ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ภาพรวมตลาดอสังหาฯ 3 เดือนแรกดีขึ้น เดินหน้ารุกตลาดบ้านเดี่ยวย่านกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เปิดตัวโครงการใหม่ “แลนซีโอ เพรสทีจ บางนา-ศรีวารี” บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมมูลค่าโครงการกว่า 1,000 ล้าน ปักหมุดทำเลทองบางนา-ศรีวารี หนึ่งในทำเลอนาคตที่น่าจับตามอง เผยผลตอบรับดี เฟสแรก 30 ยูนิต โกยยอดขายได้แล้ว 70%  

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกของปี 2568 เศรษฐกิจของประเทศไทยในภาพรวมดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ตลาดสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมดีขึ้นตามไปด้วย ถึงแม้สถาบันการเงินยังมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศผ่อนคลายเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ตลอดจนมาตรการกระตุ้นตลาดอสังหาฯ อื่นๆ ที่จะทยอยออกมาจากภาครัฐ ส่วนเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุอาจมีผู้พักอาศัยในคอนโดมิเนียมส่วนหนึ่งรู้สึกกังวล และตัดสินเปลี่ยนมาซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบ แต่เนื่องจากติดภาระในการผ่อนชำระคอนโดฯ ก็อาจจะมีปัญหาในการกู้ซื้อบ้านแนวราบอีกได้ จึงอาจเร็วไปที่จะสรุปผลกระทบที่จะเกิดในตลาดอสังหาฯ

นายชูรัชฏ์ กล่าวอีกว่า ล่าสุดบริษัทได้เดินหน้าเปิดโครงการแนวราบโครงการใหม่ “แลนซีโอ เพรสทีจ บางนา-ศรีวารี” มูลค่าโครงการกว่า 1,000 ล้านบาท ย่านบางนา-ศรีวารี หนึ่งในทำเลอนาคตที่น่าจับตามอง

“บางนา-ศรีวารี ถือเป็นหนึ่งในทำเลที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราเห็นการขยายตัวของเมืองจากกรุงเทพฯ ชั้นในมาสู่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ทั้งจากโครงการขนาดใหญ่ อาทิ สนามบินสุวรรณภูมิเฟสใหม่ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง-ชมพู ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ รวมถึงทางด่วนมอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ–ชลบุรี และถนนวงแหวนรอบนอกตะวันออก ที่เพิ่มศักยภาพในการเดินทางเชื่อมต่อย่านเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“การลงทุนในเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่หลายแห่งในโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ไม่ว่าจะเป็น Smart City สุวรรณภูมิ, เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ EEC, ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 และศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค ส่งผลให้โซนนี้กลายเป็นฮับสำคัญด้านเศรษฐกิจและการอยู่อาศัยของกรุงเทพฯ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งนอกจากภาคธุรกิจแล้ว เรายังเห็นการย้ายถิ่นฐานของครอบครัวคนเมืองมายังย่านนี้เพิ่มมากขึ้น เพราะต้องการพื้นที่ใช้สอยที่ใหญ่ขึ้น สิ่งแวดล้อมที่สงบ และความสะดวกสบายรอบด้าน ด้วยศักยภาพที่แข็งแกร่งของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จึงได้พัฒนาบ้านในรูปแบบต่างๆ นำเสนอสู่ผู้บริโภคอย่างหลากหลาย เพื่อให้มีโอกาสเลือกได้ตามที่ต้องการ พร้อมทั้งส่งบ้านไซส์ใหญ่เข้ามาเสริมพอร์ตการขาย เพื่อให้ลลิลมีบ้านครบทุกเซกเมนต์ รองรับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มในย่านนี้ได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” นายชูรัชฏ์ กล่าวเสริม

สำหรับโครงการ “แลนซีโอ เพรสทีจ บางนา-ศรีวารี” ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 35 ไร่ มีบ้านให้เลือกทั้งแบบบ้านเดี่ยวดีไซน์หรูและบ้านแฝดสไตล์ French Colonial จำนวน 182 ยูนิต แบ่งการพัฒนาโครงการออกเป็น 5 เฟส เฟสแรกจำนวน 30 ยูนิต โดยแบบบ้านไฮไลต์คือ “EMPEROR” บ้านขนาดใหญ่ 5 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 209 ตารางเมตร เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่หรือครอบครัวที่อยู่ร่วมกันหลายเจเนอเรชัน รองรับไลฟ์สไตล์ที่เน้นการใช้ชีวิตภายในบ้าน ทั้งการทำงาน การเรียน และการพักผ่อน ด้วยแนวคิด Extra Function Room ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน ห้องเรียนออนไลน์ หรือห้องสำหรับผู้สูงอายุได้ตามต้องการ พร้อมแบบบ้านอื่นๆ ให้เลือกหลากหลายดีไซน์ ประกอบด้วย IMPERIAL พื้นที่ใช้สอย 174 ตารางเมตร ขนาด 4 ห้องนอน, GORGEOUS A และ B พื้นที่ใช้สอย 156 ตารางเมตร ขนาด 3 ห้องนอน, GARISH พื้นที่ใช้สอย 154 ตารางเมตร ขนาด 3 ห้องนอน และ GRACE พื้นที่ใช้สอย 134 ตารางเมตร ขนาด 3 ห้องนอน โดยทุกหลังมาพร้อมที่จอดรถ 2 คัน และเน้นการออกแบบภายใต้แนวคิด Green Living Standard Plus ด้วยการเลือกใช้วัสดุประหยัดพลังงาน และติดตั้ง EV Charger ทุกหลัง ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 3.99 – 8 ล้านบาท

ภายในโครงการครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ คลับเฮาส์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกครอบครัว

“เรามองว่าการพัฒนาโครงการบนทำเลที่มีศักยภาพสูง ไม่เพียงตอบโจทย์การอยู่อาศัยในปัจจุบัน แต่ยังส่งเสริมคุณภาพชีวิตระยะยาว โครงการนี้จึงเป็นการรวมทุกองค์ประกอบที่คนยุคใหม่ต้องการไว้ในที่เดียว ทั้งเรื่องของทำเล ตัวบ้าน และสิ่งแวดล้อม ซึ่งคาดว่าจะได้ผลตอบรับที่ดี โดยปัจจุบัน โครงการเฟสแรก จำนวน 30 ยูนิต มียอดขายแล้ว 60-70%” นายชูรัชฏ์ กล่าวสรุป