HBA เผยตลาดรับสร้างบ้านปี 69 ยังโตจากแรงหนุนกลุ่มเรียลดีมานด์ ยอดจองของสมาชิกสมาคมไตรมาสแรกพุ่ง 20% แม้วิกฤตพลังงานดันต้นทุนก่อสร้างเพิ่ม แต่ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ เตือนผู้ประกอบการเลี่ยงแข่งขันด้านราคา เสี่ยงกระทบคุณภาพงาน และความอยู่รอดของธุรกิจระยะยาว แนะทางรอดค้นหาจุดเด่น บริหารต้นทุนและกระแสเงินสดอย่างมีวินัย พร้อมนำเทคโนโลยีและระบบบริหารจัดการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

>>>ตลาดรับสร้างบ้านส่งสัญญาณบวก สวนกระแสเศรษฐกิจ

แม้ปัจจุบัน ประเทศไทยจะต้องเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ต้นทุนพลังงานที่ผันผวน แต่สำหรับธุรกิจรับสร้างบ้านยังคงมีสัญญาณเชิงบวกจากความต้องการที่อยู่อาศัยจริงของผู้บริโภค

นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านมีลักษณะแตกต่างจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป เนื่องจากเป็นตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีที่ดินและมีแผนก่อสร้างบ้านอย่างชัดเจน จึงส่งผลให้ตลาดมีความผันผวนน้อยกว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น

จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) พบว่า ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 จำนวนใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นประมาณ 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นราว 5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปี 2568 ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกของตลาด แม้ว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากความต้องการที่ต่อเนื่องมาจากช่วงปลายปีที่ผ่านมา

ขณะที่ยอดจองปลูกสร้างบ้านของสมาชิกสมาคมในไตรมาสแรกของปี 2569 เติบโตประมาณ 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบ้านในช่วงราคา 5–10 ล้านบาท ยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บ้านราคา 3–5 ล้านบาทในต่างจังหวัดก็มีแนวโน้มเติบโตที่ดีเช่นกัน ส่วนบ้านระดับ 20–50 ล้านบาทยังสามารถเดินหน้าต่อได้ แต่สำหรับบ้านระดับราคาเกิน 50 ล้านบาท พบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังชะลอการตัดสินใจ เพื่อรอความชัดเจนของภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยแวดล้อมต่างๆ

>>>วิกฤตพลังงงานส่งผลต้นทุนก่อสร้างเพิ่ม แต่อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

แม้จะเป็นตลาดเรียลดีมานด์ แต่นายอนันต์กรยอมรับว่า ในช่วงที่เกิดสงครามอ่าว ตามมาด้วยวิกฤตพลังงาน ผู้ประกอบธุรกิจรับสร้างบ้านต่างมีความกังวลอย่างมาก เนื่องจากราคาน้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และค่าขนส่งปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ค่าแรงก็มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มนิ่งมากขึ้น ราคาวัสดุบางประเภทโดยเฉพาะเหล็กเริ่มกลับมาทรงตัวหรือปรับลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันสามารถคาดการณ์ได้มากขึ้น แม้ราคาปูนจะยังคงไม่ปรับราคาลง ค่าขนส่งยังคงสูง แต่โดยเฉลี่ยต้นทุนก่อสร้างโดยรวมก็เพิ่มขึ้นประมาณ 3-5% เท่านั้น ซึ่งยังอยู่ในระดับที่ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการได้ ด้วยการไปลดต้นทุนด้านอื่นๆ เช่นการใช้ระบบ ERP บริหารจัดการภายในองค์กร ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในทุกขั้นตอน การวางแผนจัดซื้อวัสดุล่วงหน้า และใช้ประโยชน์จากอำนาจต่อรองด้านปริมาณการสั่งซื้อ เพื่อควบคุมต้นทุนให้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว

>>>ยักษ์อสังหาฯ บุกตลาดรับสร้างบ้าน HBA มองไม่ใช่ภัย แต่คือโอกาสขยายเค้ก

อีกกรณีที่เป็นที่จับตามอง จากมีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หรือดีเวลลอปเปอร์เริ่มเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาดรับสร้างบ้าน นายอนันต์กรมองว่าเรื่องนี้ไม้ได้ส่งผลกระทบต่อผู้เล่นรายเดิม หากแต่เป็นพัฒนาการเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมโดยรวม เพราะการเข้ามาของแบรนด์ขนาดใหญ่ช่วยสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคข้าใจรูปแบบธุรกิจรับสร้างบ้านมากขึ้น และยังช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของตลาดอีกด้วย

“ปัจจุบันตลาดรับสร้างบ้านทั่วประเทศกว่า 95% ยังอยู่ในมือผู้รับเหมาทั่วไป ขณะที่บริษัทรับสร้างบ้านที่ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบมีสัดส่วนเพียงประมาณ 5% เท่านั้น ดังนั้นผู้เล่นรายใหญ่จึงไม่ได้เข้ามาแย่งเค้กจากสมาชิกสมาคม แต่มีส่วนในการช่วยขยายตลาดและช่วยให้ผู้บริโภคเห็นความสำคัญของการเลือกผู้ประกอบการที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่า”

