สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ผนึกกำลัง เปิดงาน ‘มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 : ครบที่สุด ทุกที่ ทุกทำเล ทุกราคากว่า 1,000 โครงการ’ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ Hall 8 ชั้น LG ระหว่างวันที่ 29 ต.ค.-1 พ.ย. 69 ภายใต้แนวคิด “The Future of Sustainable Living” ยกระดับสู่ Green Expo เชื่อมผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน และนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย เข้ากับผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองมากกว่าราคาและทำเล โดยรวบรวมกว่า 1,000 โครงการทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกระดับราคาและทุกทำเล พร้อมข้อเสนอพิเศษและบริการสินเชื่อภายในงาน “เอกนิติ” ชี้มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนองช่วยหนุนยอดโอนกรรมสิทธิ์โต 17% ในครึ่งปี ขณะที่สินเชื่อภาคอสังหาฯ ขยายตัว 12% หลังติดลบต่อเนื่อง เดินหน้าสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ดอกเบี้ย 2 ปีแรก 2.60% หวังเพิ่มโอกาสประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัย พร้อมขับเคลื่อนสินเชื่อบ้านและการลงทุนประหยัดพลังงาน

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในพิธีเปิดงาน “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50” ว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับธุรกิจหลายภาคส่วน ทั้งการก่อสร้าง แรงงาน วัสดุอุปกรณ์ตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ ตลอดจนบริการทางการเงิน การส่งเสริมให้ตลาดที่อยู่อาศัยมีความเข้มแข็งจึงไม่เพียงช่วยให้ประชาชนมีบ้านเป็นของตนเอง แต่ยังสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้ไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง

สำหรับมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้ดำเนินมาตรการลดค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการโอนกรรมสิทธิ์และการจดจำนอง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อที่อยู่อาศัย และสนับสนุนให้เกิดการตัดสินใจซื้อขายในตลาด โดย ดร.เอกนิติระบุว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นประมาณ 17% ในช่วงครึ่งปี ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการออกแบบมาตรการที่มุ่งกระตุ้นกิจกรรมในตลาดอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณบวกจากสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัวประมาณ 12% หลังจากเผชิญภาวะติดลบมาอย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมสินเชื่อทั้งระบบจะยังไม่ฟื้นตัวอย่างทั่วถึง แต่การกลับมาขยายตัวของสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยถือเป็นสัญญาณที่ดี และสะท้อนถึงบทบาทของมาตรการภาครัฐในการช่วยประคับประคองตลาด

ดร.เอกนิติกล่าวอีกว่า อีกหนึ่งนโยบายสำคัญคือการสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยมอบหมายให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ดำเนินโครงการสินเชื่อ “บ้านคนละหลัง PLUS” เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง สามารถขอสินเชื่อภายใต้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เหมาะสมกับความเสี่ยงของผู้กู้ โครงการดังกล่าวกำหนดอัตราดอกเบี้ย 2 ปีแรกเริ่มต้น 2.60% ต่อปี พร้อมขยายโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อให้แก่ประชาชน โดย ธอส. จะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนนโยบายดังกล่าว เนื่องจากเป็นสถาบันการเงินของรัฐที่มีภารกิจช่วยเหลือประชาชนด้านที่อยู่อาศัย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังระบุอีกว่า การลดภาระต้นทุนในการซื้อบ้านควบคู่กับการเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด เพราะที่อยู่อาศัยเป็นความจำเป็นพื้นฐานของประชาชน

นอกจากการเพิ่มโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยแล้ว รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว โดยสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการประหยัดพลังงาน การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป และการใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทย

ดร.เอกนิติกล่าวว่า การขับเคลื่อนภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องดำเนินควบคู่กันทั้งการลดต้นทุน เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ และการกำหนดทิศทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยมองว่าเศรษฐกิจสีเขียวไม่ใช่เพียงแนวทางที่ควรดำเนินการ แต่เป็นสิ่งจำเป็น เพราะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชน ลดความเสี่ยงจากความผันผวนด้านพลังงาน และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ

“อสังหาริมทรัพย์เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจไทย หากภาคอสังหาริมทรัพย์ดี เศรษฐกิจไทยก็มีโอกาสดีขึ้น และหากภาคอสังหาริมทรัพย์พัฒนาอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจไทยก็จะมีความยั่งยืนตามไปด้วย” ดร.เอกนิติกล่าว

ด้านนายกอบเดช ตั้งไชยวงศ์ ประธานการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 กล่าวว่า งานครั้งนี้เป็นหมุดหมายสำคัญที่วงการอสังหาริมทรัพย์ไทยก้าวจากการแข่งขันด้านราคา ทำเล และโปรโมชัน ไปสู่การแข่งขันด้านคุณค่าของการอยู่อาศัย หรือ Value of Living โดยนำแนวคิด Green Economy และ Sustainability มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่อยู่อาศัย

“Green Living ไม่ควรเป็นเพียง Concept หรือจุดขายของโครงการระดับพรีเมียม แต่ต้องเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคซื้อได้จริงเพราะความคุ้มค่าของการซื้อบ้านไม่ได้วัดจากราคาขายอย่างเดียว แต่ต้องมองต้นทุนการอยู่อาศัยตลอดอายุบ้าน ทั้งค่าไฟฟ้าการใช้พลังงาน และการดูแลรักษา เราจึงต้องการให้งานครั้งที่ 50 เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนบ้านรักษ์โลกให้เป็นทางเลือกที่จับต้องได้สำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม” นายกอบเดชกล่าว

