กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ เดินหน้าขยายพื้นที่ให้บริการรับสร้างบ้านจากรัศมีเดิม 70 กิโลเมตรรอบกรุงเทพฯ สู่ 100 กิโลเมตร คุมเกมรุกตลาดต่างจังหวัดแบบค่อยเป็นค่อยไป เน้นพื้นที่ต่อเนื่องและมีศักยภาพรองรับงานก่อสร้าง พร้อมวางเกณฑ์คัดเลือกลูกค้าและระดับราคาบ้าน เพื่อรักษามาตรฐานงานก่อสร้างและคุณภาพบริการ หลังพบความต้องการจากลูกค้านอกพื้นที่เพิ่มขึ้น

นายวรพจน์ เอี่ยมสุวรรณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานขายและการตลาด กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ เปิดเผยถึงแนวทางการขยายเขตพื้นที่ให้บริการรับสร้างบ้านว่า ที่ผ่านมาบริษัทจำกัดขอบเขตการให้บริการอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เนื่องจากให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างในแต่ละไซต์งาน โดยไม่ต้องการรับงานในพื้นที่ที่ทีมงานไม่สามารถเข้าไปดูแลได้อย่างทั่วถึง เพราะอาจส่งผลให้ลูกค้าไม่ได้รับคุณภาพและบริการตามที่คาดหวัง

อย่างไรก็ตาม จากการทำตลาดที่ผ่านมา บริษัทพบว่ามีลูกค้าต่างจังหวัดติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่จำเป็นต้องปฏิเสธงานบางส่วน เนื่องจากข้อจำกัดด้านระยะทางและความพร้อมของทีมงาน ทำให้บริษัทเริ่มพิจารณาขยายพื้นที่ให้บริการ โดยเน้นการขยับออกไปยังพื้นที่ใกล้เคียงกรุงเทพฯ และมีขอบเขตต่อเนื่องกับพื้นที่เดิม เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและควบคุมงานก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“เราไม่อยากเสียโอกาสในเรื่องของลูกค้าแฟนพันธุ์แท้ที่เขาอยากได้เรา แต่การขยายต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ขยายวูบเดียว เพราะสิ่งที่เราให้ความสำคัญคือคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ” นายวรพจน์กล่าว

>>>ขยายพื้นที่ 70 สู่ 100 กม. คุมระยะทาง–คัดงานตามมูลค่า

สำหรับแนวทางการขยายพื้นที่ บริษัทกำหนดกรอบการให้บริการจากรัศมีเดิม 70 กิโลเมตรรอบกรุงเทพฯ ไปสู่ 100 กิโลเมตร โดยจะพิจารณาตามทำเลและความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ ไม่ได้ใช้ระยะทางเป็นเกณฑ์เดียวในการตัดสินใจ แต่จะประเมินว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในจังหวัดใด มีทีมงานรองรับหรือไม่ และสามารถเดินทางเข้าไปควบคุมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด

พื้นที่ที่มีการพิจารณาขยายครอบคลุมจังหวัดนครนายก สุพรรณบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และราชบุรี รวมถึงพื้นที่โดยรอบ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการขยายพื้นที่ที่อยู่ต่อเนื่องกัน เพื่อให้ทีมงานสามารถเดินทางเข้าไปดูแลไซต์งานได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม

ด้านเกณฑ์การรับงาน บริษัทวางแนวทางคัดเลือกตามระดับราคาบ้าน โดยในพื้นที่รัศมี 70–100 กิโลเมตร จะเน้นบ้านที่มีมูลค่าประมาณ 5 ล้านบาทขึ้นไป ขณะที่พื้นที่ขยายออกไปถึง 100 กิโลเมตร จะพิจารณางานบ้านหลังใหญ่ที่มีมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาทขึ้นไปเป็นหลัก สะท้อนกลยุทธ์การเลือกงานที่สอดคล้องกับต้นทุนการบริหารจัดการและการเดินทางของทีมงาน

ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้มุ่งเน้นการรับงานที่มีราคาถูกเป็นหลัก แต่ให้ความสำคัญกับลูกค้าที่เข้าใจคุณภาพงานรับสร้างบ้าน และมีงบประมาณสอดคล้องกับมาตรฐานการก่อสร้างของบริษัท โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบ้านหลังใหญ่และให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าราคา

>>>ใช้โมเดลทีมส่วนกลางซัพพอร์ต คุมมาตรฐานเทียบเท่ากรุงเทพฯ

นายวรพจน์กล่าวอีกว่า การขยายพื้นที่ให้บริการจะต้องดำเนินการควบคู่กับการบริหารจัดการทีมงาน โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการแบ่งหน้าที่ระหว่างฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด สถาปนิก และวิศวกร เพื่อให้แต่ละฝ่ายทำงานตามความเชี่ยวชาญ และสามารถส่งมอบงานได้ตามมาตรฐานเดียวกัน

โมเดลการทำงานดังกล่าวเริ่มจากการให้ทีมการตลาดและสถาปนิกเข้ามาช่วยสนับสนุนลูกค้าตั้งแต่ก่อนเริ่มก่อสร้าง โดยเฉพาะการเคลียร์แบบ การเลือกวัสดุ สี และกระเบื้อง รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ให้มีความชัดเจนก่อนเข้าสู่กระบวนการก่อสร้าง เพื่อให้วิศวกรและทีมงานหน้างานสามารถมุ่งเน้นการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการก่อสร้างได้อย่างเต็มที่

บริษัทมองว่า การเตรียมความพร้อมตั้งแต่ต้นน้ำจะช่วยลดปัญหาหน้างาน ลดระยะเวลาการก่อสร้าง และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โดยฝ่ายขายและการตลาดจะทำหน้าที่ดูแลความต้องการของลูกค้า ขณะที่วิศวกรรับผิดชอบการควบคุมงานก่อสร้าง ซึ่งเป็นรูปแบบการทำงานที่บริษัทนำมาใช้แล้วในส่วนกลาง และเห็นว่าสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่ขยายได้

นอกจากนี้ ในการรับงานต่างจังหวัด บริษัทจะจัดทีมงานเข้าไปดูแลตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ การประเมินความต้องการของลูกค้า ไปจนถึงการออกแบบและวางแผนก่อสร้าง เพื่อให้การตัดสินใจรับงานมีความชัดเจน และสามารถประเมินความพร้อมของทีมงานก่อนเริ่มดำเนินการได้

>>>เจาะลูกค้าต่างจังหวัดกำลังซื้อสูง บ้าน–โฮมออฟฟิศ–โกดัง

นายวรพจน์กล่าวว่า ลูกค้าต่างจังหวัดที่มีกำลังซื้อและต้องการสร้างบ้านกับบริษัทรับสร้างบ้านชั้นนำ อาจให้ความสำคัญกับคุณภาพและความมั่นใจในการก่อสร้างมากกว่าการเลือกผู้รับเหมาที่มีราคาถูก โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยมีประสบการณ์ก่อสร้างมาก่อน และเข้าใจว่าการเลือกผู้รับเหมาราคาต่ำไม่ได้หมายความว่าจะได้รับมาตรฐานงานที่ต้องการ

“ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้มองแค่เรื่องราคา แต่ต้องการบริษัทที่มีความมั่นใจและมีคุณภาพ เพราะสุดท้ายแล้วการสร้างบ้านต้องการงานที่ได้มาตรฐาน” นายวรพจน์กล่าว

ขณะเดียวกัน บริษัทมองเห็นโอกาสจากพฤติกรรมการใช้พื้นที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยลูกค้าบางกลุ่มต้องการรวมบ้านและธุรกิจไว้ในพื้นที่เดียวกัน เช่น บ้านพร้อมออฟฟิศ บ้านพร้อมโกดัง หรือพื้นที่สำหรับไลฟ์สดและขายสินค้า สะท้อนความต้องการออกแบบอาคารให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตและการประกอบธุรกิจของแต่ละราย

>>>ใช้งานแรกเป็นตัววัดดีมานด์ ก่อนขยับขยายต่อ

นายวรพจน์กล่าวเพิ่มเติมว่า การขยายพื้นที่ให้บริการในครั้งนี้จะเริ่มจากการทดสอบตลาดและประเมินผลตอบรับจากลูกค้า โดยบริษัทมองงานที่เข้ามาในพื้นที่ขยายเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าแนวทางที่วางไว้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากน้อยเพียงใด

ที่ผ่านมา บริษัทมีลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาจากต่างจังหวัด แต่ไม่สามารถรับงานได้เนื่องจากข้อจำกัดด้านทีมงานและระยะทาง การขยายพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นการนำศักยภาพของทีมงานที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น โดยยังคงยึดหลักการคัดเลือกลูกค้าและควบคุมคุณภาพงานเป็นสำคัญ

สำหรับเป้าหมายการขยายพื้นที่ในช่วงที่เหลือของปี บริษัทไม่ได้กำหนดตัวเลขยอดขายจากงานดังกล่าวเป็นเป้าหมายหลัก เนื่องจากระยะเวลาการดำเนินงานยังมีจำกัด แต่ต้องการใช้เป็นโอกาสในการทดสอบตลาดและสร้างฐานลูกค้าใหม่ โดยประเมินว่าลูกค้าต่างจังหวัดอาจมีสัดส่วนประมาณ 10% ของกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาติดต่อในช่วงการทำตลาดในงานรับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2026 ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่วันที่ 16–20 กันยายน 2569 ณ อิมแพ็ค ฮอลล์ 8 เมืองทองธานี ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินเบื้องต้น ไม่ใช่เป้าหมายยอดขายที่ยืนยันแล้ว

“งานนี้จะเป็นตัววัด เป็นเข็มทิศว่า สิ่งที่เราทำและคิดไว้ได้รับการตอบรับจากแฟนพันธุ์แท้ของเรามากน้อยแค่ไหน” นายวรพจน์กล่าวทิ้งท้าย