>>>เปิดสูตรอยู่รอดธุรกิจรับสร้างบ้าน สงครามราคาคือทางตัน ต้องแข่งขันด้วยคุณภาพ

ในยุคที่ต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายหลายด้าน ทั้งวิกฤตพลังงาน ต้นทุนค่าก่อสร้าง การที่ดีเวลล็อปเปอร์ยักษ์ใหญ่เข้ามาเป็นผู้เล่นรายใหม่ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านได้แนะสูตรทางรอดโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลางด้วยการค้นหาจุดเด่นของตนเองให้เจอเพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด และเป็นตัวเลือกสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่มีความชอบนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการออกแบบ คุณภาพงานก่อสร้าง การบริการ หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าแทนการแข่งขันด้านราคา

ซึ่งสำหรับการแข่งขันในตลาดรับสร้างบ้านโดยเฉพาะสงครามราคาที่ปัจจุบันถูกมองว่าเข้าสู่ภาวะ “Red Ocean” นายอนันต์กรมองว่าผู้ประกอบการไม่ควรใช้กลยุทธ์ตัดราคาเป็นเครื่องมือหลัก เพราะเป็นแนวทางที่ไม่ยั่งยืนและอาจนำไปสู่ปัญหาทางการเงินในอนาคต

“สิ่งที่สมาคมย้ำกับสมาชิกเสมอคืออย่าแข่งขันด้วยราคา เพราะสุดท้ายจะกระทบต่อคุณภาพงานและความอยู่รอดของธุรกิจ” นายอนันต์กรกล่าว

ทั้งนี้ อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในนำพาธุรกิจให้อยู่รอดคือการบริหารกระแสเงินสด (Cash Flow) ซึ่งถือเป็นหัวใจของธุรกิจรับสร้างบ้าน เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ได้รับเงินจากลูกค้าตามงวดงาน หากมีการคำนวนและบริหารจัดการไม่ดีอาจนำไปสู่ปัญหาขาดสภาพคล่อง ซึ่งตัวอย่างมีให้เห็นจากกรณีที่มีผู้รับเหมาบางรายรับเงินค่างวดแล้วทิ้งงานไป

“ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยล้มเหลวเพราะคำนวณต้นทุนผิด รับงานในราคาต่ำกว่าความเป็นจริง แล้วใช้วิธีบริหารแบบนำเงินจากงานใหม่ไปหมุนงานเก่า สุดท้ายเมื่อไม่มีงานใหม่เข้ามา ธุรกิจก็ไปต่อไม่ได้” นายอนันต์กร กล่าว

>>>HBA พี่เลี้ยงและที่ปรึกษาทางธุรกิจ

นายอนันต์กร เผยว่าปัจจุบันสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านมีสมาชิกประมาณ 80 บริษัท แบ่งเป็นบริษัทในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 45 บริษัท  ต่างจังหวัด 35 บริษัท และพร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายสู่ภูมิภาคต่างๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจรับสร้างบ้านทั่วประเทศ โดยหนึ่งในจุดแข็งสำคัญของการเข้ามาเป็นสมาชิกสมาคมคือการได้รับการสนับสนุนทั้งด้านองค์ความรู้ มาตรฐานการดำเนินงาน และการพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

สมาคมจัดหลักสูตรอบรมตลอดทั้งปี ครอบคลุมตั้งแต่การขาย การตลาด การควบคุมต้นทุน คุณภาพงานก่อสร้าง ไปจนถึงการบริหารองค์กรและการเงิน เพื่อให้สมาชิกสามารถปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด

นอกจากนี้ สมาคมยังทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็กและผู้ประกอบการในต่างจังหวัด ช่วยให้สามารถยกระดับจากผู้รับเหมาทั่วไปไปสู่บริษัทรับสร้างบ้านที่มีมาตรฐานได้

“เราไม่ได้มองเพียงการเพิ่มจำนวนสมาชิก แต่ต้องการยกระดับทั้งอุตสาหกรรมให้มีมาตรฐานมากขึ้น เพราะเมื่อผู้ประกอบการแข็งแรง ผู้บริโภคก็จะได้รับประโยชน์ไปด้วย”

อีกหนึ่งข้อได้เปรียบสำคัญของสมาชิกสมาคมคือ ความน่าเชื่อถือและระบบคุ้มครองผู้บริโภค เนื่องจากสมาชิกทุกบริษัทต้องผ่านกระบวนการคัดกรองคุณสมบัติ มีสำนักงานเป็นหลักแหล่ง มีทีมสถาปนิกและวิศวกร รวมถึงมีประวัติการดำเนินงานที่ตรวจสอบได้ หากเกิดข้อพิพาทระหว่างผู้ประกอบการกับลูกค้า สมาคมยังสามารถเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยและหาทางออกร่วมกันได้ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

>>>แนะผู้บริโภคเลือกผู้รับสร้างบ้านอย่างรอบคอบ

ท้ายที่สุด นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านได้ฝากถึงผู้บริโภคที่มีแผนจะสร้างบ้านว่าควรเลือกผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล มีผลงานที่สามารถตรวจสอบได้ และไม่ควรพิจารณาจากราคาเพียงอย่างเดียว ควรศึกษาผลงานที่ผ่านมา รวมถึงสอบถามประสบการณ์จากลูกค้าเดิม นอกจากนี้ การเลือกใช้บริการจากบริษัทที่เป็นสมาชิกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน จะช่วยเพิ่มความมั่นใจ เนื่องจากผ่านกระบวนการคัดกรองมาตรฐาน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาการทิ้งงานหรือการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานได้อีกด้วย