise Collection The Art of Vacation” เน้นการอยู่อาศัยที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเสมือนพักผ่อนในรีสอร์ต ควบคู่กับการออกแบบที่ตอบโจทย์คนหลากหลายช่วงวัย หรือ Multi-Generation Living โดยนำเอกลักษณ์ของย่านบางโพ ทั้งงานฝีมือไม้ วัฒนธรรมชุมชน และทัศนียภาพริมแม่น้ำ มาเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงการ

โครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 3 อาคาร รวม 1,742 ยูนิต ได้แก่ อาคาร Riviera สูง 53 ชั้น อาคาร The Horizon สูง 52 ชั้น และอาคาร Panorama สูง 10 ชั้น ซึ่งเปิดให้เลี้ยงสัตว์ได้ทั้งอาคาร มีห้องชุดตั้งแต่สตูดิโอถึง 3 ห้องนอน ขนาดประมาณ 23.80-176 ตารางเมตร รวมถึงห้องเพนต์เฮาส์ขนาด 274.40 ตารางเมตร

อีกหนึ่งจุดขายสำคัญคือพื้นที่ส่วนกลางกว่า 12,800 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด “Designed for Everyday Wellness” ครอบคลุมการดูแลสุขภาวะทั้งร่างกายและจิตใจ อาทิ Sky Lounge, Theatre, Roof Garden, Fitness, Yoga, Pilates, Onsen, Wellness Garden, Co-working Space และ Multi-sport Court เพื่อรองรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย

บริษัทวางแผนเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 1 ปี 2570 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2572 โดยกำหนดราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท

นางกนกอรกล่าวว่า หลังเปิดให้ลูกค้าเข้าชมโครงการล่วงหน้า (First Preview) เมื่อวันที่ 26-27 กันยายน 2569 บริษัทได้รับการตอบรับที่ดี โดยมียอดจองในช่วง 2 วันแรกมากกว่า 2,000 ล้านบาท และยอดขายสะสมล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2,500 ล้านบาท

บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายโครงการไว้ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2569 โดยมองว่าผลตอบรับดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยังมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย หากโครงการสามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน ทั้งในด้านทำเล การออกแบบ และคุณภาพชีวิต

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมเปิดขายรอบพรีเซลอย่างเป็นทางการในวันที่ 17-18 ตุลาคม 2569 โดยมีวิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร และตู-ต้นตะวัน ตันติเวชกุล เป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์โครงการสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้บริโภคหลากหลายช่วงวัย

นางกนกอรยังกล่าวเพิ่มเติมถึงทิศทางธุรกิจของ SC อีกว่า บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุน แม้ตลาดที่อยู่อาศัยเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยให้ความสำคัญกับการเลือกทำเลอย่างแม่นยำ การสร้างแบรนด์ให้มีความแตกต่าง และพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า