‘บริทาเนีย’ ชี้โควิดทำตลาดอสังหาฯหด ขณะที่โครงการแนวราบได้อานิสงค์ New Normal ส่งผลให้ตลาดยังไปได้ เผยครึ่งปี 64 บริษัทกวาดยอดขาย 4,157 ล้านบาท แย้มเตรียมผุด 6 โครงการใหม่ไตรมาส 4 พร้อมเดินหน้าเปิดตัวแคมเปญใหม่ BRITANIA FEEL GOOD ดันยอดขายรวม 8,000 ล้านบาทตามเป้า

นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้ากฤตหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI กล่าวว่า แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในหลายอุตสหากรรม รวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอสังหาริมทรัพย์แนวราบตลาดยังคงไปได้ดี ด้วยวิถีชีวิตแบบใหม่ ทั้งการเว้นระยะห่างทางสังคมตลอดจนการทำงานที่บ้าน หรือ  Work from Home ซึ่งต้องการที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่และมีความสะดวกในการทำงานมากขึ้น จึงทำให้มีความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้นตามไปด้วย

นางศุภลักษณ์ กล่าวอีกว่า บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบ ในเครือ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (หมาชน) (ORI) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2560 และขยายการพัฒนาโครงการอย่างก้าวกระโดด จาก 1 โครงการ ในปี 2560 เพิ่มเป็น 23 โครงการ ในปี 2564 ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และเขตนิคมอุตสาหกรรมโซนภาคตะวันออก โดยเฉพาะในย่านโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) โดยปัจจุบันบริษัทสามารถปิดการขายที่อยู่อาศัยไปแล้ว 2 โครงการ รวมมูลค่าโครงการประมาณ 2,028 ล้านบาท มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและโอนกรรมสิทธิ์จำนวน 13 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 17,550 ล้านบาท โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา จำนวน 8 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 7,000 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564) โดยในปี 2563 บริษัททำยอดขายได้ 6,350 ล้านบาท

“ปัจจุบัน บริษัทมีการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยบ้านแนวราบในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งทำเลที่มีการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วประเทศ ภายใต้ 4 แบรนด์หลัก ซึ่งแบ่งตามกลุ่มเป้าหมายและรูปแบบโครงการ ได้แก่ (1) แบรนด์ “เบลกราเวีย” โครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว ระดับราคา 20-50 ล้านบาท (2) แบรนด์ “แกรนด์ บริทาเนีย” โครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว และบ้านแฝด ระดับราคา 8-20 ล้านบาท (3) แบรนด์ “บริทาเนีย” โครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝดและทาวน์โฮม ระดับราคา 4-8 ล้านบาท และ (4) แบรนด์ “ไบรตัน” โครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ระดับราคา 2.5-4 ล้านบาท โดยโครงการอยู่อาศัยของบริษัทได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค จากแบบบ้านที่มีความโดดเด่น พื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน รูปแบบโครงการ และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง รวมถึงบริการที่ตอบสนองความต้องการต่างๆ ของผู้อยู่อาศัย”

“บริษัทได้ออกแบบบ้านและให้บริการลูกค้าภายใต้แนวคิด A Life You Love ให้ลูกค้าทุกกลุ่มสามารถใช้ชีวิตในแบบที่รัก ซึ่งสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการพื้นฐานของผู้อยู่อาศัย (Human Centric) รวมทั้งศึกษาปัญหาต่างๆ (Customer Pain Point) ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อให้เข้าใจการใช้ชีวิตของผู้อาศัยและออกแบบโครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ โดยไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้และพัฒนารูปแบบที่อยู่อาศัยและการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ทำให้แบบบ้านมีการปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ เป็นแบบบ้านที่เน้นฟังก์ชันการใช้งาน ผ่านคอนเซ็ปต์ B Genius Mode ที่ประกอบด้วยทั้ง B Smart Home Automation, B Smart Design, B Smart Home Services, B Smart Community ทำให้ที่อยู่อาศัยมีฟังก์ชันและนวัตกรรมพร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างครบถ้วน”

“นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งพัฒนานวัตกรรมบริการเพื่อการอยู่อาศัย (Living Solution Platform) งานบริการที่ช่วยเติมเต็มการอยู่อาศัยของลูกบ้านให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยเป็นพันธมิตรร่วมกับแบรนด์ชั้นนำที่มีศักยภาพในงานบริการด้านต่างๆ ที่จำเป็นต่อการอยู่อาศัย และงานให้บริการดูแลบ้านในด้านต่างๆ จากความใส่ใจในการให้บริการทั้งก่อนและหลังการขายต่อลูกค้าผู้ซื้อบ้านทำให้เกิดเป็นความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ส่งผลให้เกิดการบอกต่อจากลูกค้าที่เคยซื้อบ้านของบริษัท” นางศุภลักษณ์ กล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บริทาเนีย ยังกล่าวอีกว่า บริษัทได้มีการวางเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว เป็นบริษัทพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยเป้าหมายระยะสั้น บริษัทมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้แบรนด์ BRITANIA และปรับปรุงอัตลักษณ์ให้เป็นที่รู้จัก พร้อมทั้งพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของกลุ่มลูกค้ามากที่สุด ทั้งในด้านคุณภาพ พื้นที่การใช้สอย ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย ควบคู่ไปกับการพัฒนาองค์กรให้เกิดความสมดุลด้วยแนวคิดการดำเนินงานอย่างยั่งยืน

ขณะที่เป้าหมายระยะกลางและระยะยาว บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาองค์กรสู่การเติบโตแบบยั่งยืนและสามารถครองใจลูกค้า เพื่อเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบชั้นนำของไทย โดยมีแผนพัฒนาโครงการภายใน 5 ปี ให้ครอบคลุมกรุงเทพฯ และจังหวัดที่มีศักยภาพ อาทิ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ฯลฯ 

นางศุภลักษณ์ ให้ข้อมูลต่อไปอีกว่า ในปี 2564 บริษัทได้ตั้งเป้ายอดขายเอาไว้ 8,000 ล้านบาท ซึ่ง 6 เดือนของปีนี้ ทำขายได้แล้วกว่า 4,157 ล้านบาท ขณะที่มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 9 โครงการ มูลค่ารวม 7,750 ล้านบาท โดยในครึ่งแรกของปี เปิดตัวไปแล้ว 3 โครงการ และในไตรมาส 4 จะเปิดตัวอีก 6 โครงการ ขณะที่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 บริษัท เตรียมเปิดตัวแคมเปญ “BRITANIA FEEL GOOD” เพื่อสร้างความแตกต่างด้านการให้บริการแก่ลูกค้าและผู้อยู่อาศัย สะท้อนถึงความใส่ใจรายละเอียดกับบริการพิเศษที่ไม่จำกัดแค่ที่อยู่อาศัยในทุกๆ สถานการณ์ แม้ในสถานการณ์โควิด-19 ผ่าน 5 คอนเซ็ปต์ GOOD CHOICES, YOU CHOOSE ให้การซื้อบ้านเป็นเรื่องง่ายและราบรื่น ด้วยทางเลือกที่มีให้อย่างหลากหลายและตรงใจ GOOD DESIGN, OWN YOUR STYLE ก้าวข้ามทุกข้อจำกัดของการออกแบบ ให้ทุกมุมของบ้านสามารถใช้ชีวิตในแบบของตัวเองได้อย่างลงตัว GOOD SOCIETY WITH SHARING JOY มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยท่ามกลางสังคมคุณภาพ พร้อมด้วยความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน GOOD PLACES FROM THE BEST LOCATION ให้ทุกจุดหมายของทุกความชอบ เชื่อมต่อการใช้ชีวิตได้ครบไลฟ์สไตล์ด้วยทำเลคุณภาพ และ GOOD CARE WITH EXCLUSIVE FACILITIES ยกระดับชีวิตให้สมบูรณ์แบบด้วยพื้นที่ส่วนกลางให้ได้ทำกิจกรรมโปรด เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการตลอดการอยู่อาศัย