สมาคมสถาปนิกสยามฯ จับมือ ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จัดงานสถาปนิก’69 ภายใต้แนวคิด “สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์) | SATI : WISDOM : PROMPT” เน้นวางรากฐานภูมิปัญญาใหม่ บนความเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งการทำงานและชีวิตที่ต้องปรับตัว ในขณะที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาท ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษมากมาย ดึงผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศร่วมจัดแสดงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อการออกแบบ-ก่อสร้างครบวงจร 1,000 ราย บนพื้นที่รวม 75,000 ตร.ม. คาดมีผู้เข้าชมงานกว่า 3 แสนคน ตลอด 6 วันของการจัดงานระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายอเส สุขยางค์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า สถาปนิก’69 ถือเป็นมหกรรมงานแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดและแสดงนิทรรศการงานสถาปัตยกรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอาเซียน โดยปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์) | SATI : WISDOM : PROMPT” ซึ่งเน้นการวางรากฐานภูมิปัญญาใหม่ บนความเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งการทำงานและชีวิตที่ต้องปรับตัว ในขณะที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาท และจะเป็นเวทียกระดับงานสถาปัตยกรรมไทยสู่สายตานานาชาติที่ครบวงจรและสมบูรณ์แบบที่สุด ด้วยพื้นที่จัดแสดงทั้งหมด 75,000 ตร.ม. โดย 70,000 ตร.ม. เป็นพื้นที่สำหรับให้ผู้แสดงสินค้าผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเพื่อการออกแบบและก่อสร้าง ซึ่งรวมผู้ผลิตผู้ประกอบการแบรนด์ชั้นนำของไทยและต่างประเทศร่วม 1,000 บริษัท และพื้นที่อีกราว 5,500 ตร.ม. เป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมของสมาคมฯ ซึ่งรวบรวมผลงานจาก 4 องค์กรวิชาชีพสถาปัตยกรรม ได้แก่ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย, สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย, สมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย รวมถึงบริษัทสถาปนิก สมาชิกสมาคมฯ กว่า 120 บริษัท และสถาบันการศึกษาจากทั่วประเทศกว่า 40 แห่ง

นายจาตุรนต์ กิ่งมิ่งแฮ ประธานจัดงานสถาปนิก’69 กล่าวเสริมถึงนิทรรศการไฮไลต์และกิจกรรมภายในงานสถาปนิก’69 ว่าแบ่งออกเป็น 5 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. THEME EXHIBITION ส่วนนิทรรศการหลัก 2. FORUM ส่วนของงานสัมมนา 3. THE FOUNDATION ส่วนนิทรรศการงานวิชาการ 4. INTELLIGENCE & COLLABORATION PLATFORM ส่วนนิทรรศการสุดยอดผลงานและความร่วมมือทางวิชาชีพ 5. ACTIVITIES AND SERVICES ส่วนงานพื้นที่กิจกรรมและบริการ

ส่วนกิจกรรมสัมมนา หรือ FORUM แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.สัมมนาระดับนานาชาติ ASA INTERNATIONAL FORUM งานสัมมนาทางสถาปัตยกรรมที่รวบรวม Keynote Speakers ระดับนานาชาติ มาร่วมนําเสนอและแลกเปลี่ยนแนวคิดที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง “WISDOM” (ปัญญามนุษย์) และ “NEW INTELLIGENCE” (ปัญญาใหม่) ผ่านมุมมองและประสบการณ์ของสถาปนิกผู้มีชื่อเสียง ในหลากหลายหัวข้อน่าสนใจ และ2.สัมมนากลุ่มวิชาชีพ ASA INSPIRATION LAB ที่รวบรวมนักออกแบบ สถาปนิก นักคิด และผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าจากทั้งประเทศไทยและนานาชาติ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ แนวคิด และการทดลองใหม่ๆ ที่กําลังขับเคลื่อนอนาคตของงานออกแบบ

ประธานจัดงานสถาปนิก’69 กล่าวอีกว่าหนึ่งโซนน่าสนใจต้องยกให้นิทรรศการสมาคมวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วย นิทรรศการสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (TIDA) นิทรรศการสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย (TALA) ที่มาในหัวข้อ “TALA : ภูมิปัญญาไทย และปัญญาประดิษฐ์” นิทรรศการสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย (TUDA) และนิทรรศการสมาคมสถาปนิกภูมิภาค และยังมีส่วนกิจกรรมบริการตัวอย่างเช่น ไตรภาคี (ASA / ACT/ CDAST) พื้นที่กลางนำเสนอรูปแบบสนับสนุนการร่วมมือกันระหว่างสามสถาบัน โดยสมาคมสถาปนิกสยามฯ ได้รับการสนับสนุนจากสภาสถาปนิก และ สภาคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย พร้อมกันนี้ยังมีคลินิกเตรียมสถาปัตย์ โดยสภาคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (CDAST) ปิดท้ายด้วยกิจกรรมพิเศษ อาทิ ASA CLUB / ASA BOOK SHOP / ASA KIDS CLUB : KITBLOX & FAMILY CORNER KITBLOX / ASA NIGHT AWARDS CELEBRATION และ ASA DAY HEY พื้นที่ให้สมาชิกได้พบปะและทำกิจกรรมร่วมกัน  

นายศุภแมน มรรคา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้จัดงานสถาปนิก’69 เปิดเผยว่า งานในปีนี้ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจากผู้ประกอบการ แม้จะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความท้าทาย โดยปีนี้มีผู้แสดงสินค้าตอบรับเข้าร่วมจำนวน 913 บริษัท คิดเป็นสัดส่วนผู้แสดงสินค้าจากต่างประเทศ 10% โดยทวีปหลักมาจากเอเชียถึง 99.5% และอีก 0.5% มาจากยุโรป อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ไต้หวัน อิตาลี โรมาเนีย และโครเอเชีย สะท้อนถึงการขยายตัวของเครือข่ายธุรกิจและการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าตลอด 6 วันจัดแสดงจะสามารถกระตุ้นยอดหมุนเวียนเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมออกแบบ-ก่อสร้างได้ถึง 22,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ข้อมูลการลงทะเบียนชมงานล่วงหน้าสะท้อนศักยภาพของงานในฐานะแพลตฟอร์มระดับภูมิภาค โดยส่วนใหญ่เป็นผู้เข้าชมภายในประเทศคิดเป็น 95% และมีผู้เข้าชมจากต่างประเทศ 5% ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้เข้าชมจากประเทศในทวีปเอเชียสูงถึง 78.34% ตามมาด้วยทวีปยุโรป 12.03% และทวีปอเมริกา 5.08% ตามลำดับ โดยคาดว่าตลอดระยะเวลา 6 วันของการจัดงาน จะมีผู้เข้าชมรวมกว่า 325,000 คน และกว่า 70% เป็นกลุ่ม Professional Visitors ได้แก่ สถาปนิก นักออกแบบ วิศวกร ผู้รับเหมา
นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และตัวแทนจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีอำนาจตัดสินใจซื้อในอุตสาหกรรม

“ด้วยจำนวนผู้แสดงสินค้าร่วม 1,000 ราย และสัดส่วนผู้เข้าชมที่เป็น Professional Visitors ถึง 70% สะท้อนว่างานสถาปนิก’69 ไม่ใช่เพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มสร้างโอกาสทางธุรกิจที่คาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าการเจรจาซื้อขายกว่า 22,000 ล้านบาท และมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมออกแบบ-ก่อสร้างในภูมิภาค” นายศุภแมน กล่าวทิ้งท้าย