เจ.ดี.พูลส์ เผยตลาดสระว่ายน้ำไทยโตสูงสุดในอาเซียน แรงหนุนเมืองท่องเที่ยวและสภาพอากาศร้อน เผยตั้งเป้าปีที่ 30 พลิกบทสู่ผู้กระจายสินค้าครบวงจร พร้อมรุกกลุ่มลูกค้าราชการ โครงการ และสถาปนิก หลังสร้างสระแล้วกว่า 18,800 แห่ง พร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมสระหลายรูปแบบยกระดับคุณภาพน้ำ คาดรายได้ปีนี้โต 10% แตะ 500 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายสาขา-แฟรนไชส์ และเปิดตัว Ice Bath ในงานสถาปนิก’69
นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท เจ.ดี.พูลส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสระว่ายน้ำ เจ.ดี.พูลส์ (J.D.Pools) กล่าวว่า ไทยมีอัตราการเติบโตของตลาดสระว่ายน้ำมากที่สุดในอาเซียน เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวและอากาศร้อน ตลาดจึงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยว อาทิ ภูเก็ต พัทยา สมุย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันตลาดสระว่ายน้ำก็มีการแข่งขันค่อนข้างสูง เนื่องจากภาวะสงคราม เศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจภายในประเทศ
สำหรับเจ.ดี.พูลส์ ปัจจุบันดำเนินธุรกิจครบรอบ 29 ปี โดยมีโรงงานผลิตในประเทศ และมีสำนักงานขายกระจายอยู่ 20 จังหวัด กับผลงานในการสร้างสระว่ายน้ำจำนวนกว่า 18,800 สระทั่วประเทศ และนอกจากการสร้างสระในประเทศ ยังมีการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศด้วย ซึ่งพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นในแบรนด์และความไว้วางใจในคุณภาพผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภค นำมาสู่เป้าหมายของบริษัทในปีที่ 30 กับความพร้อมในการเป็นผู้กระจายสินค้าระดับประเทศที่ครบทุกกลุ่มสินค้าของสระว่ายน้ำไปยังกลุ่มหน่วยงานราชการ ลูกค้าโครงการ และสถาปนิก
นายธนูศักดิ์ กล่าวอีกว่า เดิมลูกค้าหลักของบริษัทคือกลุ่มที่ต้องการสระว่ายน้ำในตลาดบ้านทุกระดับ และได้ขยายตลาดสู่สระหรูในพูลวิลล่า สระในโรงแรม สระในคอนโดมิเนียมของภาคเอกชน และปัจจุบันเจ.ดี.พูลส์ยังได้รับความไว้วางใจจากทางราชการให้สร้างสระระดับมาตรฐานโอลิมปิกให้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พระนครศรีอยุธยา อบจ.ลพบุรี ฐานทัพเรือกรุงเทพ และฐานทัพเรือพังงา ซึ่งการสร้างสระว่ายน้ำขนาดใหญ่นี้ต้องใช้เทคโนโลยีระดับสูงทั้งงานก่อสร้างและการควบคุมคุณภาพน้ำ
ขณะเดียวกันเจ.ดี.พูลส์ยังมีเป้าหมายในการพัฒนาผลงานเพื่อสังคมโดยมุ่งสร้างสระว่ายน้ำมาตรฐานสำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก(ศพด.)ทั่วประเทศซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ระดับ เทศบาลและอบต. ในวงเงินประหยัดเพียง 5 แสนบาท ซี่งพัฒนามาจากสระว่ายน้ำที่เป็นนวัตกรรมของเจ.ดี.พูลส์คือ สระไอสตีล(iSteel Pool) สระคอมโพสิต(Composite Pool) และสระไอพีไลเนอร์(iP Liner Pool) ซึ่งได้ทั้งความแข็งแรงทนทาน ประหยัดงบประมาณ และสร้างเสร็จในเวลาที่รวดเร็ว
“การสร้างสระว่ายน้ำในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนอกจากประโยชน์ในการให้เด็กได้เรียนว่ายน้ำ ได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพอย่างสนุกสนานแล้ว ยังช่วยลดปัญหาเด็กเล็กเสียชีวิตจากการจมน้ำซึ่งประเทศไทยยังมีสถิติสูง จึงเป็นเรื่องน่ายินดีที่อปท.หลายแห่งเล็งเห็นความสำคัญในกรณีนี้และเจ.ดี.พูลส์ ได้รับความไว้วางใจให้ทำการก่อสร้างแล้วกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ” นายธนูศักดิ์ กล่าว
นายธนูศักดิ์กล่าวต่อไปว่าเจ.ดี.พูลส์เติบโตต่อเนื่องมาถึงปีที่ 30ได้เพราะไม่เคยหยุดนิ่ง มีทั้งพัฒนานวัตกรรมด้วยตนเองและนำเข้านวัตกรรมจากทั่วโลก นอกจากนวัตกรรมด้านสระว่ายน้ำทั้ง3ประเภทดังกล่าวแล้ว ยังมีเครื่องกรองเจ.ดี.ฟิลเตอร์ที่เป็นเครื่องกรองไร้ท่อที่มีห้องปั๊มรวมมาด้วย ติดตั้งสะดวกใช้พื้นที่น้อย ระบบเกลือบำบัดน้ำอัจฉริยะ Salt-AI มีมาพร้อมแอพพลิเคชั่น PoolLink ที่สามารถควบคุมจากโรงงานและจากตัวลูกค้าในการตรวจสอบคุณภาพน้ำ สระบบผ้าคลุมสระอัตโนมัติ หุ่นยนต์ทำความสะอาดสระ ระบบน้ำร้อนน้ำเย็น ระบบว่ายทวนกระแสเพื่อนักกีฬาว่ายน้ำและเพื่อสุขภาพ
สำหรับปีนี้นายธนูศักดิ์เปิดเผยว่า เจ.ดี.พูลส์มีผลิตภัณฑ์เกลือและเคมีที่รักษาคุณภาพน้ำที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อสุขภาพเข้ามาให้คนไทยได้ใช้ในราคาพิเศษ พร้อมกันนี้ในงานสถาปนิก’69 จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ Ice Bath อ่างแช่น้ำเย็นที่เหมาะสำหรับนักกีฬาและผู้รักสุขภาพ จำหน่ายในราคาพิเศษ
“แม้ไทยจะมีอัตราการเติบโตของตลาดสระว่ายน้ำมากที่สุดในอาเซียน แต่ในเรื่องของคุณภาพ และนวัตกรรมใหม่ๆ ยังมีความรู้มีจำกัด เจ.ดี.พูลส์จึงต้องการเข้ามาทำธุรกิจในด้านนี้ โดยการทำให้ 18,800 สระว่ายน้ำที่เจ.ดี.พูลส์สร้างไปแล้ว รวมทั้งสระว่ายน้ำที่มีอยู่แล้วในประเทศไทยดีขึ้น เบื้องต้นตั้งเป้าประมาณ 20% จาก 18,800 สระ หรือ 300 ราย ซึ่งจะสร้างรายรับให้บริษัทประมาณ 30 ล้านบาท ขณะที่บริษัทจะเร่งขยายความเข้าใจไปยังหน่วยงานภาครัฐในการใช้สระว่ายน้ำให้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้รายได้ของบริษัทจะมาทั้งจากกลุ่มหน่วยงานราชการ ลูกค้าเดิม และการแนะนำนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อทำให้สระว่ายน้ำที่มีอยู่แล้วมีคุณภาพมากขึ้น โดยปีนี้คาดผลประกอบการของบริษัทจะเติบโตราว 10% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท” นายธนูศักดิ์ กล่าว
ด้านการลงทุนในอนาคต นายธนูศักดิ์ เผยว่า จะมีการขยายสาขาและและแฟรนไชน์ และจับคู่พาร์ทเนอร์ในต่างประเทศมากขึ้น โดยจากเดิมที่บริษัทมี 8 สาขา 12 แฟรนไชน์ ภายใน 3 ปีตั้งเป้าเปิดเพิ่มอีก 10 โชว์รูม
นายธนูศักดิ์เปิดเผยอีกว่า เพื่อฉลองการก้าวสู่ปีที่ 30 สำหรับผู้จองซื้อสระเจ.ดี.พูลส์ในงานสถาปนิก’69 รับฟรีระบบ Salt-AI กับหุ่นยนต์ทำความสะอาดสระเจ.ดี.พูลส์ พร้อมกับมอบคูปองมูลค่า 100,000 บาทแก่ลูกค้าเดิมของเจ.ดีพูลส์เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อผลิตภัณฑ์ทุกประเภทในงานสถาปนิก’69 หรือตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน-30กันยายน 2569 ส่วนลูกค้ารายใหม่หรือผู้มีสระว่ายน้ำทั่วไปทางบริษัทจะมอบคูปองส่วนลดมูลค่า 30,000บาท ใช้ซื้อผลิตภัณฑ์ได้ในเวลา 3 เดือน จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
ผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมบูธเจ.ดี.พูลส์ได้ในงานสถาปนิก’69 ระหว่างวันที่ 28 เมษายน-3 พฤษภาคม 2569 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ที่บูธหมายเลข S404 หรือดูรายละเอียดทางเว็บไซต์ www.jdpools.com







