โตโต้ ร่วมกับสมาคมสถาปนิกสยามฯ ตอบสนองพันธกิจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม ผ่านการจัดกิจกรรมบรรยาย “TOMOHIKO YAMANASHI LECTURE: BREAKING THE NORM” โดย คุณโทโมฮิโกะ ยามานาชิ สถาปนิกชื่อดังชาวญี่ปุ่น ผู้ได้รับรางวัลในแวดวงสถาปนิกมากมาย หวังจุดประกายแรงบันดาลใจให้วงการออกแบบของประเทศไทย

บริษัท โตโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์ภายในห้องน้ำอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น และมีประวัติยาวนานมากกว่า 100 ปี รวมไปถึงผลิตสินค้าที่โดดเด่นอย่างฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าทั่วทุกมุมโลก ด้วยยอดจัดจำหน่ายมากกว่า 60 ล้านชิ้นทั่วโลก
สืบเนื่องจากปรัชญาของผู้ก่อตั้งบริษัท ที่มุ่งมั่นที่จะ “สร้างสรรค์การใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น” อีกทั้งเพื่อให้สอดคล้องต่อวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมโลกของ TOTO (TOTO Global Environmental Vision) ที่ให้ความสำคัญกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในทุกมิติ ทั้งด้านความสะอาดและความสะดวกสบาย การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงมีสัมพันธ์อันดีกับผู้คนในสังคม โดยเฉพาะกิจกรรมเพื่อสังคมที่บริษัท โตโต้ มีแนวคิดที่จะเป็นสะพานเชื่อมในการส่งผ่านรวมถึงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและความคิดของสถาปนิกและนักออกแบบ ด้วยเหตุนี้จึงได้ก่อตั้ง TOTO Gallery Ma ขึ้นในปี ค.ศ. 1985 ซึ่งเป็นแกลเลอรีที่จัดแสดงผลงานของสถาปนิกและนักออกแบบซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านการออกแบบโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมการบรรยายสำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องกับแวดวงธุรกิจสถาปัตยกรรมทั้งในประเทศญี่ปุ่นและกลุ่มธุรกิจของ TOTO ยังประเทศต่างๆ
เพื่อตอบสนองนโยบายและวิสัยทัศน์อันดีนี้ บริษัท โตโต้ (ประเทศไทย) จำกัด จึงร่วมมือกับสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรมบรรยาย “TOMOHIKO YAMANASHI LECTURE: BREAKING THE NORM” ขึ้นในวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เวลา 18:30 – 21:00 น. ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน ชั้น 7 โดยได้รับเกียรติจาก คุณโทโมฮิโกะ ยามานาชิ (Mr. Tomohiko Yamanashi) สถาปนิกชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น ผู้ได้รับรางวัลในแวดวงสถาปนิกมากมาย มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ แง่มุม และแนวความคิดในการออกแบบโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาคาร NBF OSAKI BUILDING (2011) ที่ได้รับรางวัล AIJ prizes (2014) สำหรับการนำเทคโนโลยี “BIOSKIN” ระบบช่วยระบายความร้อนของอาคารมาใช้ในการออกแบบ อากาศโดยรอบอาคารจะเย็นลงโดยใช้ความร้อนจากการระเหยกลายเป็นไอของน้ำฝน ที่หมุนเวียนสะสมอยู่ในท่อเซรามิก ช่วยลดภาระเครื่องปรับอากาศในการทำความเย็นภายในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับว่าเป็นการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงไว้ซึ่งความสวยงามที่มองเห็นได้จากภายนอกโดยคำนึงถึงผู้คนในสังคมเป็นสำคัญ

“ส่วนตัวแล้ว ในด้านการออกแบบผมจะให้ความสำคัญกับ 3 สิ่งด้วยกัน” คุณโทโมฮิโกะ ยามานาชิ กล่าว “อันดับแรกคือ การคำนึงถึงลูกค้า เนื่องจากว่าสถาปนิกเป็นผู้ได้รับการขอร้องจากลูกค้า อันดับที่ 2 คือคิดถึงบริษัท Nikken Sekkei แต่อย่างไรก็ตามผลงานที่เราสร้างนั้นจะดำรงอยู่ในสังคม ดังนั้นสถาปนิกจำเป็นต้องคำนึงถึงสังคมด้วย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ได้สร้างความหมายใหม่ พร้อมกับการแก้ปัญหาให้กับสังคม”
นอกจากโครงการดังกล่าวแล้ว คุณโทโมฮิโกะ ยามานาชิ ยังพูดถึงโครงการที่โดดเด่นและได้รับรางวัลด้านการออกแบบหลายรางวัลด้วยเช่นกัน อย่าง โครงการ HOKI MUSEUM (2010) ที่ได้รับรางวัล JIA Grand Prix (2011) ผลงานดังกล่าวเป็นเอกลักษณ์ และสร้างความรู้สึกน่าสนใจให้กับผู้ที่พบเห็น
“ในตอนที่พิพิธภัณฑ์ HOKI เปิดใช้งานแล้ว ผมรู้สึกถึงความสำเร็จมากกว่าตอนที่เพิ่งสร้างเสร็จ ราวกับว่าผมเป็นผู้ที่ถ่ายทอดผลงานภาพเสมือนจริงที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์เหล่านั้นด้วย ผมมีโอกาสได้อ่านบทความในหนังสือพิมพ์ที่กล่าวว่า มูลค่าของภาพวาดเสมือนจริงเหล่านั้น เพิ่มขึ้นตั้งแต่ที่พิพิธภัณฑ์ HOKI สร้างเสร็จ อย่างที่ได้กล่าวไป ผมมีความสุขกับสถาปัตยกรรมที่เราได้สร้างความหมายใหม่ให้สังคม สำหรับผลงานด้านสถาปัตยกรรมแล้ว แม้คนที่ไม่อยากมองก็ยังต้องเห็นอยู่ดี แม้คนที่ไม่อยากดูก็ยังต้องใช้งานอยู่ดี ดังนั้นผมเชื่อว่าการออกแบบที่ดีจะเป็นสิ่งที่สามารถให้ความหมายและคุณค่าใหม่ๆ แก่สังคมได้”
นอกจากนี้ ภายในงานบรรยายยังมีการกล่าวถึงผลงานของคุณ ทโมฮิโกะ ยามานาชิ อีกหลายโครงการ อาทิ JIMBOCHO THEATER (2007), MOKUZAI KAIKAN (2009), TOHO GAKUEN SCHOOL OF MUSIC (2014), ON THE WATER (2015) ฯลฯ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างดี