สำหรับแนวคิด The Future of Sustainable Living เชื่อมที่อยู่อาศัยเข้ากับเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่อาคารเขียว (Green Building) การออกแบบบ้านให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ Solar Rooftop ระบบ Smart Home และ EV Charger ไปจนถึงวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและพื้นที่สีเขียว ซึ่งเชื่อมโยงกับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจโดยตรง เช่น การออกแบบให้ระบายอากาศและรับแสงธรรมชาติช่วยลดการใช้พลังงาน Solar Rooftop ช่วยลดค่าไฟระยะยาว และ Smart Home ช่วยบริหารการใช้พลังงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ด้านการขับเคลื่อน Green Economy ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคการเงิน โดยเฉพาะการสร้างโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนบ้านประหยัดพลังงาน เช่น Green Home Loan และ Green Finance ซึ่งจะช่วยขยายตลาดบ้านประหยัดพลังงานจากกลุ่มเฉพาะไปสู่ตลาดวงกว้าง งานครั้งนี้จึงรวมโครงการที่อยู่อาศัยและบริการสินเชื่อไว้ในพื้นที่เดียว เพื่อให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบทางเลือกควบคู่ไปกับความสามารถในการผ่อนชำระ

“การเปลี่ยนผ่านสู่ Green Economy จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากมีเพียงผู้ประกอบการที่พัฒนาสินค้า แต่ผู้บริโภคเข้าไม่ถึงความร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้ให้บริการเทคโนโลยี และสถาบันการเงิน จึงเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ Green Living เกิดขึ้นจริง อย่างไรก็ตามสิ่งที่ 3 สมาคมอสังหาฯ คาดหวังจากการจัดงานครั้งที่ 50 ไม่ใช่เพียงการกระตุ้นกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจช่วงปลายปี แต่เราต้องการยกระดับบทบาทจากเวทีซื้อขาย สู่แพลตฟอร์มที่เชื่อมการลงทุน เทคโนโลยี การเงินและความยั่งยืนเข้าด้วยกัน เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่ทำให้ผู้บริโภคซื้อบ้านได้ในวันนี้ แต่ต้องให้บ้านที่ซื้อวันนี้มีคุณภาพ คุ้มค่าและตอบโจทย์ชีวิตในอนาคต เราอยากเห็น Green Living เปลี่ยนจากทางเลือกของคนบางกลุ่มไปสู่มาตรฐานใหม่ของบ้านยุคนี้” นายกอบเดช กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน ดร.ทัพพ์เทพ ภัคกระนก ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 กล่าวว่า อีกบทบาทสำคัญของงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 50 คือการเป็น Real Estate Marketplace ที่เชื่อม Green Supply จากฝั่งผู้ประกอบการเข้ากับ Real Demand ของผู้บริโภค เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อเปรียบเทียบทั้งราคา ทำเล คุณภาพโครงการ เทคโนโลยี และความคุ้มค่าระยะยาวในที่เดียว ในช่วงที่ภาคอสังหาริมทรัพย์กำลังปรับตัวรองรับ Green Economy และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยระดับราคาโครงการที่เข้าร่วมงานเบื้องต้นเริ่มตั้งแต่ราคา 1 ล้านบาทจนถึงโครงการระดับอัลตร้าลักชัวรี่ (Ultra Luxury) ทั้งแนวราบและคอนโด พร้อมส่วนลดโปรโมชั่นสูงสุด อย่างไรก็ตามเราคาดว่าผู้ประกอบการจะลดราคาเพียง 5–10% โดยผู้ประกอบการแต่ละเจ้า หรือ แต่ละโครงการจะเน้นไปที่ข้อเสนอพิเศษ อาทิ ฟรีค่าโอน และแถมเฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ ขณะเดียวกันทางมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 ได้เตรียมรางวัล ส่วนลดเงินสดมูลค่า 100,000 บาทพร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้ารวมกว่า 600,000 บาทไว้สำหรับผู้ที่จองที่อยู่อาศัยภายในงานอีกด้วย

“งานนี้คือ Real Estate Marketplace ที่ผู้ซื้อเปรียบเทียบได้ครบในที่เดียว ทั้งราคา ทำเล และข้อเสนอ โดยโปรโมชั่นปีนี้ไม่ใช่การลดราคากระหน่ำ แต่เป็นข้อเสนอที่คุ้มค่าจริง ทั้งฟรีค่าโอนและเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อได้ตั้งแต่วันแรกที่ตัดสินใจ” ดร.ทัพพ์เทพกล่าว

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ร่วมนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านวัสดุที่มุ่งเปลี่ยนเศษวัสดุจากการก่อสร้างและของเสียจากภาคอุตสาหกรรมให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ อาทิ การพัฒนากระเบื้องและวัสดุเซรามิกจากของเสียอุตสาหกรรม การผลิตยิปซัมสังเคราะห์เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนและเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้ง ตลอดจนการพัฒนาคอนกรีตพรุนจากมวลรวมเซรามิกรีไซเคิล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยนำมาจัดแสดงภายในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50

สำหรับ ‘มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50: ครบที่สุด ทุกที่ ทุกทำเล ทุกราคา กว่า 1,000 โครงการ’ รวบรวมโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน พร้อมโปรโมชันพิเศษและบริการให้คำปรึกษาด้านสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมได้ระหว่างวันที่ 29 ต.ค. – 1 พ.ย. 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ Hall 8 ชั้น LG เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00–20.00 น. สามารถติดตามข่าวสารการจัดงานได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/housecondoshow / Line Official: https://bit.ly/3G2a6M7 / IG: https://bit.ly/3UxN6OD / TikTok: https://bit.ly/4zCnNeu / Youtube: https://bit.ly/4xYP6xM