เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เปิดงบการเงินในครึ่งปีแรก (ตุลาคม 2568 – มีนาคม 2569) สร้างรายได้รวม 6,372 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 1,597 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190% ด้านผลประกอบการของไตรมาส 2 ปีงบการเงิน 2569 (มกราคม – มีนาคม 2569) มีรายได้รวม 2,830 ล้านบาท เป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,534 ล้านบาท รายได้จากค่าเช่าและบริการ 791 ล้านบาท รายได้อื่นๆ 504 ล้านบาท มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,268 ล้านบาท
นายฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “FPT” กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว บริษัทฯ ยังคงความสามารถในการสร้างผลการดำเนินงานให้เติบโตได้อย่างมั่นคง สะท้อนถึงจุดแข็งจากการมีพอร์ตโฟลิโอที่มีสินทรัพย์หลากหลาย (Multi-Asset Class Portfolio) ในการขับเคลื่อนความแข็งแกร่งของธุรกิจ แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้น้ำหนักกับธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ และธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอมีสินทรัพย์ของกลุ่มอุตสาหกรรมกว่า 50% สะท้อนถึงทิศทางบริษัทฯ ที่ต้องการมุ่งหน้าสู่ธุรกิจที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในอนาคต
สำหรับการเติบโตของธุรกิจในไตรมาส 2 มีแรงหนุนจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม โดยอารยะ ดิ อีสเทิร์น
เกตเวย์ (ARAYA – The Eastern Gateway) ระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจร สามารถสร้างผลงานอย่างยอดเยี่ยมจากการขายพื้นที่อุตสาหกรรมได้กว่า 400 ไร่ มีปัจจัยหนุนจากดีมานด์ของลูกค้าต่างชาติที่ย้ายฐานการผลิตมาในไทย ซึ่งเป็นกุญแจผลักดันกำไรสุทธิของบริษัทฯ พุ่งถึง 190% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
นอกจากนี้ บริษัทได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท หนองเสือช้างชลบุรี จำกัด ซึ่งมีที่ดินภายใต้การถือครองกว่า 2,200 ไร่ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเตรียมพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ เป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งในธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยจากการมีทำเลยุทธศาสตร์เพิ่มเติมในการรองรับความต้องการด้านอุตสาหกรรมได้มากขึ้น
ขณะที่ธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ทั้งโรงงานและคลังสินค้าสามารถสร้างการอัตราการเช่า ณ สิ้นไตรมาส 2 ทั้งในและต่างประเทศได้สูงถึง 92% โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาศูนย์คัดแยกสินค้าอัตโนมัติพื้นที่ 65,000 ตร.ม. ให้กับ SPX Express (SPX) ในเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ (สมุทรสาคร 2) รวมถึงพัฒนาคลังสินค้าแบบ Built-to-Suit พื้นที่ 40,000 ตร.ม. ให้กับลูกค้ากลุ่มธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่าย (Trading) และคลังสินค้าแบบ Built-to-Function พื้นที่ 18,000 ตร.ม. ให้กับลูกค้าที่ให้บริการด้านโลจิสติกส์ (3PL)
กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยเปิดพรีเซลล์ 2 โครงการใหม่ในไตรมาส 2 รวมมูลค่า 4,550 ล้านบาท ได้แก่ เดอะแกรนด์ ริเวอร์ฟร้อนท์ ราชพฤกษ์ – พระราม 5 บ้านระดับลักชัวรีติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ได้รับรองมาตรฐานอาคารเขียว LEED ระดับ Gold ประเภทบ้านที่อยู่อาศัยแห่งแรกในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (LEED v4.1 Residential Single Family Home) และแกรนดิโอ พระราม 2 – ตากสิน บ้านระดับลักชัวรีที่มาพร้อมสุดยอดทำเล เพียง 1 กิโลเมตรถึงเซ็นทรัล พระราม 2 สำหรับในครึ่งปีหลัง (เมษายน – กันยายน 2569) บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตามแผน เตรียมเปิดโครงการทาวน์โฮมพรีเมียมและบ้านเดี่ยวรวมมูลค่าประมาณ 2,800 ล้านบาท ได้แก่ โกลดีน่า งามวงศ์วาน – ประชาชื่น และ กูธ์เธ่ สาทร
ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรม อาคารสำนักงานและรีเทลสามารถรักษาระดับอัตราการเช่าได้ที่ 87% แม้อยู่ในสภาวะตลาดมีซัพพลายส่วนเกิน ซึ่งเป็นผลจากจากการยกระดับคุณภาพของอาคารและการสร้างความสัมพันธ์กับผู้เช่าอย่างต่อเนื่อง





