ศุภาลัยเผยยอดขายโครงแนวราบโตต่อเนื่อง ประกาศเดินหน้าผุด 34 โครงการใหม่รับปีกระต่ายทอง รุกเพิ่ม 21 ทำเลจังหวัดเมืองรองใกล้กรุงเทพฯ ตั้งเป้าโกยยอดขาย 25,200 ล้าน พร้อมส่งแบบบ้านล่าสุด Tropical Modern Series ลงโครงการทั่วประเทศ เอาใจลูกค้าทุกเจนเนอเรชั่น

นางสาวธัญวรัตน์ ปัญญารัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าในปีที่ผ่านมา โครงการที่อยู่อาศัยกลุ่มแนวราบของบริษัทมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2565 มียอดขายโครงการแนวราบ 21,938 ล้านบาท เติบโตขึ้น 20% จากปีก่อนหน้าซึ่งมียอดขายโครงการแนวราบ 28,290 ล้านบาท สำหรับในปี 2566 บริษัทยังคงบุกตลาดแนวราบอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนพัฒนาโครงการแนวราบทั่วประเทศ 34 โครงการ ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่บริษัทเปิดดำเนินการ โดยในปีนี้จะเดินหน้ารุกโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และจังหวัดเมืองรองที่มีศักยภาพ ทั้ง อยุธยา ฉะเชิงเทรา ราชบุรี และนครปฐม รวม 21 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 20,955 ล้านบาท ซึ่งคาดว่า 21 โครงการดังกล่าว จะทำยอดขายให้บริษัทได้ 13,500 ล้านบาท และช่วยดันให้ยอดขายโครงการแนวราบในปีนี้บรรลุสู่เป้าหมายที่ 25,200 ล้านบาทได้สำเร็จ
“การบุกพัฒนาเมืองรองข้างเคียงกรุงเทพฯ ทั้ง อยุธยา ฉะเชิงเทรา ราชบุรี และนครปฐม ในปีนี้นั้นเนื่องจากบริษัทเล็งเห็นศักยภาพการเติบโตของเมือง การพัฒนาของโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ทั้งสายบางใหญ่-กาญจนบุรี, สายบางปะอิน-นครราชสีมา และสายบางขุนเทียน- บ้านแพ้ว ทำให้ในอนาคตการเดินทางมายังจุดศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศอย่างกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เกิดการกระจายความเจริญ ส่งผลให้ตลาดอสังหาฯ แนวราบของเมืองรองสามารถเติบโตไปได้อีก” นางสาวธัญวรัตน์ กล่าว

นางสาวธัญวรัตน์ กล่าวอีกว่า นอกจากการเพิ่มทำเลในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพื่อให้สามารถครอบคลุมกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น บริษัทยังคำนึงถึงเทรนด์การใช้ชีวิตของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ ซึ่งตั้งแต่ปี 2565 ต่อเนื่องมาถึงปี 2566 บริษัทได้ส่งแบบบ้านใหม่ ‘Tropical Modern Series’ ที่ชูจุดเด่นด้วยการออกแบบที่ทันสมัยสำหรับภูมิอากาศเขตร้อนชื้นแบบประเทศไทย ใน 11 โครงการ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล จังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งในต่างจังหวัด ทั้งเชียงใหม่ ลำปาง ระยอง จันทบุรี ชลบุรี และนครศรีธรรมราช นำร่องด้วยโครงการ ศุภาลัย พาร์ควิลล์ ประชาอุทิศ-สุขสวัสดิ์ โครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 220 ยูนิต บนเนื้อที่ 51-3-92.1 ไร่ ย่านประชาอุทิศ-สุขสวัสดิ์ โดยมีแบบบ้านให้เลือก 7 แบบ พื้นที่ใช้สอย 172-330 ตร.ม. เนื้อที่ 50-102.6 ตร.ว. 4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2-3 คัน ราคา 7-15 ล้านบาท ซึ่งเริ่มเปิดขายในปี 2565 ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 40% ของจำนวนยูนิตทั้งหมด โดยได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้า ทั้งเรื่องดีไซน์ทันสมัย วัสดุพรีเมียม ฟังก์ชันในบ้านใช้งานได้จริง และในปีนี้บริษัทก็มีแผนจะใช้แบบบ้าน ‘Tropical Modern Series’ ในโครงการใหม่อีก 25 โครงการทั่วประเทศ เนื่องจากเป็นแบบบ้านที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตครบทุกมิติ ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มลูกค้าดั้งเดิมของศุภาลัยตลอดจนไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ได้อย่างตรงจุด

