Industrious บริษัทผู้ให้บริการ Flexible Workspace Solution หรือ พื้นที่สำนักงานแบบยืดหยุ่นระดับโลก ประกาศการรีแบรนด์สองสาขาในกรุงเทพฯ ได้แก่ Gaysorn Tower และ Park Silom ที่จะดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Industrious อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป ซึ่งการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการรวมพอร์ตโฟลิโอในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Industrious ให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้แบรนด์เดียวกันทั้งในสิงคโปร์ ฮ่องกง กรุงเทพฯ และซิดนีย์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ Industrious เข้าซื้อกิจการ The Great Room ในเดือนพฤษภาคม 2022 และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งสองแบรนด์ได้ดำเนินการผสานรวมในด้านการดำเนินงาน การออกแบบ เทคโนโลยี และระบบต่างๆ การรวมเป็นหนึ่งภายใต้แบรนด์เดียวจึงเป็นก้าวต่อไปที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะควรแก่เวลา และเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงทิศทางที่ Industrious กำลังมุ่งไปในประเทศไทยและภูมิภาค

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นขององค์กรธุรกิจในด้านประสบการณ์ของสถานที่ทำงานที่เชื่อมต่อกันในระดับโลกและขับเคลื่อนด้วยแนวคิดการบริการแบบฮอสพิทาลิตี้ อีกทั้งยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ Industrious กำลังขยายเครือข่ายทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ CBRE เข้าซื้อกิจการ Industrious อย่างสมบูรณ์ในปี 2025 บริษัทก็ได้ขยายพอร์ตโฟลิโอทั่วโลกเพิ่มขึ้น 58 เปอร์เซ็นต์ และยังมีแผนเปิดสาขาใหม่มากกว่า 60 แห่งในปี 2026 อีกด้วย

The Great Room เปิดดำเนินการครั้งแรกในกรุงเทพฯ ที่ Gaysorn Tower เมื่อปี 2018 ที่นับเป็นโลเกชันชั้นเลิศที่ดึงดูดสถาบันการเงินระดับโลก แบรนด์ไลฟ์สไตล์นานาชาติ และบริษัทเทคโนโลยีที่กำลังเติบโต ก่อนจะเปิดสาขาแห่งที่สองในประเทศไทยที่ Park Silom ในปี 2023 ซึ่งเป็นโครงการอาคารสำนักงานเกรดเอบนถนนสีลม โดดเด่นด้วยสวนลอยฟ้า หน้าต่างกระจกสูงจรดเพดาน ที่มาพร้อมทัศนียภาพแบบพาโนรามาของเส้นขอบฟ้าเมืองกรุงเทพฯ ทั้งสองแห่งมีพื้นที่รวมกันมากกว่า 6,600 ตารางเมตรและเป็นที่ทำงานของสมาชิกจำนวนกว่า 1,000 ราย จากบริษัทมากกว่า 200 แห่ง เมื่อเข้ารวมกับ Industrious แล้วสมาชิกของทั้งสองสาขาจะยังสามารถเข้าถึงพื้นที่ทำงาน ทีมงาน และบริการเดิมที่คุ้นเคย พร้อมได้รับประโยชน์จากเครือข่ายระดับโลกเดียวกันที่ครอบคลุมพื้นที่ทำงานมากกว่า 250 แห่งในกว่า 80 เมืองทั่วโลก

“Industrious กำลังอยู่ในช่วงการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และการรีแบรนด์ครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการเติบโตนั้น” เจนทรี ลอง ประธานบริษัท Industrious กล่าว “การรวมทุกโลเคชั่นทั่วโลกภายใต้แบรนด์เดียวไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อหรือภาพลักษณ์เท่านั้น แต่เป็นการตอกย้ำคุณค่าที่เรายึดมั่นมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด การออกแบบพื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจ และการสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ก้าวเข้าสู่บทใหม่ร่วมกับสมาชิกและทีมงานของเรา พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อในทุกแห่งทั่วโลก”

“โดยแก่นแท้แล้ว The Great Room และ Industrious มีความเชื่อร่วมกันว่า การทำงาน ควรมีความเป็นมนุษย์” ซู แอนน์ มี กรรมการผู้จัดการ Industrious APAC และผู้ร่วมก่อตั้ง The Great Room กล่าวเสริม “ปรัชญาดังกล่าวคือสิ่งที่กำหนดตัวตนของ The Great Room ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และจะยังคงเดินหน้าต่อไปภายใต้แบรนด์ Industrious การได้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายระดับโลกจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับประสบการณ์ที่ถูกมอบให้แก่สมาชิกและพันธมิตรของเรา และเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะมอบประสบการณ์นี้ให้กับภูมิภาค”

“ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวของ The Great Room มาตั้งแต่ปี 2018 และการก้าวเข้าสู่แบรนด์ Industrious เป็นการส่งสัญญาณว่าเรามีความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตในประเทศนี้ให้มากยิ่งขึ้น สำหรับสมาชิกของเราที่ Gaysorn Tower และ Park Silom การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเปิดประตูสู่โอกาสที่กว้างไกลกว่ากรุงเทพฯ อย่างมาก สถานที่เดิม ทีมงานเดิม และมาตรฐานการบริการพรีเมียมแบบเดิม ตอนนี้ได้มาอยู่ภายใต้แบรนด์ที่เป็นที่รู้จักทั่วโลกแล้ว” ซู แอนน์ มี กล่าวสรุป

ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถือเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในบทต่อไปของ Industrious โดยบริษัทมีแผนขยายธุรกิจในภูมิภาคนี้มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ภายในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งรวมถึงการเปิดสาขาใหม่ 3 แห่งในสิงคโปร์ภายในปี 2026 เพียงประเทศเดียว ซึ่งยิ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นระยะยาวของบริษัทในการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคนี้