ดี-แลนด์ กรุ๊ป เปิดแผนธุรกิจปี 69 เตรียมเปิด 2 โครงการใหม่ ขยายพอร์ตสู่ทำเลหัวเมืองที่กำลังเติบโต มูลค่ารวม 2,500 ล้าน ไฮไลต์เด่นโครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม “เอสเซนเทีย พระราม 2” มูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้าน ดึงสตูดิโอชื่อดัง “Research Studio Panin” ขับเคลื่อนการออกแบบตอบโจทย์การใช้ชีวิต Holistic Wellbeing ตอบรับเมกะเทรนด์แห่งยุค Longevity Living ชูจุดเด่นพื้นที่สีเขียวกว่า 11 ไร่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้แตะ 1,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 800 ล้านบาท

นายสุเทพ ปัญญาสาคร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ดี–แลนด์ กรุ๊ป ได้เริ่มต้นดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มาตั้งแต่ปี 2545 ปัจจุบันบริษัทมีธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย ธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า และธุรกิจรับสร้างบ้าน โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 800 ล้านบาท 

นายสุเทพ กล่าวต่อไปอีกว่าในปี 2569 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย 2 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท ได้แก่ โครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม เอสเซนเทีย พระราม 2” จังหวัดสมุทรสาคร ราคา 10-25 ล้านบาท ซึ่งเปิดพรีเซลในเดือนมีนาคมนี้ และคอนโดมิเนียมราคาเข้าถึงได้ ที่ศรีราชา จังหวัดชลบุรี จำนวน 200 ยูนิต ซึ่งจะเปิดตัวในปลายไตรมาสที่ 3 สอดรับกับวิสัยทัศน์ของดี-แลนด์ กรุ๊ป ในการขยายพอร์ตโฟลิโอสู่ทำเลศักยภาพใหม่ในหัวเมืองที่กำลังเติบโต ซึ่งปีนี้คาดว่ารายได้ของบริษัทจะเติบโตขึ้น โดยตั้งเป้ารายได้รวม 1,000 ล้านบาท หลักๆ มาจากโครงการเอสเซนเทีย พระราม 2 ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ และคาดว่าโครงการดังกล่าวจะมียอดขายถึง 40% ของจำนวนยูนิตทั้งหมดในโครงการภายในปีนี้

นายสุเทพ กล่าวอีกเพิ่มเติมอีกว่าโครงการ เอสเซนเทีย พระราม 2 มูลค่าโครงการรวมกว่า 2,000 ล้านบาท ตั้งอยู่บนทำเลพระราม 2 โดยได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “The Essence of Life บ้านที่คิดครบ เพื่อความสุขสบายใจ” โดยได้ดึงสตูดิโอออกแบบชื่อดัง “Research Studio Panin” ขับเคลื่อนการออกแบบ ตอบโจทย์การใช้ชีวิต Holistic Wellbeing ตอบรับเมกะเทรนด์แห่งยุคอย่าง Longevity Living หลังพบผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองหาแค่บ้านที่อยู่อาศัยได้ แต่ต้องการสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ เติมเต็มคุณภาพชีวิตระยะยาวสำหรับคนในครอบครัวทุกเจเนอเรชัน

HAVEN

SOLACE

โดยบ้านในโครงการ เอสเซนเทีย พระราม 2 ได้รับการการออกแบบสไตล์ Modern Tropical 4 แบบ เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกันของครอบครัวหลากหลาย ได้แก่ HAVEN พื้นที่ใช้สอย 304 ตร.ม. บนที่ดิน 65 ตร.ว., SOLACE พื้นที่ใช้สอย 328 ตร.ม. บนที่ดิน 65 ตร.ว. ทั้งสองแบบมาพร้อม 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ และ 4 ที่จอดรถ เหมาะสำหรับครอบครัว รุ่นใหม่, SERENITY พื้นที่ใช้สอย 435 ตร.ม. และ EDEN พื้นที่ใช้สอย 496 ตร.ม. บนที่ดิน 102 ตร.ว. พร้อม 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ และ 6 ที่จอดรถ ทุกแบบบ้านมี Master Bedroom 2 ห้องพร้อม Walk-in Closet ครัวไทยพร้อมใช้งาน กระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ ระเบียงและชายคายื่นป้องกันแดดและฝน และการออกแบบหลังคาทรงจั่วโมเดิร์น ที่รองรับภูมิอากาศร้อนชื้น พร้อมวัสดุโทนธรรมชาติสร้างบรรยากาศอบอุ่นที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม พร้อมติดตั้งระบบ ERV (Energy Recovery Ventilator) ที่ติดตั้งในบ้านทุกหลัง ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนอากาศภายในและภายนอกบ้านอย่างต่อเนื่อง เติมออกซิเจนบริสุทธิ์ กรองฝุ่น PM2.5 ลด CO2 กลิ่นอับ และความชื้น ป้องกันเชื้อราโดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างระบาย ช่วยประหยัดค่าไฟในระยะยาว

SERENITY

EDEN

หนึ่งในการออกแบบที่เด่นที่สุดของโครงการ คือสวนหลังบ้านกว้าง 4 เมตร ที่ทอดยาวไปยังหลังบ้านทุกหลัง และมีไฮไลต์สำคัญอย่าง Whisper Walk ทางออกด้านหลังบ้านที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังพื้นที่สีเขียวส่วนกลางโดยตรงแบบไร้รอยต่อ ซึ่งแยกออกจาก ถนนหลักของโครงการ ทำให้เด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ สามารถออกมาใช้พื้นที่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัยทุกวัน

นอกจากนี้ บ้านทุกหลังจะไม่มีกำแพงหลังบ้านใช้ร่วมกับเพื่อนบ้าน แต่จะแทนที่ด้วยพื้นที่ชานพักนั่งเล่นริมรั้วหลังบ้าน กลายเป็นโซนเชื่อมต่อภายในและภายนอกบ้าน ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านอย่างเป็นธรรมชาติ

ทั้งนี้ โครงการโดดเด่นด้วยพื้นที่สีเขียวรวมกว่า 11 ไร่ ร้อยละ 52% ของโครงการ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางแบบจัดเต็ม อาทิ Aqua Lounge คลับเฮาส์ขนาดใหญ่วิวทะเลสาบที่มาพร้อมฟิตเนสและพื้นที่จัดอีเวนต์ส่วนตัว และ Signature Lakeside Pool สระว่ายน้ำ 25 ม. วิวทะเลสาบ Rhythm Lane ลู่วิ่งจ็อกกิ้งผิวแอสฟัลต์ลดแรงกระแทกความยาว 1.5 กม. รอบโครงการ  Green Lounge พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ 11 ไร่ พร้อมต้นไม้ใหญ่ 500 ต้น บ่อปลาร่มรื่น ตลอดจน Kids Park สนามเด็กเล่นให้ทุกบ้านได้มาใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ โครงการยังแก้ปัญหาการจอดรถของแขกด้วยการจัด Visitor Parking แยกต่างหาก เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวและความสงบภายในโครงการ

ด้านทำเลที่ตั้งโครงการ นายสุเทพ ให้ข้อมูลว่า กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกตามแนวพระราม 2 กำลังก้าวขึ้นเป็นทำเล Growth Corridor แห่งใหม่ เห็นได้ชัดจากพัฒนาการโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากเดิมที่กระจุกตัวอยู่ภายในวงแหวนกาญจนาภิเษก-พระราม 2 แต่ในช่วงปี 2554-2564 การขยายตัวได้ก้าวข้ามออกมานอกวงแหวนอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ราคาที่ดินในทำเลนี้ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากราคาประเมิน 45,000-90,000 บาท/ตร.ว. ในปี 2555-2558 สู่ราคาซื้อขายจริงในตลาดเฉลี่ยประมาณ 140,000 บาท/ตร.ว.

“ปัจจุบันพระราม 2 ไม่ได้เป็นเพียงทำเลสำหรับผู้อาศัยที่ทำงานในละแวกใกล้เคียงอีกต่อไป ด้วยเส้นทางด่วนที่เชื่อมต่อหลายโซน ผู้อยู่อาศัยสามารถเดินทางสู่โซนการทำงานสำคัญได้ ในระยะเวลาเพียง 15-55 นาที และครบครันด้วยศูนย์การค้าชั้นนำ โรงพยาบาลเอกชน และโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง ทำเลนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่และเจ้าของกิจการที่ต้องการบ้านบนทำเลศักยภาพ หลีกหนีความวุ่นวาย ขณะเดียวกันยังคงเชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสะดวกสบาย” นายสุเทพ กล่าว

สำหรับ โครงการ เอสเซนเทีย พระราม 2 เปิดรอบพรีเซลพร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองภายใน 31 มีนาคม 2569 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1793 หรือ 063-206-4501, เวบไซต์ https://essentia.dl.co.th/, Line Official: @ESSENTIARAMA2 และอีเมล: marketing@dl.co.th