ด้านนายชัยจักร วทัญญู ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ เปิดเผยว่า บริษัทมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมที่อยู่อาศัยเพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบและครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการพัฒนาแบบบ้านใหม่ 2 ปี ต่อ 1 ซีรีส์ เพื่อให้แบบบ้านมีความทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างลงตัวและสมบูรณ์แบบ โดยการออกแบบบ้านในปัจจุบันนอกจากจะให้ความสำคัญกับนวัตกรรมใหม่ๆ แล้ว ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมด้วย
“สำหรับแบบบ้านใหม่ล่าสุด ‘Tropical Modern Series’ เป็นแบบบ้านใหม่ที่พลิกโฉมการออกแบบ ปรับประโยชน์ใช้สอย เปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ รูปแบบทันสมัย กับแบบบ้านรูปทรงเรขาคณิตที่เรียบง่าย ตอบรับกับภูมิอากาศร้อนชื้นแบบประเทศไทย ด้วยองค์ประกอบที่ช่วยให้การพักอาศัยได้สบาย ชายคายื่นยาวสร้างร่มเงาให้ตัวบ้าน การก่อสร้างด้วยการใช้อิฐมวลเบาที่สามารถถ่ายเทความร้อนได้ดี หน้าต่างกว้างเพดานสูง รับลมและแสงธรรมชาติ ภายในกว้างขวาง มีพื้นที่โล่งต่อเนื่อง ระบายอากาศดี ทำให้เปิดรับลมเย็นสบายเข้าบ้านตลอดวัน และเพิ่มความสะดวกสบายกับชีวิตยุคดิจิทัลมากขึ้น ด้วยการนำระบบ Smart Home Automation มาช่วยอำนวยความสะดวกทั้งควบคุมการเปิด-ปิดของไฟในบ้านผ่าน Smart Control Panel, Smart Curtain รางผ้าม่านอัตโนมัติ รวมถึงสุขภัณฑ์อัจฉริยะต่างๆ ภายในบ้าน ตลอดจนเรื่องความปลอดภัยครอบคลุมทั้งภายในและภายนอกบ้าน เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดในการพักอาศัย” นายชัยจักร กล่าว

ทั้งนี้ ศุภาลัยยังได้เดินหน้าผลักดันนวัตกรรมที่อยู่อาศัยสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งแบบบ้าน ‘Tropical Modern Series’ เลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ได้รับฉลาก SCG Green Choice (เอสซีจี กรีนชอยส์) มุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต 363 ตัน ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ 40,333 ต้นภายใน 1 ปี เพื่อช่วยลดโลกร้อนพร้อมการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG 4 Plus อีกทั้งทุกแบบบ้านของ ‘Tropical Modern Series’ ในโครงการ ศุภาลัย พาร์ควิลล์ ประชาอุทิศ-สุขสวัสดิ์ ยังได้รับรางวัล บ้านและอาคารฉลากเบอร์ 5 จากโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เนื่องจากมีฟังก์ชันการใช้งานและการออกแบบเป็นบ้านประหยัดพลังงาน สามารถรับแสง รับลมจากธรรมชาติ เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากเบอร์ 5 ทำให้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างมากอีกด้วย



