นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงตลาดคอนโดมิเนียมในภาพรวมอีกว่า หลายปีที่ผ่านมา การเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันมาตลอด จนกระทั่งในปี 2563-2564 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ลูกค้าชาวต่างชาติหายไป ประกอบกับธนาคารเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ดีเวลล็ปอปเปอร์จึงชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ลง จากเดิมที่มีการเปิดตัวกัน 60,000-70,000 ยูนิต/ปี ในปี 2563 มีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ไม่ถึง 30,000 ยูนิต ส่วนในปี 2564 คาดว่าการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่จะใกล้เคียงกับปี 2563 หรืออาจจะมากกว่าเล็กน้อย โดยส่วนใหญ่จะมีการเปิดตัวกันในไตรมาส 4 สำหรับในด้านยอดขายโครงการคอนโดมิเนียม พบว่ามียอดซื้อที่ลดลง ซึ่งมาจากการที่ลูกค้าชาวต่างชาติเริ่มหายไปตั้งแต่ปี 2562 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ประกอบกับลูกค้าซึ่งเป็นนักลงทุนหายไปจากตลาด จึงทำให้ยอดขายในภาพรวมดูลดลง แต่หากพิจารณาเฉพาะลูกค้าชาวไทยซึ่งซื้อคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัยจริง จะพบว่ามีจำนวนลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งในปี 2565 หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลาย การเดินทางระหว่างประเทศสะดวกมากขึ้น มีลูกค้าชาวต่างชาติจะกลับมาส่วนหนึ่ง มีฐานลูกค้านักลุงทุนเพิ่มขึ้น มีโครงการคอนโดมิเนียมดีๆ เกิดขึ้น ก็จะสามารถกระตุ้นตลาดคอนโดมิเนียมได้
“สำหรับศุภาลัย ที่ผ่านมามีการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายด้าน ทั้งการการกระจายการพัฒนาโครงการออกไปในทำเลต่างจังหวัด การเพิ่มสัดส่วนการพัฒนาโครงการแนวราบซึ่งยอดขายในภาพรวมยังไปได้ดี โดยข้อได้เปรียบของเราคือมีความเชี่ยวชาญทั้งการพัฒนาโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียม ในช่วงที่ตลาดคอนโดมิเนียมมีอุปสรรคดังเช่นปัจุบันน เราก็สามารถปรับตัวไปเพิ่มการพัฒนาโครงการแนวราบได้” นายไตรเตชะ กล่าว
สำหรับในส่วนของศุภาลัย ปัจจุบันมียอดขาย 9 เดือนของปี 2564 อยู่ที่ 17,553 ล้านบาท โดยมาจากโครงการแนวราบเป็นหลัก เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมายังไม่มีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมเลย อย่างไรก็ตาม คาดว่ายอดขายโครงการคอนโดมิเนียมในปีนี้น่าจะใกล้เคียงกับปี 2564 เนื่องจากในไตรมาส 4 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 15 โครงการ มูลค่ารวม 17,350 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 11 โครงการ มูลค่า 11,610 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 4 โครงการ มูลค่า 5,740 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ยอดขายโครงการคอนโดมิเนียมมีจำนวนใกล้เคียงกับปี 2563
นายไตรเตชะ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากจะมีแผนเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 4 แล้ว บริษัทยังเดินหน้าส่งมอบโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ตรงตามแผนที่วางไว้ จำนวน 4 โครงการ คือ ศุภาลัย ริวา แกรนด์ ศุภาลัย พรีเมียร์ เจริญนคร ศุภาลัย เวอเรนด้า สถานีภาษีเจริญ และศุภาลัย โอเรียนทัล สุขุมวิท 39 ที่มีการโอนกรรมสิทธ์อย่างต่อเนื่องจากปี 2563 โดยที่ผ่านมาได้รับสัญญาณบวกจากลูกค้าที่ตอบรับ นัดหมายเข้าตรวจรับห้องชุดตามกำหนดเวลา

สำหรับคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ในทำเลที่หายาก ราคาคุ้มค่า อย่าง ‘ศุภาลัย ริวา แกรนด์’ มูลค่าโครงการ 6,800 ล้านบาท เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ศุภาลัยภาคภูมิใจ เพราะเป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ในทำเล Second to none ของกรุงเทพฯ และอยู่ริมแม่น้ำที่ทำเลวิวสวยงามบนโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งนี้ โครงการ ศุภาลัย ริวา แกรนด์ ปัจจุบันมียอดขาย 5,450 ล้านบาท คิดเป็น 80% พร้อมเผยโฉมความสมบูรณ์แบบโอนกรรมสิทธิ์และส่งมอบห้องชุดที่สวยงามให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
‘ศุภาลัย ริวา แกรนด์’ โดดเด่นด้วยทำเลศักยภาพ ใกล้ย่านศูนย์กลางทางธุรกิจใจกลางเมืองกรุงเทพฯ (CBD) เชื่อมสู่ถนนสายธุรกิจสำคัญ ทั้งถนนสาทร สีลม สุขุมวิท และสะพานภูมิพล (ถนนวงแหวนอุตสาหกรรม) เดินทางสะดวกด้วยรถโดยสารด่วนพิเศษ BRT ที่สามารถเชื่อมต่อ BTS สถานีช่องนนทรี แวดล้อมด้วย ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และสถานที่สำคัญมากมาย อาทิ เซ็นทรัล พระราม 3 โลตัส พระราม 3 แม็คโคร Community Mall เช่น INT Intersect The Up Rama 3 Terminal 21 พระราม 3 (ในอนาคต) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี เป็นต้น

โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ 11 ไร่ มีอาคารชุดพักอาศัย 3 อาคาร ประกอบด้วย อาคาร A สูง 37 ชั้น อาคาร B และ C สูง 36 ชั้น (รวมดาดฟ้า) โดยมีห้องพัก 706 ยูนิต ร้านค้า 14 ยูนิต ห้องชุดพักอาศัยมีตั้งแต่แบบ 1 – 3 ห้องนอน และ Penthouse 4 ห้องนอน ขนาด 53.5 – 433 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.59 ล้านบาท หรือ 74,000/ตร.ม. พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ อาทิ The Riva Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือ, Fitness, Sauna & Steam, Aerobic, Table Tennis Room, Board Room, Game Room, Alice in Wonderland Kids’ Room, The Riva Library, Broadway Theater และ Snooker Room หรือจะพักผ่อนบน Sky Lounge และ Roof Garden หรือทำงานที่ห้อง Riva Grande Board Room และตอบรับกับไลฟ์สไตล์แบบ New Normal ลดการสัมผัสเข้าออก Lobby ด้วยประตูอัตโนมัติแบบระบบ Face Scan อีกทั้งติดตั้งแพลตฟอร์มสุขภาพอัจฉริยะ เพื่อดูแลสุขภาพให้แก่ผู้พักอาศัยภายในฟิตเนสอีกด้วย พร้อมที่จอดรถกว่า 130% (ของจำนวนยูนิต) อุ่นใจกับความเป็นส่วนตัวด้วยระบบลิฟท์ล็อคชั้น, Digital Door Lock และระบบความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ด้วยระบบเข้า – ออกโครงการอัตโนมัติแบบ Access Control กล้อง CCTV ระบบป้องกันอัคคีภัย Smoke & Heat Detector และ Fire Alarm


ด้านนายกิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานก่อสร้างอาคารสูง บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงประสบการณ์การก่อสร้างอาคารสูงของบริษัทตลอดระยะเวลากว่า 32 ปีที่ผ่านมาว่า ได้สร้างสรรค์โครงการอาคารสูงเกือบ 200 อาคารทั่วประเทศ โดยมีโครงการคอนโดมิเนียมริมแม่น้ำ กว่า 5 โครงการ บริษัทยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์โครงการพร้อมทั้งควบคุม กำกับดูแลงานก่อสร้างให้เป็นไปตามคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9001 : 2015 พร้อมส่งมอบโครงการ ‘ศุภาลัย ริวา แกรนด์’ บนโค้งน้ำที่สวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเป็นหนึ่งในโครงการริมแม่น้ำ ที่ได้พันธมิตรธุรกิจ บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้รับเหมางานก่อสร้างที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในงานก่อสร้างมาอย่างยาวนาน โดยบริษัทคำนึงถึงการบริการที่เป็นเลิศในทุก Customer Touchpoints
