“เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮม” แง้มแผนปี 67 ‘ปรับตัวเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง’ ขยายพอร์ตฯ กลุ่มบ้านเดี่ยว บุกเพิ่มตลาดคอนโด เดินหน้าพัฒนาสินค้าให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ พร้อมเตรียมรีเฟรชแบรนด์ปั้นชื่อติดตลาด หวังขึ้นแท่น Top 5 แบรนด์อสังหาริมทรัพย์ของไทยในปี 68

นายสมบูรณ์ วศินชัชวาล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วิกฤตโควิดส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจมีความเปราะบาง เกิดภาวะชะงักงันด้านการส่งออก ประชาชนมีภาระหนี้สินสูงขึ้น ขณะเดียวกันยังเกิดภาวะเงินเฟ้อ นอกจากนั้นสหรัฐอเมริกายังมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายครั้ง ทำให้ประเทศไทยต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามไปด้วย ซึ่งส่งผลให้กำลังซื้อลดลง ประกอบกับธนาคารเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อก็สูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มกลาง-ล่าง อย่างไรก็ตาม ในด้านของตลาดอสังหาริมทรัพย์  ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต่างต้องเติบโตและเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่ม และหนีจากตลาดทาวน์เฮาส์และคอนมิเนียม หันมาพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว ซึ่งเป็นสินค้าที่กลุ่มผู้ซื้อมียังกำลังซื้อกันมากขึ้น ทำให้การแข่งขันในตลาดสูงขึ้น นอกจากนั้นราคาที่ดินยังขยับสูงขึ้น และยังเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลน้ำมันขึ้นราคา วัสดุก่อสร้างและค่าขนส่งก็ขยับราคาตาม ขณะที่ประชาชนก็ยังไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจ ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยยากขึ้น  ซึ่งเป็นความท้าทายของดีเวลล็อปเปอร์ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์  สำหรับแนวทางการแก้ไขในส่วนของบริษัทคือการร่วมมือกับสถาบันการเงินในการช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถซื้อบ้านได้ ปรับลดต้นทุนส่วนเกินโดยไม่กระทบคุณภาพของสินค้า และปรับสินค้าให้เหมาะสมกับกำลังซื้อลูกค้า

นายภวรัญชน์ อุดมศิริ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า เดิมสินค้าหลักของบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GOLDENLAND ก่อนที่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อกิจการคือทาวน์โฮม แต่หลังวิกฤตโควิด สภาพเศรษฐกิจพฤติกรรมผู้บริโภค และศักยภาพผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป กลุ่มลูกค้าสำหรับสินค้ากลุ่มทาวน์โฮมมีภาระหนี้สิน และกำลังซื้อลดลง ขณะที่กลุ่มลูกค้าระดับบนที่มักซื้อบ้านเดี่ยวยังมีศักยภาพที่ดี บริษัทจึงมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างสินค้า จากเดิมที่พัฒนาทาวน์โฮมในสัดส่วน 65% ลดลงมาเหลือกว่า 30% ขณะที่รุกพัฒนาบ้านเดี่ยวมากขึ้น จากเดิม 25% เพิ่มเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% รวมทั้งรุกการพัฒนาบ้านเดี่ยวระดับบน ราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปอีกด้วย

นายอภิชาติ เฮงวาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่าในปีนี้ บริษัทได้รุกพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม KLOS รัชดา 7 เป็นโครงการแรกย่านรัชดา-ห้วยขวาง รูปแบบคอนโดมิเนียม Low Rise จำนวนร้อยกว่ายูนิต และอยู่ระหว่างศึกษาข้อมูลเพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มอีก 2-3 โครงการ โดยจะเน้นพัฒนาโครงการที่สามารถสร้างรายได้กลับมาเร็ว อาทิ คอนโด Low Rise และเป็นโครงการระดับบน ราคา 100,000-150,000 บาท/ตร.ม. จับกลุ่มเรียลดีมานด์ นอกจากนั้น ในปลายปีหน้าอาจจะมีการพัฒนาโครงการคอนโด High Rise เพื่อให้สินค้าของบริษัทมีความหลากหลายและครอบคลุมสินค้าทุกเซกเมนต์

นายสมบูรณ์ กล่าวอีกว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่บริษัทมีโพรดักส์ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ทั้งทาวน์โฮม บ้านแฝด บ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียม และยังมีแผนบุกโครงการในต่างจังหวัดมากขึ้น โดยปัจจุบันมีถึง 10 โครงการ และจะมีการเปิดเพิ่มอีก เนื่องจากกลุ่มลูกค่าต่างจังหวัดเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ โดยปี 2567 จะเปิดโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ทั้งแบรนด์ The Grand, Grandio, Prestige และ NEO Home ทำให้มีสินค้าที่หลากหลาย และสร้างการรับรู้ให้ลูกค้าได้มากขึ้น

นายสมบูรณ์ กล่าวอีกว่าหลังจากบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อกิจการของ GOLDENLAND เป็นช่วงที่เกิดวิกฤตโควิดพอดี และหลังวิกฤตโควิดผ่านไป บริษัทจึงมีแผนเร่งสร้างการรับรู้ให้ลูกค้ารู้จักเฟรเซอร์สมากขึ้น

“ในปีหน้าบริษัทฯ เตรียมรีเฟรชแบรนด์ใหม่ให้มีความชัดเจน สอดรับความเป็นหนึ่งเดียวกันกับแบรนด์เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยมากขึ้น เพื่อสร้างการจดจำแบรนด์และเป็นที่รู้จักของผู้บริโภค โดยตั้งเป้าติด Top 5 แบรนด์อสังหาริมทรัพย์ของไทยในปี 2568 ซึ่งจากสินค้าที่มีหลากหลายเซกเมนต์และครอบคลุมทุกความต้องการนั้น นอกจากจะสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจและความสามารถในการบาลานซ์พอร์ตฯ ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นการส่งมอบการอยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกค้า อันสอดรับกับเจตนารมณ์ Inspiring experiences, creating places for good. หรือสร้างสรรค์พื้นที่ให้ประสบการณ์ที่ดีคงอยู่ ของเฟรเซอร์ พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยอีกด้วย” นายสมบูรณ์ กล่าวสรุป