ธอส. ครบรอบ 70 ปี ช่วยคนไทยมีที่อยู่อาศัยแล้วกว่า 4.4 ล้านครอบครัว เผยผลงานปี 66 ล่าสุดปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้วกว่า 70% ของเป้าสินเชื่อปล่อยใหม่ทั้งปี ชี้การจัดตั้งรัฐบาลใหม่สร้างความเชื่อมั่นให้คนกล้าสร้างหนี้ระยะยาวเพื่อซื้อบ้าน ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหนุนดีเวลล็อปเปอร์กล้าลงทุน มั่นใจปีนี้ทำผลงานได้ตามเป้าทั้งการปล่อยสินเชื่อกำไรสุทธิ
นายกฤษณ์ เสสะเวช กรรมการธนาคาร และรักษาการกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ตลอด 70 ปีที่ผ่าน ธอส.ได้ปล่อยสินเชื่อให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาแล้วมากกว่า 4.4 ล้านครอบครัว โดยในปี 2566 ที่เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว ธอส. ยังคงมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ โดย ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2566 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้กว่า 151,813 ล้านบาท จำนวน 121,016 บัญชี คิดเป็น 64.47% ของเป้าหมายสินเชื่อใหม่ในปี 2566 ที่ตั้งไว้ที่ 235,480 ล้านบาท ส่งผลให้เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2565 ธอส. มียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,658,128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.74% มีสินทรัพย์รวม 1,698,448 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.35% เงินฝากรวม 1,452,142 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.52% หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 71,389 ล้านบาท หรืออยู่ที่ 4.31% ของยอดสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 0.57% จากสิ้นปี 2565 ที่มี NPL อยู่ที่ 3.74% ของยอดสินเชื่อรวม โดยได้มีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่ 140,725 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL สูงถึง 197.12% สะท้อนความมั่นคงและความพร้อมในการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต และมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 15.18% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด และล่าสุด ณ วันที่ 19 กันยายน 2566 ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้กว่า 162,760 ล้านบาท
คิดเป็น 70% ของเป้าหมายสินเชื่อใหม่ในปี 2566 ส่วนสภาพคล่องในปัจจุบันเพียงพอเพื่อปล่อยสินเชื่อใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนสภาพคล่องในปัจจุบันเพียงพอเพื่อปล่อยสินเชื่อใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้มั่นใจว่าในปี 2566 นี้ ธนคารจะสามารถทำผลงานได้ตามเป้าทั้งด้านสินเชื่อปล่อยใหม่และกำไรสุทธิ ซึ่งปัจจุบันธนาคารมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 8,000 ล้านบาท จากเป้ากำไรสุทธิทั้งปีที่ 14,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ธอส. ยังพร้อมดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล โดยจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาส และผู้ที่เข้าไม่ถึงแหล่งทุน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Loan) โดย ณ วันที่ 19 กันยายน 2566 ได้ปล่อยสินเชื่อ Green Loan จำนวนมาก อาทิ สินเชื่อบ้านอยู่เย็น เป็นสุข ปี 2566 มีลูกค้าได้รับสินเชื่อแล้ว จำนวน 6,170 บัญชี วงเงิน 8,514.02 ล้านบาท, สินเชื่อบ้านเบอร์ 5 ลูกค้าได้รับสินเชื่อแล้วจำนวน 270 บัญชี วงเงิน 519.22 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปล่อยสินเชื่อ Green Loan สูงถึง 120.44% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7,500 ล้านบาท รวมถึงโครงการสินเชื่อเพื่ออาคารคาร์บอนต่ำ (Project Loan For Carbon Reduction Building) สำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งธนาคารอนุมัติวงเงินกู้แล้วจำนวน 7 โครงการ วงเงินรวม 259.50 ล้านบาท คิดเป็น 28.83% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 900 ล้านบาท และอยู่ระหว่างดำเนินการพิจารณาสินเชื่ออีกจำนวน 9 โครงการ วงเงินรวม 850 ล้านบาท สะท้อนบทบาท ธอส. มุ่งสู่การเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืน (The Best Housing & Sustainable Bank) โดยให้ความสำคัญกับการปล่อยสินเชื่อ Green Loan ต่อไป
นายกฤษณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวโน้มในปี 2567 จากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น กล้าจับจ่ายใช้สอย และสร้างภาระผูกพันธ์ระยะยาวอย่างการกู้ซื้อบ้าน ขณะที่การมีมาตรการออกกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การลดค่าไฟฟ้า การลดราคาน้ำมัน จะช่วยลดภาระให้ผู้มีรายได้น้อย ส่งผลให้มีเงินเหลือมาผ่อนชำระเงินกู้ซื้อบ้านได้มากขึ้น และการที่ราคาน้ำมันถูกลงก็จะส่งผลให้ราคาวัสดุก่อสร้างไม่สูงขึ้น ดีเวลล็อปเปอร์ก็จะกล้าลงทุนพัฒนาโครงการเพิ่มขึ้นด้วย โดยในปี 2567 ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์คาดว่าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจะมีการขยายตัวประมาณ 3%



