สมาคมอาคารชุดไทยสะท้อนภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 ว่ายังคงอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ โดยภาคธุรกิจยังคงจับตาทิศทางมาตรการภาครัฐอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ ต้นทุนการก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ขณะเดียวกันสมาคมฯ ได้จัดสัมมนาพิเศษในหัวข้อ “เจาะลึกกลยุทธ์การกู้บ้านกับ ธอส.” เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมเปิดตัวหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการพัฒนานวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Smart Property Developer : SPD) รุ่นที่ 5 เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการรับมือการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมในอนาคต
นายปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในไตรมาส 2 ปี 2569 ยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองที่กำลังจะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ส่งผลให้ผู้บริโภคเร่งตัดสินใจซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ ขณะที่ผู้ประกอบการเองก็เร่งปิดการขายและส่งมอบโครงการในช่วงครึ่งปีแรก
แม้ตลาดจะยังมีแรงส่งในระยะสั้น แต่ผู้ประกอบการยังคงกังวลต่อแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี หากไม่มีมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมจากภาครัฐ เนื่องจากเศรษฐกิจโดยรวมยังขาดปัจจัยบวกที่ชัดเจน ขณะที่หลายบริษัทเริ่มเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่องและภาระต้นทุนทางการเงิน
“ภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย มีสัดส่วนโดยตรงต่อ GDP ประมาณ 2-3% และหากรวมธุรกิจเกี่ยวเนื่องจะมีสัดส่วนสูงถึง 7-8% ดังนั้นการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจ” นายปิติพัฒน์กล่าว
สำหรับตลาดคอนโดมิเนียม นายปิติพัฒน์ชี้ว่าเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นจากปัจจัยภายนอกที่คลี่คลายลง ทั้งความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของราคาพลังงานโลก ส่งผลให้ผู้บริโภคและนักลงทุนกลับมามีความเชื่อมั่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นประมาณ 15-20% จากราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าขนส่ง และค่าแรง ทำให้หลายบริษัทชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่มีรอบการพัฒนาโครงการยาวกว่าโครงการแนวราบ
นายปิติพัฒน์กล่าวอีกว่า ในภาวะที่ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งเข้มงวดกับการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ยังคงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัย และเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้ซื้อบ้านและผู้ประกอบการผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย
จากความสำคัญของสินเชื่อที่อยู่อาศัยต่อการขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ สมาคมอาคารชุดไทยจึงได้จัดสัมมนาพิเศษในหัวข้อ “เจาะลึกกลยุทธ์การกู้บ้านกับ ธอส.” โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ร่วมถ่ายทอดข้อมูลและประสบการณ์ตรง
ภายในงาน ผู้แทนจาก ธอส. ได้สะท้อนภาพรวมสถานการณ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน โดยระบุว่าผู้ยื่นขอสินเชื่อสามารถผ่านการอนุมัติได้ประมาณ 40% ขณะที่อีกกว่า 60% ยังไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณา สาเหตุหลักมาจากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง เอกสารแสดงรายได้ไม่ครบถ้วน และการขาดการเตรียมความพร้อมทางการเงิน โดยเฉพาะในกลุ่มอาชีพอิสระและคนรุ่นใหม่
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ธอส. ได้พัฒนาโครงการ “ธอส. โรงเรียนการเงิน” เพื่อช่วยสร้างวินัยทางการเงินและเตรียมความพร้อมให้กับผู้ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องฝากเงินอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 12 เดือน เพื่อแสดงศักยภาพในการผ่อนชำระหนี้ในอนาคต ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสามารถนำมาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อได้
ผู้แทน ธอส. ระบุว่า โรงเรียนการเงินเหมาะสำหรับผู้ที่มีประวัติเครดิตไม่สมบูรณ์ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้เริ่มต้นทำงาน และกลุ่มที่ยังไม่มีเอกสารทางการเงินชัดเจน โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เข้าร่วมโครงการแล้วหลายราย เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าสามารถเตรียมความพร้อมก่อนยื่นขอสินเชื่อ
นอกจากนี้ ธอส. ยังนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่หลากหลาย ทั้งสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับกลุ่มสวัสดิการ สินเชื่อสำหรับวิชาชีพเฉพาะ สินเชื่อสำหรับสมาชิก กบข. สินเชื่อติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Loan) รวมถึงสินเชื่อรีไฟแนนซ์ พร้อมย้ำจุดเด่นด้านความยืดหยุ่นในการพิจารณาสินเชื่อ และแนวคิดที่มุ่งเป็นมากกว่าธนาคารเพื่อที่อยู่อาศัย
ในโอกาสเดียวกันนี้ สมาคมอาคารชุดไทยยังได้เปิดตัว “หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (Smart Property Developer : SPD) รุ่นที่ 5” อย่างเป็นทางการ โดยมีนายปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย และ พันเอก ดร.รอยบุญ เลาหะวิไลย ประธานคณะกรรมการหลักสูตร ร่วมแถลงวิสัยทัศน์การพัฒนาหลักสูตร
หลักสูตร SPD รุ่นที่ 5 ได้รับการออกแบบเพื่อพัฒนาผู้บริหาร นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุน และผู้ประกอบการในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมในยุคดิจิทัล ผ่านองค์ความรู้ด้านการพัฒนาโครงการ การเงิน การลงทุน การตลาด การสร้างแบรนด์ เทคโนโลยี ข้อมูล และนวัตกรรมธุรกิจ
นอกจากเนื้อหาเชิงวิชาการจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้นำองค์กรชั้นนำแล้ว ผู้เข้าอบรมยังจะได้รับโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เรียนรู้จากกรณีศึกษาจริง และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ นักลงทุน สถาบันการเงิน และพันธมิตรในอุตสาหกรรม
สำหรับหลักสูตร SPD รุ่นที่ 5 มีกำหนดจัดอบรมระหว่างวันที่ 16 กรกฎาคม – 8 ตุลาคม 2569 รวมระยะเวลา 13 สัปดาห์ ณ โรงแรม S31 สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร โดยเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมอบรมจำนวนจำกัดเพียง 60 คน
การจัดสัมมนา “เจาะลึกกลยุทธ์การกู้บ้านกับ ธอส.” และการเปิดหลักสูตร SPD รุ่นที่ 5 ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของสมาคมอาคารชุดไทยในการเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของภาคอสังหาริมทรัพย์ เพื่อร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมให้สามารถปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภค พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยในระยะยาว






