การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 เข้ามาเร่งการเปลี่ยนแปลงวิถีปฏิบัติในทุกจังหวะชีวิต ประเด็นสุขภาพเป็นสิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ ทุกธุรกิจต้องปรับตัวรับมือความเป็นอยู่ของผู้บริโภคที่ยังดำเนินต่อภายใต้วิถีปกติใหม่ หรือ New Normal ควบคู่ไปกับการตระหนักรู้ด้านปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งปลุกกระแสผลิตภัณฑ์รักษ์โลกในหลายธุรกิจช่วงก่อนหน้านี้ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้นำการพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี่ จึงสร้างกลยุทธ์รับมือ “ความต้องการใหม่” ของผู้บริโภคที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะในที่อยู่อาศัย ซึ่งมีแนวโน้มที่เป็นพื้นที่ที่คนใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุดหลังจากนี้

นางสาวเพชรลดา พูลวรลักษณ์ กรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ MJD มองว่า แม้ความต้องการส่วนบุคคลของผู้บริโภคจะเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาที่อยู่อาศัย แต่การตอบโจทย์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อมก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพื่อให้ตอบโจทย์การดำเนินชีวิตที่ให้ความสำคัญทั้งกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม บริษัทจึงคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมที่อยู่อาศัยให้สามารถส่งมอบคุณภาพชีวิตให้ลูกบ้านได้อย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด “Quality Living”

“หัวใจหลักของการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างเข้าใจผู้บริโภคตามแนวคิด Quality Living คือการบริหารและควบคุมงานก่อสร้างให้ได้มาตรฐานสูงสุด เราร่วมมือกับบริษัท อินเทลลิเจ้นซ์ คอนสตรัคชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ ICM ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานก่อสร้างแบบครบวงจรในเครือเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่มีประสบการณ์มากว่า 20 ปี และควบคุมการก่อสร้างมาแล้ว 24 โครงการ ทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม ออฟฟิศ และโรงแรม ซึ่งการทำงานร่วมกันระหว่างทีมออกแบบและทีมควบคุมการก่อสร้าง ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของงานดีไซน์ไปจนถึงการส่งมอบ ช่วยปิดช่องว่างของงานดีไซน์ที่อาจจะไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง หรืออาจจะไม่เหมาะสมกับพื้นที่หน้างานจริง มีการวางแผนงานระบบก่อนการก่อสร้างที่ดี งานระบบนี้เป็นส่วนที่ลูกค้ามองไม่เห็นและมักมองข้ามไป แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพของ ICM จึงตระหนักว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยทำให้การใช้งานอาคารคงทนถาวรได้มากยิ่งขึ้น ดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ได้ง่าย ในระยะยาวไม่มีปัญหาจุกจิก เราเชื่อว่า ICM เข้าใจในดีเอ็นเอของงานดีไซน์กับการส่งมอบคุณภาพของโครงการในมาตรฐานของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์มากที่สุด Quality living ของเมเจอร์ฯ จึงมี ICM เป็นพาร์ทเนอร์สำคัญที่ช่วยส่งมอบคุณภาพที่ยั่งยืนให้กับลูกค้าของเรา”

นางสาวเพชรลดา กล่าวอีกว่า การพัฒนาที่อยู่อาศัยของเมเจอร์ฯ ตามโจทย์ Quality Living จะดำเนินภายใต้ 3 แกนหลัก แกนแรกคือด้าน Sustainable Happiness ส่งมอบความสุขที่ยั่งยืนให้แก่ลูกค้าทุกคนตั้งแต่การออกแบบและขั้นตอนวางแผนพัฒนาโครงการ คัดเลือกพาร์ทเนอร์และซัพพลายเออร์ที่มีคุณภาพ ประเมินการใช้วัสดุและผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงกระบวนการก่อสร้างโดยมี ICM เข้าร่วมกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นทางพร้อม คอยประเมินและจัดทำรายงานรูปแบบรายวัน รายเดือน และรายปี เพื่อให้สามารถควบคุมคุณภาพการก่อสร้างโครงการได้ทุกขั้นตอน และประสานงานเมื่อตรวจพบปัญหาได้ทันท่วงที

“เรามี ICM คอยควบคุมขั้นตอนเก็บทุกรายละเอียดการก่อสร้าง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าที่อยู่อาศัยของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ สามารถส่งมอบให้ลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ปราศจากจุดเสียหาย หรือ defect ที่รบกวนการอยู่อาศัยของลูกบ้าน พร้อมความแข็งแรงของโครงสร้างอาคารเพื่อการใช้งานอย่างยาวนาน ยืนยันได้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของการส่งมอบเป็น Zero defect ตอกย้ำว่าลูกบ้านทุกคนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดการอยู่อาศัยในโครงการ”

แกนที่สองคือ Smart & Green หรือการเลือกใช้วัสดุคุณภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ตั้งเกณฑ์มาตรฐานในการเลือกวัสดุที่จะนำมาใช้ในทุกจุดของโครงการจะต้องมีคุณสมบัติที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์การอยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี อาทิ การออกแบบให้ห้องมีอากาศผ่านและเย็นสบาย มีฉนวนป้องกันไฟและความร้อน ที่สำคัญต้องลดการใช้พลังงาน อย่างแผ่นยิปซัมตราช้าง และรวมไปถึงเรื่องของการวางโครงสร้างฐานราก เสา หรือคาน รีไซเคิลจากเถ้าลอยถ่านหิน แต่ยังคงความแข็งแรงเท่าคอนกรีตซีเมนต์ล้วน ปกติแล้วเถ้าลอยจะถูกฝังกลบในดิน ซึ่งเสี่ยงต่อการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ เราจึงเลือกใช้วัสดุของ คอนกรีตรักษ์โลก CPAC การใช้คอนกรีตจากเถ้าลอยถ่านหินจึงช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ด้วย

อีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ที่สุดในยุค COVID-19 คือเรื่องสุขภาพ หรือ Health Wellness การพัฒนาที่อยู่อาศัยในปัจจุบันจึงจำเป็นต้องมีแกนที่สาม คือด้าน Safety & Healthy คัดสรรวัสดุที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย เช่น การคัดเลือกสีที่จะนำมาใช้ในโครงการ เราเลือกใช้สีที่มีประสิทธิภาพ อาทิ สีทาอาคารและสีตกแต่ง TOA นอกจากทนทานต่อการขัดถูมากกว่า 60,000 ครั้ง ซึ่งช่วยยืดอายุของโครงการให้ดูใหม่และสวยงามอยู่เสมอแล้ว อีกคุณสมบัติหนึ่งที่เมเจอร์ฯ เล็งเห็นว่าสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันคือการเลือกใช้สีที่ ผสมสาร Anti-Bacteria ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราตลอดอายุการใช้งาน รวมถึงผ่านการรับรองมาตรฐานฉลากเขียวไทยว่า ปราศจากสารเคมีกลุ่มอัลคิลฟีนอลเอทอกซิเลท (APEO) และลดปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านระบบทางเดินหายใจ แล้วทำให้เกิดอันตรายต่อผิวหนัง หรืออาจก่อให้เกิดมะเร็งได้ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างที่เมเจอร์ฯ เลือกสรรปลอดภัยต่อสุขภาพของลูกบ้านในระยะยาว

“ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยต่อสุขภาพจะไม่ใช่แค่โจทย์หลักของผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยในปัจจุบันเท่านั้น แต่จะกลายเป็นความต้องการพื้นฐานของผู้บริโภคในอนาคตด้วย สิ่งที่เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์พัฒนาในวันนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าที่อยู่อาศัยทุกหลังของเราจะส่งมอบความสุขและอยู่เคียงข้างพวกเขาอย่างยั่งยืนได้อีก 20-30 ปี ซึ่งเรายังคงมุ่งหน้าพัฒนานวัตกรรมที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสรรค์ Quality Living ให้แก่ผู้บริโภคอย่างครบวงจร”

นอกจากความมุ่งมั่นที่สรรสร้างให้กับลูกค้าแล้ว ความโดดเด่นด้วยดีไซน์ในทุกโครงการจากเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ยังคงไว้ถึงเรื่องไลฟ์สไตล์อย่างเหนือระดับที่เป็นเอกลักษณ์ในทุกมิติ เราใส่ใจในทุกรายละเอียดงานออกแบบและคำนึงถึงฟังก์ชั่นการใช้งานที่ควบคู่กัน รวมทั้งงานสถาปัตยกรรม งานตกแต่งภายในและงาน แลนด์สเคปที่ทุกองค์ประกอบหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว มีเอกลักษณ์จนได้รับรางวัลการันตีจากหลากหลายสถาบัน พร้อมสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัย และสร้างภาพจำเกิดเป็นความภาคภูมิใจให้กับผู้อาศัยในโครงการอีกด้วย