สำหรับงานก่อสร้างโครงการศุภาลัย ริวา แกรนด์ บริษัทให้ความสำคัญกับงานโครงสร้างที่มั่นคง แข็งแรง เน้นระบบป้องกันดินพังด้วย SHEET PILE รวมถึงมีการนำ LOW HEAT CONCRETE ซึ่งเป็นคอนกรีตชนิดพิเศษ นำมาใช้สำหรับงานก่อสร้างฐานราก เพื่อให้เหมาะสมกับขนาดฐานรากขนาดใหญ่และการรับน้ำหนักของอาคารมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น อีกทั้งจากการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า จึงเกิดนวัตกรรมการออกแบบให้มีลักษณะ (Slim Shape) เพิ่มพื้นที่ใช้สอยและสามารถตกแต่งภายในได้สวยงามลงตัว และยังมีความแข็งแรง ใช้ CONCRETE HIGH STRENGH ในเสาอาคารให้รับน้ำหนักได้เหมาะสมกับรูปแบบเสาอาคาร ตลอดจน CONCRETE POST TENSION 2 DAY เพื่อให้การก่อสร้างโครงการทำได้รวดเร็ว ลดการรบกวนข้างเคียง
ด้านงานก่อสร้างสถาปัตยกรรมของตัวอาคารที่มีความโค้งมน มีการใช้ผนังสำเร็จรูปแผ่น PRECAST แบบโค้ง เพื่อให้ตัวอาคารโค้ง มน เรียบ สวยงาม รวมทั้งเลือกใช้ท่อระบบสุขาภิบาล PPR สำหรับน้ำอุปโภคบริโภคภายในโครงการ ซึ่งเป็นท่อส่งน้ำที่สะอาดถูกสุขอนามัย ไม่เป็นสนิม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ใช้น้ำที่สะอาด ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสุขภาพ อายุการใช้งานยาวนาน
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา สำหรับงานก่อสร้างอาคารสูง ถึงแม้จะได้รับผลกระทบมาต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทได้จัดเตรียมมาตรการป้องกัน และดูแลผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนให้พร้อมที่จะผ่านพ้นสถานการณ์ในครั้งนี้ และสามารถ ‘เติบโตไปด้วยกัน’ อีกทั้งให้ความสำคัญในการจัดการกับของเสีย หรือ ‘Waste Management’ ในกระบวนการก่อสร้าง ตลอดจนการดูแลคุณภาพชีวิตคนงานก่อสร้าง ให้มีรายได้เสริม เช่น การนำวัสดุที่เหลือจากงานก่อสร้าง มาผลิตเป็น ‘กระเป๋าสาน’ จากสายพลาสติกรัดอิฐมวลเบา ทำให้คนงานก่อสร้างมีอาชีพเสริม และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การคัดแยกเศษขยะในการอยู่อาศัยภายในแคมป์ออกเป็น 7 ประเภท แล้วนำไปขาย ซึ่งก่อให้เกิดรายได้ ทำให้ปริมาณและค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะลดลง
ทั้งนี้ นายไตรเตชะ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปีนี้เป็นหนึ่งในปีทีท้าทายที่สุดปีหนึ่งที่เราเคยเจอ แต่คาดว่าเราได้ผ่านจุดต่ำสุดกันมาแล้ว ต่อจากนี้แนวโน้มก็น่าจะดีขึ้น ซึ่งในช่วงปลายเดือนสิงหาคมและในเดือนกันยายนที่ผ่านมา กำลังซื้อก็เริ่มกลับมาอย่างชัดเจน เราจึงคาดหวังว่าหากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ความมั่นใจของลูกค้าก็จะกลับมาดีขึ้นอย่างชัดเจน ลูกค้าที่ชะลอการตัดสินใจซื้อก็จะตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสำหรับโครงการแนวราบ ยอดขายยังไปได้ดี ส่วนคอนโดมิเนียม เมื่อมีการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ มากขึ้นในไตรมาส 4 และต่อเนื่องไปปีหน้า ตลาดก็น่าจะค่อยๆ ดีขึ้นเช่นกัน แต่อาจจะไม่ใช่ตลาดระดับบนซึ่งยังอยู่ในภาวะโอเวอร์ซัพพลลายอยู่ ส่วนตลาดระดับกลางที่ราคาเฉลี่ย 70,000-100,000 บาท ตลาดยังไปได้อย่างชัดเจน”
“สำหรับศุภาลัย ในปี 2564 เราได้ตั้งเป้าหมายรายได้เอาไว้ 28,000 ล้านบาท ซึ่งเราคาดว่าสามารถทำได้ตามเป้าแน่นอน ส่วนในด้านของยอดขาย ในช่วงที่เหลือของปี หากสามารถเปิดตัวโครงการใหม่ได้ตามแผน และตลาดเอื้ออำนวยให้มีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมได้ ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีการระบาดของโควิด-19 รุนแรงเกิดขึ้นอีก บริษัทก็น่าจะทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ที่ 27,000 ล้านบาทเช่นกัน” นายไตรเตชะ กล่าวทิ้งท้าย



