“ฮาบิแทท กรุ๊ป” เดินหน้าปรับแผนธุรกิจใหม่ในรอบ 10 ปี บุกตลาดแนวราบครั้งแรก ผุดโมเดลร่วมทุนแลนด์ลอร์ดรายใหญ่ “ชลบุรี-พัทยา” พร้อมเปิดโครงการแบรนด์ใหม่ “ไฮแลนด์ พาร์ค พูล วิลล่า พัทยา” มูลค่าโครงการ 1,700 ล้านบาท เจาะกลุ่มเรียลดีมานด์ไทย-ต่างชาติ เพื่อซื้อบ้านหลังที่ 2 แทนการเช่า เปิดขาย VVIP พ.ย.นี้

นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาแล้ว 10 ปี โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน โดยได้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ไปแล้ว 12 โครงการ รวมมูลค่า 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการในพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี 8 โครงการ และโครงการในกรุงเทพฯ 4 โครงการ  ล่าสุดบริษัทมีแผนการสร้างโอกาสใหม่ จากเดิมที่เน้นโปรดักส์กลุ่ม Lifestyle Investment มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม Niche Market ที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเป็นหลัก มาสู่การขยายธุรกิจไปในตลาดแนวราบเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นตลาดเรียลดีมานด์ที่มีขนาดใหญ่ และมีความต้องการซื้ออย่างต่อเนื่อง โดยเป็นการลงทุนและกลยุทธ์ธุรกิจครั้งสำคัญในรอบ 10 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ด้วยการพัฒนา โครงการ “ไฮแลนด์ พาร์ค พูล วิลล่า พัทยา” ในรูปแบบการร่วมทุนกับแลนด์ลอร์ดรายใหญ่ในพื้นที่ชลบุรี-พัทยา

“รูปแบบการลงทุนโครงการแนวราบในครั้งนี้ เป็นโมเดลร่วมทุนกับแลนด์ลอร์ดรายใหญ่ในพื้นที่ชลบุรี-พัทยา จัดตั้งในนามบริษัท ฮาบิแทท วิลล่า จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการ “ไฮแลนด์ พาร์ค พูล วิลล่า พัทยา” ร่วมกัน โดยฮาบิแทท กรุ๊ป ถือหุ้นในสัดส่วน 70% และอีก 30% เป็นของนายรัฐกิจ เฮงตระกูล เจ้าของที่ดินดังกล่าว

นายชนินทร์ กล่าวต่อไปอีกว่า “ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่า โควิด-19 ได้ส่งผลให้ผู้บริโภคและนักลงทุนมีมุมมองต่อการซื้อที่อยู่อาศัยเปลี่ยนไป โดยคาดหวังถึงที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่กว้างมากขึ้น สามารถรองรับกิจกรรมของครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ซึ่งเป็นรูปแบบของการอยู่อาศัยพร้อมท่องเที่ยวและพักผ่อนที่เป็นเทรนด์การใช้ชีวิตและทำงานของคนยุคใหม่ทำงานจากที่ไหนก็ได้ หรือ Work from Anywhere จากปัจจัยดังกล่าวนำมาสู่การปรับแผนธุรกิจในครั้งนี้ และเชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว 

“จากเดิมที่เราโฟกัสการพัฒนาโครงการอสังหาฯ เพื่อลงทุน แต่วิกฤตโควิดที่ผ่านมา ทำให้บริษัทหันมาสนใจตลาดแนวราบ และหวังสร้างบาลานซ์ พอร์ต เพื่อจัดการบริหารความเสี่ยงอีกด้วย อีกทั้งจากการทำงานที่ผ่านมา บริษัทได้สั่งสมประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญด้านการทำตลาดโครงการพูล วิลล่า มาแล้ว 2 โครงการ ได้แก่ เดอะ วิลล์ จอมเทียน และ ครอสทู พัทยา โอเชียนเฟียร์จึงมีความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคเป็นอย่างดี และพร้อมจะนำความแข็งแกร่งในจุดนี้ไปต่อยอดกับตลาดแนวราบต่อไป” นายชนินทร์ กล่าว

นายชนินทร์ ได้ให้ข้อมูลต่อไปถึงตลาดพูลวิลล่าในพื้นที่พัทยาอีกว่า ที่อยู่อาศัยในพัทยาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม และวิลล่า โดยในส่วนของวิลล่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 มีโครงการพูลวิลล่าเปิดขาย 13 โครงการ รวม 404 ยูนิต ซึ่งในจำนวนนี้ขายไปแล้ว 295 ยูนิต หรือคิดเป็น 73% ของจำนวนยูนิตที่เปิดขายทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการพัฒนาโดยผู้พัฒนารายใหญ่ในพื้นที่ และเป็นโครงการขนาดเล็กที่มีจำนวนยูนิตขายน้อย โดยพบว่าระดับราคาขาย 8-15 ล้านบาท นับเป็นตลาดที่เติบโตและได้รับความสนใจทั้งจากผู้พัฒนาและมีกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง

ด้านปัจจัยที่ทำให้พูลวิลล่าในพัทยาเป็นที่ต้องการ และยอดขายไม่ตกแม้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 เนื่องจากพัทยาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จึงให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวในสัดส่วน 50:50 ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาลูกค้าชาวต่างชาติเพียงอย่างเดียว นอกจากนั้น ยังอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจากภาครัฐด้านอย่างต่อเนื่อง อาทิ สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือมาบตาพุด ท่าเรือแหลมฉบัง โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการรถไฟรางคู่ และมอร์เตอร์เวย์  

สำหรับ โครงการ “ไฮแลนด์ พาร์ค พูล วิลล่า” พัฒนาในรูปแบบพูล วิลล่า สไตล์โมเดิร์น มูลค่าโครงการ 1,700 ล้านบาท บนเนื้อที่กว่า 51 ไร่ ในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยจะเริ่มพัฒนาเฟสแรกจำนวน 65 หลัง ประกอบด้วยบ้าน 2 แบบ ได้แก่ โรสวูด แกรนด์ วิลล่า ความสูง 2 ชั้น ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน พื้นที่จอดรถ 3 คัน ขนาดเนื้อที่เริ่มต้น 76 – 152 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน 375 ตารางเมตร พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวในบ้านทุกหลัง ในราคา 13 – 15 ล้านบาท และ แคสเซีย พูล วิลล่า ความสูง 2 ชั้น ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ พื้นที่จอดรถ 2 คันขนาดเนื้อที่เริ่มต้น 61 – 122 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน 282 ตารางเมตร พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวในบ้านทุกหลัง ในราคาขายเริ่มต้นที่ 8 – 12 ล้านบาท  

โครงการ “ไฮแลนด์ พาร์ค พูล วิลล่า พัทยา” มีจุดเด่นอยู่ที่ทำเลระดับพรีเมียมบริเวณห้วยใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในแผนขับเคลื่อนโครงการศูนย์ธุรกิจอีอีซีและเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ มูลค่า 1.34 ล้านล้านบาท ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อพัฒนาให้เป็นเมืองอยู่อาศัย เมืองทำงาน ศูนย์กลางธุรกิจทันสมัยขนาดใหญ่ระดับโลก และอยู่ไม่ไกลจากสนามบินอู่ตะเภา นอกจากนั้นที่ตั้งโครงการยังสามารถมองเห็นวิวภูเขาที่สวยงาม มีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางให้ความเป็นส่วนตัวสูง พร้อมด้วยคลับเฮ้าส์ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เลานจ์ สระว่ายน้ำ ห้องคิดส์ คลับ สำหรับเด็กๆ และห้องอเนกประสงค์ เพื่อรองรับการทำกิจกรรมสำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว

ไฮแลนด์ พาร์ค พูล วิลล่า พัทยา เริ่มเปิดขาย VVIP ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 นี้ โดยเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มาจากกรุงเทพฯ 70% ในช่วงอายุ 30 – 50 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มครอบครัว และอีก 30% เป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย และวัยเริ่มเกษียณ ที่มองหาพื้นที่เพื่อการพักผ่อนและต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยผู้ซื้อสามารถเลือกซื้อทั้งเพื่ออยู่เองและปล่อยเช่าในระยะยาว จากนั้นจะรอดูผลตอบรับจากกลุ่มลูกค้าก่อนจะเปิดในส่วนของเฟสสองต่อไป” นายชนินทร์ กล่าว

ด้านนายรัฐกิจ เฮงตระกูล ผู้ร่วมทุนโครงการ “ไฮแลนด์ พาร์ค พูล วิลล่า พัทยา” กล่าวว่า ความต้องการซื้ออสังหาฯ ในพื้นที่พัทยาเกิดขึ้นในหลายเซ็กเม้นท์ และวิลล่าซึ่งเป็นเซ็กเม้นท์ที่มีดีมานด์สูง สำหรับทั้งการท่องเที่ยวและพักผ่อน รวมทั้งซื้อไว้เพื่อการลงทุนในระยะยาว โดยมีความสนใจจากผู้ซื้อทั้งนักธุรกิจในพื้นที่ ชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมโซนอีอีซี เป็นระดับผู้บริหารที่ต้องการซื้อแทนเช่า และชาวไทยที่อยู่กรุงเทพฯ เพราะการเดินทางที่สะดวกและใช้เวลาในช่วงสั้น ๆ จากกรุงเทพฯ มาพัทยา และสุดท้ายกลุ่มต่างชาติที่นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาพบว่าแนวโน้มเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ จึงมองว่าเป็นโอกาสในการพัฒนาและเปิดขายโครงการบนทำเลศักยภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้ในช่วงจังหวะนี้

“การปรับแผนธุรกิจใหม่ จากโครงการคอนโดฯ มาสู่แนวราบ เป็นอีกก้าวที่สำคัญในการยกระดับการทำงานและบาลานซ์ธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ และบริหารจัดการความเสี่ยงที่นำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน” นายชนินทร์ กล่าวทิ้งท้าย