บริษัท 1.6 ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (วันพ้อยท์ซิกซ์) ร่วมกับ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ประกาศการดำเนินก่อสร้างโครงการ “เดอะ สแตรนด์ ทองหล่อ – THE STRAND THONGLOR” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Essentially More” แล้วเสร็จ 100% โชว์ตัวเลยยอดขายมากกว่า 60% เดินเกมรุกเจาะกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบความหรูหรา การออกแบบที่เน้นประโยชน์ใช้สอยสูงสุด และคอมมิวนิตี้ไลฟ์สไตล์ย่านทองหล่อ พร้อมชวนลูกบ้าน Ready to Move in ล่าสุด ดึง แบรนด์ ได้แก่ D’ARK /  Boundary / Dream Loft / Marchwood เติมเต็มไลฟ์สไตล์บนพื้นที่ Commercial พร้อมเปิด “THE STRAND Park” พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ เพื่อสร้างไลฟ์สไตล์คอมมิวนิตี้มิกซ์ยูส Live-Eat-Work เติมเต็มความสมดุลแห่งชีวิตบนพื้นที่ต้นซอยทองหล่อ ตั้งเป้าปิดการขายทั้งโครงการปี 66

นางสาวธัญทิพ เจียรวนนท์ ประธานบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท 1.6 ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า จากความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ และบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ในปี พ.ศ. 2561 เพื่อดำเนินการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับอัลตร้าลักชัวรี่ ภายใต้ชื่อ “เดอะ สแตรนด์ ทองหล่อ – THE STRAND THONGLOR” มูลค่ามากกว่า 4,800 ล้านบาท ด้วยคอนเซ็ปต์ Essentially More” ที่ต้องการนำเสนอประสบการณ์การอยู่อาศัยในรูปแบบ Mixed-Use ให้เกิดขึ้นบนพื้นที่ทองหล่อ เพื่อเป็นการตอกย้ำคำมั่นที่ต้องการสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ประกอบกับวิสัยทัศน์ของบริษัท “The Smart Difference: แตกต่างอย่างชาญฉลาด” เราจึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และเติมเต็มไลฟ์สไตล์ ด้วยความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อาทิ HB Design ร่วมออกแบบด้านสถาปัตยกรรม, PIA Interior ร่วมออกแบบภายในโครงการสไตล์ Minimal Luxury, TROP ร่วมออกแบบด้านภูมิสถาปัตยกรรม ภายใต้แนวความคิด Live in a horizontal house with the front yard garden ด้านการขายยังจับเทรนด์การตลาดรูปแบบใหม่ๆ โดยร่วมมือกับ Zipmex เข้ามาบริหารการลงทุนซื้อ-ขายอสังหาฯ ผ่านการใช้สกุลเงินคริปโตฯ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สังคมไร้เงินสดของคนรุ่นใหม่

ด้านนายชวิน อรรถกระวีสุนทร กรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท 1.6 ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน โครงการคอนโดมิเนียม เดอะ สแตรนด์ ทองหล่อ ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ 100% โดยปัจจุบันมียอดขายอยู่ที่ 60% จากทั้งหมด 188 ยูนิต ซึ่งในจำนวนนี้เป็นลูกค้ากลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง 70% และกลุ่มนักลงทุน 30% ขณะที่เป็นกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ 20% โดยมียอดโอนอยู่ที่ 25% และแม้ว่าจะปีนี้จะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ลูกค้าชาวต่างชาตก็ยังโอนกรรมสิทธิ์ตามระยะเวลาที่กำหนด และรับรู้รายได้ประมาณ 1,200 ล้านบาท ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ที่เป็นกลุ่มคนไทย เป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์แบบ Minimal Luxury มีการใช้ชีวิตในรูปแบบเฉพาะตัว เน้นตอบสนองการอยู่อาศัยที่รักการใช้ชีวิตในเมืองและให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว อาทิ กลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มครอบครัวคนรุ่นใหม่ กลุ่มคนที่ทำงานระดับผู้บริหารบริษัท และกลุ่ม Young at Heart ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง เข้าสังคมอยู่บ่อยๆ มีคอมมิวนิตี้ชอบทำกิจกรรม เป็นต้น สำหรับกลุ่มชาวต่างชาติ จะเป็นกลุ่ม Expats ผู้บริหารชาวต่างชาติ หรือกลุ่มคนต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย เป็นต้น จากความหลากหลายของกลุ่มลูกค้า ทำให้เราตัดสินใจแต่งตั้งให้ Jones Lang LaSalle Incorporated (JLL) มาดูแลงานนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อให้ลูกบ้านได้รับบริการระดับมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความประทับและเกิดการบอกต่อในกลุ่มฐานลูกค้าระดับเดียวกัน

โดยในปี พ.ศ. 2565 บริษัทวางกลยุทธ์เกมรุกในการเจาะและขยายฐานกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบความหรูหรา มีไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบที่อยู่อาศัยที่ถูกออกแบบโดยเน้นประโยชน์ใช้สอยสูงสุด นิยมคอมมิวนิตี้ไลฟ์สไตล์ย่านทองหล่อในระดับ Elite และ Platinum ทั้งในเชิงของไลฟ์สไตล์การกิน เที่ยว สังสรรค์ ปาร์ตี้ หรือแม้แต่กีฬาในรูปแบบเฉพาะกลุ่ม ทั้งกอล์ฟ เรือใบ ขี่ม้า เป็นต้น รวมทั้ง ยังคงไม่ลืมกลุ่มชาวต่างชาติและนักลงทุนต่างชาติอีกด้วย ทั้งนี้ ยังพร้อมเปิดให้ลูกบ้านสามารถมาอยู่อาศัยในโครงการได้ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2565 และสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของโครงการได้ 100% ทั้ง The Playroom ที่มีส่วนของ Play room และ Tutor room,  The Clubhouse ชั้น 27 ที่รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ The Sky Lounge, Fitness & Meditation Studio โดยใช้เครื่องเล่นจาก Techno Gym, สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ สำหรับผู้ใหญ่ และสระว่ายน้ำสำหรับเด็ก รวมทั้งห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมห้องอบไอน้ำแยกชายหญิง นอกจากนี้ บนชั้น Rooftop ยังวาง Putting green สำหรับคนที่ชื่นชอบกีฬากอล์ฟ เปรียบเทียบเสมือนเล่นกอล์ฟ 9 หลุม และ BBQ area

นางสาวธัญทิพ กล่าวเสริมว่า สำหรับอีกหนึ่งความพิเศษ คือ โครงการพร้อมเปิดพื้นที่ Commercial โดยได้เชิญ พาร์ทเนอร์สร้างสรรค์สีสันไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และคอมมิวนิตี้ให้กับพื้นที่ต้นซอยทองหล่อ ได้แก่ D’ARK /  Boundary / Dream Loft / Marchwood ซึ่งแต่ละแบรนด์ล้วนโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ในการนำเสนอไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และเสมือนเป็นเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์ที่มาร่วมเปิดภายในโครงการโดยเฉพาะ และอีกหนึ่งความพิเศษ คือ การเปิด THE STRAND Park” พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ เพื่อสร้างไลฟ์สไตล์คอมมิวนิตี้มิกซ์ยูส Live-Eat-Work เติมเต็มความสมดุลแห่งชีวิตบนพื้นที่ต้นซอยทองหล่อ โดยบริษัทได้วางกลยุทธ์การสื่อสารให้พื้นที่ตรงนี้เป็น Community ที่สร้างสีสันให้กับทั้งลูกค้าบ้านและคนทั่วไปที่สัญจรไปมาหรือเข้ามาใช้ไลฟ์สไตล์ โดยทางโครงการได้ประเดิมเปิดตัวพื้นที่ด้วยการจัดงาน “MERRY LITTLE CHRISTMAS” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จ และเปิดบริการพื้นที่ Commercial อย่างเป็นทางการ”

“ด้วยความมุ่งมั่นของบริษัทที่ต้องการสร้างสรรค์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณภาพและความแตกต่าง เรามองว่า โครงการคอนโดมิเนียม เดอะ สแตรนด์ ทองหล่อ จะเป็นหนึ่งในโครงการคอนโดมิเนียมที่เข้ามาเซตระดับมาตรฐาน และเป็นตัวจุดประกายให้เกิดมิติใหม่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ ที่สร้างความแตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเราคาดการณ์เป้ายอดขายปลายปี พ.ศ. 2565 มากกว่า 70% และจะสามารถปิดการขายได้ทั้งโครงการในปี 2566” นางสาวธัญทิพ กล่าวสรุป