SC เผยผลการดำเนินงานปี 65 เติบโตทุกด้าน กางแผนโรดแมป SC Thriving Beyond ตั้งเป้า 5 ปี ดันรายได้รวมทะยานสู่ 150,000 ล้าน ประกาศปี 66 รุกเต็มสูบ ทุ่มงบ 25,000 ล้าน ลงทุนพัฒนาโครงการเพื่อขายและธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ คาดกวาดยอดขาย 30,000 ล้าน และสร้างรายได้รวม 25,000 ล้าน
นายอรรถพล สฤษฎิพันธาวาทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านสนับสนุนองค์กร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวถึงผลการดำเนินงานในปี 2565 ที่ผ่านมาว่า บริษัทมียอดขาย 24,468 ล้านบาท เติบโตขึ้น 12% จากปีก่อนหน้า และมีรายได้ 21,583 ล้านบาท เติบโตขึ้น 11% จากปีก่อนหน้า ขณะที่มีกำไร 2,556 ล้านบาท เติบโตขึ้น 24% จากปีก่อนหน้า และมีการลงทุนมูลค่า 24,600 ล้านบาท ทั้งในด้านการซื้อที่ดิน เพื่อพัฒนาโครงการใหม่ 27 โครงการ มูลค่ากว่า 44,000 ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีการลงทุนในธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ประจำซึ่งได้แก่คลังสินค้าและโรงแรม

ด้านนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวว่า 5 ปีนับจากนี้ (2566 – 2570) บริษัทจะขับเคลื่อนบนยุทธศาสตร์ SC Thriving Beyond เติบโตอย่างมีคุณภาพ แบบเหนือชั้น และยั่งยืน มุ่งสร้างคุณค่า สู่คนและโลก โดยตั้งเป้า 5 ปี ทะยานสู่รายได้ 150,000 ล้านบาท
สำหรับปี 2566 นายณัฐพงศ์ ให้ข้อมูลว่านับเป็นปีที่ดีสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยมีการเติบโตทั้งซัพพลาย ดีมานด์ โดยเฉพาะตลาดบ้านเดี่ยวและบ้านหรู นอกจากนั้นตลาดคอนโดมิเนียมยังเริ่มฟื้นตัว ซึ่งสำหรับในปีนี้บริษัทวางงบลงทุนเอาไว้ 25,000 ล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วนการลงทุน 80% ในการพัฒนาโครงการเพื่อขาย และ 20% ในธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ
ในด้านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย นายณัฐพงศ์ กล่าวว่าในปี 2566 บริษัทมีแผนการเปิดโครงการใหม่ 25 โครงการ มูลค่ารวม 40,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นโครงการแนวราบ 22 โครงการ มูลค่ารวม 30,000 ล้านบาท โดยจะมีโปรดักส์ครอบคลุมทุกระดับราคา ตั้งแต่ 2.5-มากกว่า 150 ล้านบาท และเป็นปีแรกที่บริษัทจะพัฒนาสินค้าในระดับราคามากกว่า 100 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ “95E1” (ไนน์-ตี้-ไฟว์-อีสต์-วัน) แบรนด์บ้านใหม่ในเซกเมนต์ Ultimate Luxury จำนวน 10 ยูนิต มูลค่าโครงการ 970 ล้านบาท นอกจากนั้นนังมีการออกแบบเพื่อไลฟ์สไตล์ที่มีความเฉพาะบุคคลด้วยการเปิดตัว บ้านเกมเมอร์ (Gamer’s Home) บ้านที่ร่วมออกแบบโดยเกมเมอร์ชื่อดัง Willcomeback และ MNJ TV เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของบ้านในสายอาชีพยุคใหม่มาแรง อย่าง Streamer หรือ Content Creator ทั้งหลาย ณ โครงการ Venue ID มอเตอร์เวย์-พระราม 9 ราคาเริ่มต้น 14.29 ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีโครงการพัฒนาบ้านที่ออกแบบเฉพาะสำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์ Introvert และ Extrovert ในอนาคต

สำหรับโครงการแนวสูง ปี 2566 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ รวมมูลค่า 10,000 ล้านบาท โดยเปิดตัวแบรนด์ใหม่ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เน้นพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นส่วนหนึ่งของ Living Solutions เพื่อประสบการณ์การพักอาศัยที่ดีขึ้น ในสังคมที่เน้นความยั่งยืน บน 2 ทำเล ได้แก่ ย่านรัชดา-พระราม 9 ใกล้ MRT ศูนย์วัฒนธรรม มูลค่าโครงการ 5,500 ล้านบาท ราคาเริ่ม 2 ล้านต้น ซึ่งเป็นเซกเม้นท์ใหม่ของ SC ทำเลแห่งที่สองคือ เกษตร-ศรีปทุม ตรงข้ามมหาวิทยาลัยศรีปทุม ติดรถไฟฟ้า 0 เมตร มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท เน้นงานดีไซน์และการออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อคนเมืองรุ่นใหม่ และยังมีคอนโด SCOPE ประสานมิตร ที่จะเจาะกลุ่มลูกค้า International Premium โดยให้ความสำคัญกับทั้งคุณภาพและดีไซน์ ในระดับ World-class ใช้ชีวิตในแบบ “Live the Finest Life” หรือชีวิตที่สุขสบายและสวยงามพร้อมไปด้วยบริการระดับ Premium ราคาเริ่มต้น 35 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 2,600 ล้านบาท
ทั้งนี้ หากรวมกับการเปิดโครงการในปี 2566 จะทำให้บริษัทมีโครงการเปิดขายทั้งหมด 76 โครงการ มูลค่ารวม 90,000 ล้านบาท
สำหรับธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ ปัจจุบันบริษัทมีธุรกิจสำนักงานให้เช่า ซึ่งดำเนินการมากว่า 20 ปี จำนวน 120,000 ตร.ม. ซึ่งในปีนี้จะมีการรีโนเวทพื้นที่บางส่วนให้ตอบโจทย์การให้บริการแก่ผู้เช่ามากขึ้น นอกจากนั้นยังได้มีการลงทุนในธุรกิจโรงแรม ซึ่งเริ่มต้นนำร่องแห่งแรก โรงแรม YANH ราชวัตร ในปี 2565 และจะเปิดโรงแรมแห่งใหม่อีก 2 แห่งย่านสุขุมวิท 29 และพัทยา ตั้งเป้าภายในปี 2567 จะเปิดให้บริการโรงแรมจำนวน 1,000 ห้อง นอกจากนั้น บริษัทยังมีการลงทุนในธุรกิจคลังสินค้า ซึ่งตลาดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องปีละ 5% ประกอบกับผู้เล่นในตลาดยังน้อย โดยปัจจุบันตลาดมีขนาด 5.5 ล้านตร.ม. ในจำนวนนี้ 90% เป็นของผู้เล่นรายใหญ่ 2 ราย นอกจากนั้นจากนโยบาย China Plus One ซึ่งจีนจะมีการลงทุนในประเทศที่สองเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง ยังทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายในการลงทุนคลังสินค้าที่น่าสนใจ ดังนั้นตลาดคลังสินค้าในประเทศไทยจึงยังมีโอกาสอยู่มาก สำหรับ SC หลังจากการประกาศความร่วมมือกับบริษัท Flash Express ไปเมื่อปี 2565 บริษัทได้วางแผนขยายธุรกิจคลังสินค้า โดยตั้งเป้าหมายพัฒนาพื้นที่ Warehouse ให้ได้ 1 ล้านตร.ม. ภายในปี 2573
นายณัฐพงศ์ ให้ข้อมูลทิ้งท้ายอีกว่าในปี 2566 บริษัทตั้งเป้าโตต่อเนื่องด้วยยอดขาย 30,000 ล้านบาท เติบโต 23% โดยแบ่งเป็นยอดขายจากโครงการแนวราบ 65% โครงการแนวสูง 35% และสร้างรายได้รวม 25,000 ล้านบาท เติบโต 16% ทั้งจากโครงการเพื่อขายและธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำในสัดส่วน 95 : 5 ตามลำดับ



