ชาญอิสสระอวดโฉม ดิ อิสสระ สาทร ลักชัวรี่คอนโดมิเนียม ชูจุดเด่นทำเลใจกลางเมือง เจาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ เผยปัจจุบันมียอดขายแล้ว 60% พร้อมเดินหน้าจัด Grand opening โกยยอดขายเพิ่ม กางแผนเตรียมรุกเปิด 3 โครงการใหม่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี รับเศรษฐกิจฟื้น

นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการ ดิ อิสสระ สาทร (The Issara Sathorn) เป็นโครงการที่ผสมผสานอัตลักษณ์ของความเป็นเมืองและธรรมชาติไว้ด้วยกัน ซึ่งทำเลที่ตั้งของโครงการนับว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพ มีสภาพสิ่งแวดล้อมโดยรวมที่ดี อีกทั้งยังมีการคมนาคมที่สะดวกสบาย โลเคชันเหมาะสำหรับการได้พักผ่อนจริงๆ โดยกลุ่มลูกค้าหลักมี 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ทั้งครอบครัวเริ่มต้นและครอบครัวขยาย ซึ่งทางโครงการมีห้องชุดรองรับตั้งแต่ห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 32.75 ตร.ม.จนถึงเพนท์เฮาส์ พื้นที่ใช้สอยสูงสุด 188.76 ตร.ม. และสำหรับผู้ที่มีบุตรหลานที่ศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาชั้นนำในย่านนี้ อาทิ จุลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ โรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ 2.กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองและเดินทางสะดวก และ3.กลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่า ซึ่งราคาเช่าอยู่ที่ประมาณ 17,000 บาทต่อห้องต่อเดือนขึ้นไป แล้วแต่ขนาดของห้อง โดยผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า หรือ Rental Yield อยู่ที่ 4-5%  

นายสงกรานต์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันโครงการ ดิ อิสสระ สาทร มียอดขายแล้ว 60% ในจำนวนนี้เป็นลูกค้าคนไทย 90% และต่างชาติ 10% ได้แก่ ยุโรป อินเดีย จีน ส่วนอีก 3 เดือนที่เหลือของปี 2566 หลัง Grand opening คาดว่าจะทำยอดขายได้เพิ่มอีก 20% เป็น 80% ซึ่งในจำนวนนี้คาดว่าจะได้ลูกค้าชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 20% และเป็นลูกค้าชาวไทย 80% โดยคาดว่าจะปิดการขายทั้งโครงการได้ในปี 2567

ทั้งนี้ ในโค้งสุดท้ายของปี 2566 นายสงกรานต์ เปิดเผยว่า เตรียมรุกหนักเปิดตัว 3 โครงการใหม่ ที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต หัวหิน มูลค่าโครงการรวม 8,000 ล้านบาท หลังเห็นสัญญาณเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว โดยผลประกอบการของบริษัทในปีนี้ คาดทำรายได้เท่ากับ 2565 โดยในส่วนโรงแรมซึ่งมีสัดส่วนรายได้ 30-40% ของรายได้รวมของบริษัท ในปี 2566 นี้ ทำรายได้ดีขึ้น 30-40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ด้านนางธีราภรณ์ ศรีเจริญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการ ดิ อิสสระ สาทร พัฒนาในรูปแบบลักชัวรี่คอนโดมิเนียม สูง 37 ชั้น จำนวน 270 ยูนิต พร้อมกับระบบการจอดรถแบบ Auto Parking สถานีชาร์จรถไฟฟ้า (EV) และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ในส่วนของทำเล โครงการตั้งอยู่บนถนนจันทน์-สาทร ย่านใจกลางเมือง และมีความสะดวกสบายในการเดินทางไปยังจุดต่าง ๆ โดยมีโครงการสะพานข้ามห้าแยก ณ ระนอง ซึ่งเป็นการก่อสร้างสะพานข้ามแยกใหม่ 3 แห่ง จากแยก ณ ระนอง ถึงโรงเรียนนนทรีวิทยา ความยาวสะพานรวมทั้งหมด 1,950 เมตร เพื่อแก้ปัญหาถนนที่มีลักษณะคอขวด นอกจากนี้ยังมีคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางพิเศษสายพระราม3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2567 จะช่วยทำให้การเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ เป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และช่วยเชื่อมเส้นทางคมนาคมครบวงจรระหว่าง CBD และเส้นรอบเมืองมากขึ้น รวมถึงเชื่อมต่อการเดินทางเข้า-ออก เมือง อาทิ พระราม 3 สาทร สีลม นางลิ้นจี้ ไปยังโซนพระราม 2 ได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น

“โลเคชั่นถนนจันทน์-สาทร นอกจากสะดวกสบายเรื่องการเดินทางแล้ว ย่านนี้ยังถือเป็นย่านวัฒนธรรมชุมชนที่มีมนต์เสน่ห์ รายล้อมไปด้วยสาธารณูปโภคมากมาย มีความเป็นเมือง Urban ของย่านธุรกิจที่สำคัญเชื่อมต่อกับความเป็นธรรมชาติ Nature เพราะมีพื้นที่สีเขียวรายล้อม ไม่ว่าจะเป็นสวนลุมพินี สวนเบญจกิติ หรือแม้กระทั่งบางกะเจ้า ที่เปรียบเป็นปอดใจกลางเมืองที่ดีที่สุด จึงทำให้บรรยากาศการอยู่อาศัยของย่านนี้เป็นมากกว่าที่พัก เพราะสามารถทำกิจกรรม กับส่วนกลางที่โครงการได้จัดสรรไว้ได้อย่างเต็มอิ่ม อีกทั้งที่ตั้งโครงการอยู่ถนนจันทน์-สาทร ยังเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่อยู่ใกล้ใจกลางย่านธุรกิจอย่างสีลม สาทร มีถนนรายล้อม (Grid Road System) ประกอบด้วยทางด่วน รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดิน รถด่วนพิเศษ (BRT) เรือด่วนเจ้าพระยา ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของการเดินทางที่หลากหลาย อีกทั้งย่านนี้ยังเป็นแหล่งรวมของอร่อยมากมาย มีอาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลาย ตั้งแต่สตรีทฟู้ดจนถึงมิชลินสตาร์ มีสถานที่แฮงค์เอาท์พักผ่อน หย่อนใจหลังเลิกงาน มี community ต่างๆ ให้ได้พบปะกัน ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นไลฟ์สไตล์ที่มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยในปัจจุบัน จึงเชื่อว่าโครงการ ดิ อิสสระ สาทร จะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างดี” นางธีราภรณ์ กล่าว

ขณะที่นายดิฐวัฒน์ อิสสระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานสร้างสรรค์สื่อ และเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าจุดเด่นของโครงการ ดิ อิสสระ สาทร คือเน้นการออกแบบที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนทุกเจเนอเรชั่น ไม่ว่าจะเป็นการจัดพื้นที่ส่วนกลาง การออกแบบยูนิตพักอาศัย ระบบรักษาความปลอดภัย รวมไปถึงระบบการจอดรถ Auto Parking โดยทุกยูนิตจะให้ความสำคัญกับขนาดพื้นที่ใช้สอยของห้อง มีขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 32.75 – 188.76 ตร.ม. เริ่มที่ 1 Bed, 1 Bed+, 2 Bed, 2 Bed+, 3Bed และ Penthouse ซึ่งแต่ละรูปแบบได้มีการออกแบบ Layout ของห้องที่เป็น Flexible Area ช่วยให้ปรับเปลี่ยนการใช้สอยได้ตามความเหมาะสม

ในส่วนของบรรยากาศโดยรวมทั้งภายในและภายนอกโครงการ นอกจากจะได้สัมผัสวิวเมืองแล้ว ยังได้สัมผัสธรรมชาติของวิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา-บางกะเจ้า จากสิ่งอำนวยความสะดวกในแต่ละชั้นที่เน้นให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว

ในส่วนของนางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง  จำกัด เปิดเผยถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคในการมองหาที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน โดยเฉพาะย่านใจกลางเมือง ว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญในการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมที่สามารถตอบโจทย์ความสะดวกสบายทั้งในเรื่องการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว ลดระยะเวลาในการเดินทาง และมีเวลาได้ใช้ชีวิตในไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเอง ซึ่งที่อยู่อาศัยจึงต้องเป็นมากกว่าที่พัก สามารถเป็นสถานที่ที่ครบครันด้วยการมีพื้นที่ที่มี Lifestyle ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานให้เป็นสถานที่เป็น Workplace เป็น Extreme Lifestyle and Health Conscious ดังนั้น โปรดักส์ที่มีความแตกต่าง มีความเป็น Quite Luxury and Cozy Condo จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับกลุ่มผู้บริโภคในยุคนี้ ซึ่งในปัจจุบัน Supply คอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคยังมีอยู่น้อย เมื่อเทียบกับ Demand ที่มีอยู่

“สิ่งที่น่าจับตามองอีกประการนอกจากเรื่องทำเล ไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์แล้ว ขนาดของพื้นที่ห้องเป็นอีกหนึ่งปัจจัย โครงการที่พัฒนาขนาดห้องให้มีขนาดใหญ่ จำนวนยูนิตไม่เยอะ จะเป็นจุดสนใจให้แก่กลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะทำเลที่อยู่ใกล้โรงเรียนนานาชาติ ที่คาดหวัง Turnover จากผู้ปกครอง รวมถึงโซนออฟฟิศบิวดิ้ง ที่กลุ่ม Expat ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ต่างก็มองหาห้องขนาดใหญ่ในทำเล Prime Area ใจกลางเมือง” นางนลินรัตน์ กล่าว

สำหรับโครงการ ดิ อิสสระ สาทร ราคาโปรโมชันเริ่มต้น 5.59 ล้านบาท โดยโครงการเตรียมจัดแคมเปญพิเศษงาน Grand opening รับโปรโมชัน Extreme Free เพียงลูกค้าจองห้องในระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2566 รับ iPhone 15 pro max, ฟรีเฟอร์นิเจอร์แพกเกจ Euro Creation มูลค่า 1-3 ล้านบาท ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.charnissara.com หรือโทร. 0-2308-2222