สามสมาคมอสังหาฯ มองไตรมาส 4 สถานการณ์ตลาดอสังหาฯ สดใสขึ้น ชี้ผู้ประกอบการเร่งทำผลงานให้เข้าเป้า โอกาสทองของคนอยากมีที่อยู่อาศัย ได้โปรฯ ดี ราคาต้นทุนเดิม ก่อนราคาบ้าน-คอนโดฯ ปรับขึ้นตามต้นทุนใหม่ในปีหน้า ด้านประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดเผยงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 44 ซึ่งจัดขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของปี มีผู้ประกอบการแห่ร่วมออกบูธกว่า 150 ราย ขนที่อยู่อาศัยมาให้ลูกค้าช้อปกว่า 1,000 โครงการ คาดยอดคอนโดฯ ดีสุด ตามกระแสตลาด ขณะที่ยอดคนเดินตลอดการจัดงานน่าจะอยู่ที่ 80,000-100,000 คน และสร้างยอดขายภายในงานได้ 3,500 ล้านบาท

นายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ปี 2566 เป็นอีกหนึ่งปีที่ท้าทายสำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากในช่วงกลางปีที่มีการเลือกตั้งเป็นช่วงที่ประชาชนเกิดความไม่มั่นใจ ประกอบกับที่อยู่อาศัยเป็นสินทรัพย์ที่มีราคาสูง จึงชะลอการตัดสินใจซื้อออกไป อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาส 4 คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้น เนื่องจากในส่วนของที่อยู่อาศัยแนวราบ กลุ่มผู้ซื้อส่วนใหญ่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และดีมานด์ไม่ได้หายไป เพียงแต่ชะลอการซื้อออกไปจากช่วงกลางปี ประกอบกับในไตรมาส 4 สถานการณ์โดยรวมของประเทศน่าจะดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น นักท่องเที่ยวก็เข้ามามากขึ้น ขณะที่ปัจจัยลบแทบไม่มีเลย จึงคาดว่าในไตรมาส 4 ตลาดบ้านจัดสรรจะดีขึ้น และดีต่อเนื่องไปจนถึงปี 2567

โดยในปี 2566 ตลาดอาจจะติดลบ 10% ต้นๆ ทั้งในส่วนของการโอนกรรมสิทธิ์ การขออนุญาตจัดสรร และการปล่อยสินเชื่อใหม่ แต่สำหรับในปี 2567 คาดว่าปัจจัยต่างๆ จะดีขึ้น และตลาดน่าจะโตขึ้น 5-6% สอดคล้องกับ GDP ซึ่งคาดว่าในปี 2567 จะขยายตัวอยู่ที่ราว 4%

นายวสันต์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลมากนัก เพราะเกี่ยวพันโดยตรงกับอัตราเงินเฟ้อซึ่งมีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม ราคาบ้านจะมีการปรับตัวขึ้นแน่นอน แต่ไม่ได้ปรับขึ้นเนื่องจากอัตราดอกเบี้ย หากปรับขึ้นตามราคาที่ดิน ซึ่งมีต้นทุนอยู่ที่ราว 30% ของต้นทุนการก่อสร้าง รวมถึงต้นทุนอื่นๆ ทั้งค่าแรง และราคาวัสดุ ซึ่งการซื้อบ้านในช่วงนี้ยังเป็นราคาตามต้นทุนเดิม และเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ดีสำหรับผู้ซื้อ เนื่องจากในช่วงปลายปี ผู้ประกอบการต่างพยายามที่จะทำให้ผลประกอบการเป็นไปตามเป้า จึงมีการจัดโปรโมชันจูงใจผู้ซื้อออกมาทั้งจากฝั่งดีเวลล็อปเปอร์และสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อเพื่อกู้ซื้อบ้าน

ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์ นายกกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษาสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ในปีนี้สถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมน่าจะทรงตัว หากจะดีขึ้นหรือลดลงก็เพียงเล็กน้อย ในขณะที่อัตราการดูดซับก็ลดลงเล็กน้อยจากปี 2565 เช่นกัน เนื่องจากคอนโดระดับกลาง-ล่างมีการขายใหม่น้อยลง และกำลังซื้อต่างชาติยังไม่กลับมา ประกอบกับในช่วงวิกฤตโควิดคนมีรายได้น้อยลง มีนำเงินในอนาคตใช้ก่อน ทำให้เกิดภาระหนี้สิน กำลังซื้อและความสามารถในการขอสินเชื่อจึงลดลง ในส่วนของสถาบันการเงินก็เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น มีการพิจาณาไปจนถึงบริษัทผู้ว่าจ้าง 3 ปีย้อนหลังหากมีภาวะขาดทุน ก็จะไม่ปล่อยกู้ให้พนักงานที่ขอกู้ซื้อบ้าน อย่างไรก็ตาม หวังว่าการมีรัฐบาลใหม่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น

ดร.อาภา กล่าวอีกว่า ต้นทุนส่วนใหญ่ของการพัฒนาคอนโดอยู่ที่ค่าก่อสร้าง ทั้งในส่วนของหิน ปูน ทราย เหล็ก วัสดุตกแต่ง ซึ่งแม้ปัจจุบันค่าเงินเฟ้อจะลดลง แต่สงครามระหว่างอิสราเอล-ฮามาส ก็อาจจะทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น และส่งผลกระทบทำให้ราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายขึ้นค่าแรงปีละ 30% ซึ่งก็จะส่งผลให้ราคาคอนโดในปีหน้าเป็นราคาที่ปรับขึ้นตามต้นทุนใหม่ด้วย ดังนั้น ช่วงปลายปีนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ผู้บริโภคจะซื้อคอนโด เพราะจะได้ในราคาต้นทุนเดิมก่อนปรับราคาขึ้นในปีหน้า

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่บ้านราคาแพงขายดี แต่ขายได้จำนวนน้อย และขายได้ในบางทำเล ส่วนคอนโดยอดขายไม่ค่อยดี เพราะธนาคารเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ยอดการปฏิเสธสินเชื่อจึงสูงมาก และเนื่องจากสภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งเงินอัตราเฟ้อ และสงคราม ก็ส่งผลต่อการให้สินเชื่อในการพัฒนาโครงการของดีเวลล็อปเปอร์ด้วย เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อยจึงขอสินเชื่อพัฒนาโครงการยากขึ้น ในด้านอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ตอนนี้ผู้ซื้อต้องแบกรับ ซึ่งหากกระทบประชาชนในวงกว้าง ก็จะส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อบ้านมากขึ้นตามไปด้วย

ดร.ทัพพ์เทพ ภัคกระนก ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 44 กล่าวว่า “งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 44 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่าง 2 – 5 พฤศจิกายน 2566 ณ ฮอลล์ 5 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จะใช้คอนเซปต์ “Property Solutions” เพื่อสื่อถึงบทบาทของงานมหกรรมฯ ในการเป็นมาร์เกตเพลสที่ครบจบทุกอย่างเรื่องบ้านในงานเดียว เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตและทุกดีมานด์ของผู้บริโภคทั้ง Gen X, Yและ Z โดยได้รวมผู้ประกอบการทั้งดีเวลลอปเปอร์และกลุ่ม NPA และซัพพลายเออร์ด้านวัสดุก่อสร้าง สุขภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงสถาบันการเงินชั้นนำ อย่าง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารยูโอบี ทั้งหมดกว่า 150 รายเอาไว้” 

ภายในงานฯ จะมีโครงการที่อยู่อาศัยมากกว่า 1,000 โครงการจากทั่วประเทศให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อ แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 35% ทาวน์เฮาส์ 30% บ้านเดี่ยว 20% บ้านแฝด 10% และอื่นๆ เช่น ที่ดิน บ้านมือสอง อีก 5% โดยเป็นโครงการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 70% อีก 30% ที่เป็นโครงการจากจังหวัดอื่นๆ ซึ่งรวมถึงเมืองเศรษฐกิจ อย่าง เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี เป็นต้น โดยคาดว่ายอดคนเดินงานตลอดทั้ง4 วันจะอยู่ที่ 80,000-100,000 คน แบ่งเป็นกลุ่มคนใน Gen X ประมาณ 15% Gen Y ที่ 70% ส่วน Gen Z จะอยู่ที่ 10% และอื่นๆ อีก 5% ทั้งนี้ ในด้านยอดขายจากงานครั้งที่ผ่านมา สินค้าประเภทคอนโดฯ ได้รับความนิยมมากที่สุด ตามกระแสตลาดในปัจจุบัน ซึ่งดร.ทัพพ์เทพ คาดว่ายอดขายในงานครั้งที่ 44 นี้ก็จะเป็นเช่นเดียวกัน เนื่องจากคอนโดฯ เป็นเป้าหมายหลักของลูกค้าทั้ง Gen Y และ Z รวมถึงลูกค้าชาวต่างชาติ โดยช่วงราคาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะอยู่ที่ระดับ 3 – 5 ล้าน ตามด้วยระดับ 10 ล้านบาทขึ้นไป

สำหรับการจัดงานงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 44 คณะกรรมการผู้จัดงานและโครงการต่างๆ ได้เตรียมโปรโมชันไว้เอาใจผู้บริโภค อาทิ จองที่อยู่อาศัยในงานมีสิทธ์ลุ้นรับทองคำ 10 บาท และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมมูลค่าของรางวัลเกือบ 6 แสนบาท ทั้งยังมีแคมเปญพิเศษเฉพาะในงานนี้จากโครงการที่เข้าร่วม เช่น ส่วนลดเงินสด รถยนต์ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่สำคัญ ภายในงานยังมีสถาบันการเงินชั้นนำมาให้คำแนะนำและบริการด้านสินเชื่อ สำหรับผู้สนใจจะจองซื้อที่อยู่อาศัยให้เข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยคาดว่าการจัดงานครั้งนี้ จะสร้างยอดขายภายในงานได้ 3,500 ล้านบาท

สำหรับงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 44 จะจัดขึ้นขึ้นในระหว่างวันที่ 2 – 5 พฤศจิกายน 2566 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ฮอลล์ 5 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าได้ที่ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.housecondoshow.com, FB: housecondoshow และ Line: @Housecondoshow  เพื่อรับข้อมูลโครงการและโปรโมชันจากผู้ประกอบการ