แสนสิริ (SIRI) โชว์ผลงานยอดขาย 4 เดือน ทะลุ 10,500 ล้านบาท คิดเป็น 30% จากเป้าหมายยอดขาย 35,000 ล้านบาท มั่นใจปี 65 ผลงานตามเป้า โตทะลุ 34% เผยไตรมาสแรก สร้างรายได้รวม 5,220 ล้านบาท กำไรสุทธิ 303 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 5.8% ของรายได้รวม โตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีอัตรากำไรสุทธิ 5.6% พร้อมบุ๊ครายได้จากการบริหารโรงแรมในกลุ่มสแตนดาร์ดฯ ทั่วโลก รายได้โต 70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รุกไตรมาส 2 เปิดตัว 11 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 13,800 ล้านบาท แย้มแผน พาร์ทเนอร์ต่างชาติ ประเทศญี่ปุ่น โตคิว กรุ๊ป เล็งเห็นศักยภาพทำเล “กรุงเทพกรีฑา” เติบโตสูง เตรียมจับมือพัฒนาโครงการแนวราบโครงการแรก เปิดตัวปีนี้
นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฎิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่าแสนสิริมียอดขายในช่วง 4 เดือน ทะลุ 10,500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 30% จากเป้าหมายยอดขาย 35,000 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากโครงการแนวราบ 7,400 ล้านบาท คิดเป็น 70% และยอดขายจากโครงการคอนโดมิเนียม อีก 3,100 ล้านบาท หรือ 30% โดยบ้านเดี่ยวแบรนด์เศรษฐสิริได้รับการตอบรับมากที่สุด รองลงมา คือไลฟ์สไตล์คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่แบรนด์ XT และทาวน์โฮมดีไซน์ใหม่ สิริ เพลส ดรีม เดสติเนชัน สะท้อนถึงความต้องการที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์แสนสิริที่มีดีมานด์ครอบคลุมในทุกระดับราคา ทั้งบ้านเดี่ยวระดับบน คอนโดมิเนียมใจกลางเมืองจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ และแบรนด์ทาวน์โฮมระดับราคาเข้าถึงง่าย สิริ เพลส ที่ตอบโจทย์คนที่ต้องการมีบ้านหลังแรก
“แสนสิริมั่นใจว่า จะสร้างผลงานยอดขายได้ 35,000 ตามเป้าหมายที่วางไว้ เติบโตขึ้น 34% โดยในครึ่งปีหลังแสนสิริจะมีรายได้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ จากโครงการแนวราบที่ได้รับการตอบรับที่ดี รวมถึงบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ที่จะทยอยสร้างเสร็จและส่งมอบให้กับลูกค้าได้อีกจำนวนมาก ทั้งนี้ ในไตรมาสแรกของปี 65 แสนสิริสามารถทำรายได้รวมได้ถึง 5,220 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการขาย 4,288 ล้านบาท ซึ่งมาจากการโอนโครงการแนวราบถึง 80% และโครงการคอนโดมิเนียมอีก 20% โดยรายได้จากการขายโครงการมิกซ์โปรดักส์ บ้านและทาวน์โฮมแบรนด์ อณาสิริ โกยรายได้ 668 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 10% จากช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยโครงการอณาสิริ ชัยพฤกษ์-วงแหวน โครงการ อณาสิริ กรุงเทพ-ปทุมธานี และโครงการอณาสิริ รังสิต โกยแชมป์รายได้สูงสุด ทั้งนี้ รายได้จากการตอบรับโอนที่อยู่อาศัยจากกลุ่มลูกค้าที่ดีอย่างต่อเนื่องในไตรมาสแรก ตอกย้ำถึง Real Demand และส่งผลให้แสนสิริมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งโดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 303 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 5.8% ของรายได้รวม โตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีอัตรากำไรสุทธิ 5.6% โดยปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายโครงการ” นายอุทัย กล่าว
นอกจากนี้จากสถานการณ์โควิดที่เริ่มดีขึ้น การผ่อนคลายของมาตรการและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีทิศทางที่ดี ยังส่งผลให้แสนสิริมีรายได้ค่าบริหารโรงแรมจากจากการเข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วนกว่า 62% ในสแตนดาร์ด อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทแม่ของเครือโรงแรม The Standard (เดอะ สแตนดาร์ด) แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่มีอิทธิพลที่สุดในธุรกิจบูทีคโฮเต็ล ที่สร้างเสียงชื่นชมทั้งในนิวยอร์ก, ไมอามี่, ลอนดอน และอีกหลายเมืองทั่วโลก สร้างรายได้จากการบริหารโรงแรมในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้อีก 106 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
“สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาส 2 แสนสิริวางแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีกประมาณ 11โครงการ มูลค่ารวม 13,800 ล้านบาท โดยล่าสุดแสนสิริได้ตัวโครงการ “อณาสิริ รามคำแหง” มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท พร้อมครั้งแรกของแสนสิริ บนทำเลแห่งอนาคต รามคำแหง – กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ เพียง 10 นาที ถึงสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้ม และมอเตอร์เวย์ เดินทางสะดวกเชื่อมต่อเมืองรวดเร็วด้วย 4 ถนนสายหลัก ได้แก่ รามคำแหง, กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่, ร่มเกล้า และเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้านครบประกอบด้วย บ้านแฝดและทาวน์โฮมดีไซน์ใหม่จำนวน 272 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย 99 – 148 ตารางเมตร กับ 4 แบบบ้าน 4 ฟังก์ชัน รองรับการอยู่อาศัยในทุกรูปแบบความต้องการ ในราคาจับต้องง่าย 3.69 – 8 ล้านบาท รวมถึงโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติมในไตรมาส 2 ซึ่งการดำเนินงานตามแผนธุรกิจที่วางไว้จะทำให้แสนสิริสร้างผลงานได้ตามเป้าหมายยอดขาย – ยอดโอน 35,000 ล้านบาท ตามที่วางไว้” นายอุทัย กล่าว
นายอุทัย กล่าวอีกว่า ทำเล “กรุงเทพกรีฑา” ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง จากการเป็นทำเลที่อยู่อาศัยคุณภาพ แวดล้อมด้วยไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยที่ดี ทั้งโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ โรงพยาบาลชั้นนำ และคอมมูนิตี้มอลล์ที่เติมเต็มไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตสู่การเป็นเมืองเพื่อการอยู่อาศัยที่ดีที่สุด รวมทั้งยังเป็นทำเลที่เดินทางสะดวก ด้วยเส้นทางคมนาคมที่หลากหลายและเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจได้โดยง่าย ด้วยเส้นทางคมนาคมที่สะดวกสบาย ทั้งถนนศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า หรือถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ขนาด 6 เลน เชื่อมต่อสู่ถนนสายสำคัญเข้าสู่เมือง อาทิ ถนนศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า, ถนนกรุงเทพกรีฑา, ถนนพระรามเก้า – มอเตอร์เวย์, ถนนพัฒนาการ และถนนหัวหมาก รวมทั้งรถไฟฟ้าอีก 3 สาย ทั้งแอร์พอร์ตเรลลิงค์ เส้นทางพญาไท – สุวรรณภูมิ ที่เดินทางเข้าสู่ CBD ได้อย่างรวดเร็ว และโครงการรถไฟฟ้าที่จ่อคิวเปิดให้บริการในอนาคตอีก 2 สาย ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีเหลืองและรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดยแสนสิริได้พัฒนาสังคมที่อยู่อาศัยคุณภาพในทำเลนี้มาแล้ว 2 โครงการ ขนาดพื้นที่รวม 155 ไร่ มูลค่าโครงการรวม 7,500 ล้านบาท รวมทั้งมีแผนพัฒนาโครงการใหม่เพิ่มเติมในปีนี้ โดยล่าสุด พันธมิตรที่สำคัญของแสนสิริ บริษัท โตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ยังได้ให้ความสนใจพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยร่วมกันจากการมองเห็นศักยภาพของการพัฒนาเมืองในทำเลนี้ หลังจากประสบความสำเร็จจากการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมร่วมกันในก่อนหน้านี้มาแล้ว โดยคาดว่าจะเปิดตัวเร็วๆ นี้



