ซีคอนเดินหน้าขยายธุรกิจรับสร้างบ้านสู่ EEC เปิด “ซีคอน ศูนย์รับสร้างบ้าน บางแสน-ชลบุรี” ศูนย์บริการแห่งใหม่ในภาคตะวันออก รองรับความต้องการสร้างบ้านในจังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด พร้อมตั้งเป้ายอดขายปีแรก 100 ล้านบาท มั่นใจแรงหนุนจากการลงทุนภาคอุตสาหกรรม การขยายตัวของเมือง และกำลังซื้อของกลุ่มผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจ จะผลักดันตลาดรับสร้างบ้านเติบโตต่อเนื่อง
นายมนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน จำกัด เปิดเผยว่า เดิมบริษัทบริษัทมีศูนย์รับสร้างบ้านแห่งกระจายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล 4 แห่ง ได้แก่ ศรีนครินทร์ บางแค งามวงศวาน และรามอินทรา ล่าสุดได้เลือกเปิดศูนย์รับสร้างบ้านแห่งใหม่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่บางแสน ชลบุรี เนื่องจากเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่สามารถเชื่อมต่อพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออก ทั้งชลบุรี ศรีราชา อมตะนคร ระยอง และฉะเชิงเทรา ได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังรองรับลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ทั้งผู้บริหารในนิคมอุตสาหกรรม เจ้าของกิจการ นักลงทุน คนรุ่นใหม่ และผู้เกษียณที่ต้องการสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง
บริษัทประเมินว่า พื้นที่ EEC ยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งสนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือ ระบบคมนาคม และการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยดึงดูดการลงทุนและแรงงานคุณภาพเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริงเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเมือง
สำหรับปีแรกของการดำเนินงาน บริษัทตั้งเป้ายอดขายในพื้นที่ภาคตะวันออกไว้ที่ 100 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเพิ่มจำนวนบ้านที่รับสร้างจากเดิมเฉลี่ยประมาณ 20 หลังต่อปี เป็นราว 40 หลังต่อปี ขณะที่มูลค่าบ้านเฉลี่ยในพื้นที่ภาคตะวันออกอยู่ที่ 4-5 ล้านบาทต่อหลัง ขณะที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 2-50 ล้านบาท
นายมนู กล่าวว่า แม้ต้นทุนที่ดินและวัสดุก่อสร้างจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ตลาดรับสร้างบ้านในพื้นที่ EEC ยังมีแนวโน้มเติบโตจากความต้องการสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง โดยผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพงานก่อสร้าง ความน่าเชื่อถือของผู้รับสร้างบ้าน และมาตรฐานการดำเนินงานมากขึ้น เนื่องจากการสร้างบ้านถือเป็นการลงทุนระยะยาว บริษัทจึงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีการก่อสร้างผ่าน SEACON System และโรงงานผลิตโครงสร้างกึ่งสำเร็จรูปของบริษัท ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำในการก่อสร้าง ควบคุมคุณภาพ ลดระยะเวลาก่อสร้าง และรักษามาตรฐานได้ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงหน้างาน พร้อมรับประกันโครงสร้างนาน 20 ปี และให้บริการออกแบบบ้านเฉพาะบุคคลผ่านบริการ SEACON ID เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าระดับกลางถึงระดับพรีเมียม
นอกจากนี้ บริษัทมองว่า ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ตลาดรับสร้างบ้านในภาคตะวันออกจะได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของเมือง การเพิ่มขึ้นของประชากรรายได้สูง และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรุ่นใหม่ ส่งผลให้ความต้องการบ้านระดับกลางและระดับพรีเมียมเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะบ้านที่รองรับการประหยัดพลังงาน การติดตั้ง Solar Rooftop จุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และการออกแบบแบบ Universal Design สำหรับการอยู่อาศัยของสมาชิกหลายช่วงวัย
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านในช่วงครึ่งปีแรกได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทลดลงประมาณ 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่บริษัทยังคงเดินหน้านโยบายตรึงราคาค่าก่อสร้าง เพื่อช่วยรักษากำลังซื้อของผู้บริโภค พร้อมบริหารต้นทุนผ่านการจัดซื้อวัสดุล่วงหน้าและการใช้ศักยภาพโรงงานผลิตของบริษัทในการควบคุมต้นทุน โดยยังคงเป้ายอดขายทั้งปีเอาไว้ที่ 1,000 ล้านบาทเช่นเดิม
“บริษัทเชื่อว่าภาวะตลาดที่ชะลอตัวจะทำให้ผู้บริโภคเลือกผู้รับสร้างบ้านที่มีความน่าเชื่อถือและมีประสบการณ์มากขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของซีคอนที่ดำเนินธุรกิจรับสร้างบ้านมายาวนานกว่า 65 ปี และส่งมอบบ้านแล้วกว่า 26,000 หลังทั่วประเทศ” นายมนู กล่าว
ทั้งนี้ ในโอกาสเปิดซีคอน ศูนย์รับสร้างบ้าน บางแสน-ชลบุรี บริษัทจัดแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่วางแผนสร้างบ้าน ประกอบด้วย สิทธิ์ชำระเงินจองในอัตราพิเศษ ส่วนลดเงินจองสูงสุด 600,000 บาท สิทธิ์รับ Solar Rooftop ตามเงื่อนไขบริษัทพิเศษรับฟรีเข็มเจาะตามจำนวนที่กำหนดในแบบบ้านมาตรฐานของแต่ละรุ่น โดยจำนวนเข็มเจาะที่ได้รับสิทธิ์เป็นไปตามแบบมาตรฐานของโครงการ ฟรีค่าขนส่งวัสดุภายในระยะทางที่กำหนด และส่วนลดค่าก่อสร้าง เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการเริ่มต้นสร้างบ้าน พร้อมจัดกิจกรรม “Seacon ช่วยไทย” แจกผักเพื่อสุขภาพแก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชนในช่วงเปิดศูนย์แห่งใหม่






