การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดผลการดำเนินงาน “โครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย” ตั้งแต่ปี 2563 – 2569 อนุมัติสินเชื่อรวมกว่า 2,511 ล้านบาท ช่วยพี่น้องประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้แล้ว 3,937 ราย สะท้อนบทบาทสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำด้านที่อยู่อาศัยอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กรในการพัฒนา “ที่อยู่อาศัยเพื่อคนทุกกลุ่ม (Housing for All)” และการสร้างความมั่นคงทางสังคมในระยะยาว
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า กคช. เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ผ่านการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม ควบคู่กับการบริหารจัดการสินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยั่งยืน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กรด้านการลดความเหลื่อมล้ำและการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างทั่วถึง
กคช. กำหนดอัตราดอกเบี้ยในระดับที่ต่ำกว่าสถาบันการเงินทั่วไป เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน แบ่งเป็น ประชาชนทั่วไป อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.5 ในช่วงปีที่ 1–4 และร้อยละ 2.4 ในช่วงปีที่ 5–40 และกลุ่มเปราะบาง กำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.5 ในช่วงปีที่ 1–5 และร้อยละ 2.25 ในช่วงปีที่ 6–40 ทั้งนี้ มีการทำสัญญาเช่าซื้อรวม 3,937 ราย แบ่งเป็นประชาชนทั่วไป 3,438 ราย และกลุ่มเปราะบาง 499 ราย ได้แก่ พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว 449 ราย ผู้พิการ 38 ราย ผู้ป่วยติดเตียงและทุพพลภาพ 2 ราย และบุตรที่ต้องการอยู่อาศัยใกล้ครอบครัว 10 ราย คิดเป็นวงเงินรวม 2,511.002 ล้านบาท หรือร้อยละ 83.13 ของกรอบวงเงินงบประมาณ 2,960.517 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิผลของการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการเข้าถึงอย่างเป็นธรรมและครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
สำหรับปีงบประมาณ 2569 (ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2569) มีผู้เข้าถึงสินเชื่อแล้ว 319 ราย คิดเป็นวงเงิน 191.915 ล้านบาท สะท้อนการดำเนินงานที่ยังคงขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อที่อยู่อาศัยได้อย่างต่อเนื่อง อันเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน
“การเคหะแห่งชาติจะเดินหน้าพัฒนาและขยายโอกาสการเข้าถึงสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถมีบ้านในราคาที่เหมาะสม ลดข้อจำกัดด้านการเงิน และสร้างความมั่นคงในชีวิต ภายใต้วิสัยทัศน์ สร้างบ้าน สร้างสุข เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี” นายทวีพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย





