เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ชี้ปี 66 เป็นปีที่มีความท้าทาย เผยแผนธุรกิจเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรผ่านการเป็น Real Estate as a Service Brand พุ่งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ ตั้งเป้าอีก 3 ปีขึ้นแท่น Top 5 ของแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ของไทย
นายธนพล ศิริธนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT กล่าวว่า FPT เป็นส่วนหนึ่งในเครือกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งเป็นเป็นบริษัทข้ามชาติที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศสิงคโปร์ (SGX-ST) โดยปัจจุบัน FPT ดำเนินธุรกิจใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย มีการพัฒนาบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม รวม 10 แบรนด์ ซึ่งปีนี้จะขยายพอร์ตโฟลิโอโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่และระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ราคา 60-120 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีโครงการที่เปิดขาย (Active Project) จำนวน 73 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 95,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยว 17 โครงการ ทาวน์เฮ้าส์ 30 โครงการ บ้านแฝด 12 โครงการ และโครงการในต่างจังหวัด 14 โครงการ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม ปัจจุบันมีพื้นที่ภายใต้บริหารจัดการกว่า 3.4 ล้านตร.ม. ในประเทศไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม และเตรียมส่งมอบพื้นที่ให้ลูกค้าอีกกว่า 150,000 ตร.ม. ส่งผลให้บริษัทจะมีพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการรวมกว่า 3.55 ล้านตร.ม. ขณะเดียวกันมีเมกะโปรเจกต์เป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่บนพื้นที่ 4,600 ไร่ในจังหวัดสมุทรปราการ และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรม ซึ่งแข็งแกร่งด้วยโครงการมิกซ์ยูสใจกลางเมือง อาทิ สามย่านมิตรทาวน์และสีลมเอจ, ธุรกิจโรงแรม และอาคารสำนักงานเกรดเอที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ย่าน CBD
นายธนพล เปิดเผยถึงทิศทางในการดำเนินธุรกิจของ FPT อีกว่า ปี 2566 นับเป็นปีที่มีความท้าทาย โดยเศรษฐกิจอาจจะฟื้นตัว แต่ยังมีความผันผวนในหลายปัจจัย ทั้งอัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตในภาคอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนั้นยังมีผลทำให้ผู้ประกอบการหลายรายหันมาดำเนินธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ ธุรกิจคลังสินค้า ธุรกิจสุขภาพ และโรงแรม เป็นต้น ซึ่งจะทำให้การแข่งขันในตลาดเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้น
สำหรับแผนการดำเนินงานของ FPT บริษัทจะยังเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรผ่านการเป็น Real Estate as a Service Brand ซึ่งหมายถึงการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยต่อยอดด้านนวัตกรรมการบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ โดยในปี 2566 บริษัทได้เตรียมงบลงทุนเพื่อรองรับการพัฒนาโครงการต่างๆ ของกลุ่มธุรกิจเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ไว้ที่ประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบซื้อที่ดินสำหรับกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม 3,000-4,000 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจเพื่อการพานิชยกรรม 1,000 ล้านบาท และตั้งเป้าจะเติบโตอย่างยั่งยืน ปี ละ 15% โดยในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือในปี 2570 บริษัทตั้งเป้าจะมีรายได้รวมที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท

เพื่อขับเคลื่อน FPT สู่การเป็น Real Estate as a Service Brand ภายในปี 2568 บริษัทกำหนดแผนการดำเนินงานใน 3 มิติหลัก ได้แก่
- People: มุ่งดูแลพนักงานซึ่งเป็นหัวใจหลักในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจ โดยให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสามารถและขยายศักยภาพ ควบคู่กับการสนับสนุน
ให้ทุกคนในองค์กรมีเส้นทางการเติบโตในอาชีพอย่างชัดเจน พร้อมดูแลด้านสวัสดิการที่เท่าเทียมและสอดรับกับการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน เพื่อสร้างทีมงานที่เข้มแข็ง พร้อมด้วยความรู้ ความสามารถ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการเดินหน้าธุรกิจทั้งในปัจจุบันและการเติบโตในอนาคต ด้วยเป้าหมายในการมุ่งสู่การเป็น Employer of Choice หรือบริษัทที่คนอยากร่วมงานด้วย - Planet: ดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นและคำนึงถึงสังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล (Environment, Social and Governance: ESG) และมุ่งสร้างความยั่งยืนให้แก่บริษัทฯ ในทุกด้าน โดยปัจจุบัน FPT เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์
ของไทยรายแรกที่ได้รับจัดอันดับมาตรฐานในระดับ A ด้านการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนของบริษัทในหมวดหมู่ Southeast Asia Diversified Business ตามมาตรฐานของ GRESB (Global Real Estate Sustainability Benchmark) ซึ่งเป็นดัชนีด้านความยั่งยืนของภาคอสังหาริมทรัพย์ พร้อมเดินหน้าสู่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 6 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเท่ากับการปลูกต้นไม้ 6 แสนต้นในปี 2025 เพื่อที่จะเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) ภายในปี 2050 - Purpose: เพิ่มเติมจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ FPT จะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ให้เป็นที่จดจำและเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าผ่านการดำเนินงานของทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าติด Top 5 ของแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ของไทยในปี 2568

นายธนพล กล่าวอีกว่า นอกจากการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทยังมีแผนทที่จะสร้างรายได้ประจำให้มากขึ้น จากในปี 2565 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 16,346 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ที่มาจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยในสัดส่วน 75% หรือประมาณ 12,259 ล้านบาท กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมในสัดส่วน 17% หรือประมาณ 2,780 ล้านบาท และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชยกรรมในสัดส่วน 8% หรือประมาณ 1,307 ล้านบาท โดยในปี 2568 บริษัทคาดว่าจะมีพอร์ตรายได้รวม 21,195 ล้านบาท โดยมาจากลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำมากขึ้น เป็นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมในสัดส่วน 23% หรือ 4,874 ล้านบาท และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อพานิชยกรรมในสัดส่วน 8% หรือ 1,696 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยจะทำรายได้ในสัดส่วน 69% หรือ 14,625 ล้านบาท” นายธนพล กล่าว
จากความหลากหลายของธุรกิจที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แพลตฟอร์มของ FPT ทำให้ปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอของบริษัท (ณ วันที่ 30 ก.ย. 2565) มีมูลค่าสินทรัพย์สูงถึง 98,967 ล้านบาท และตั้งเป้าปี 2025 จะมีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 100,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายในการเป็นแบรนด์ Top 5 ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งในกลุ่มที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรมอีกด้วย



